วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“กล้า”เปิดเกมชนพรรคใหญ่ชิงฐานเมืองคอน

พื้นที่ภาคใต้ จะถูกใช้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อโกยแต้ม-โกยคะแนน และหากการเลือกตั้งครั้งต่อไป การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยังใช้ระบบเดิม ยิ่งจำเป็นที่ “กรณ์-พรรคกล้า” จะต้องสร้างฐานเสียงให้มากและเข้มแข็งยิ่งขึ้น

ไม่ใช่แค่พรรคการเมืองใหญ่จะผูกขาดประกาศศักดาสู้กันเอง แต่ได้เวลาที่พรรคการเมืองน้องใหม่ จะต้องเร่งสร้างฐานเสียงให้แข็งแรงโดยเร็ว เพื่อรองรับการเลือกตั้งในอีก 2 ปีที่เหลือของรัฐบาล

จึงทำให้การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 แทน “เทพไท เสนพงศ์” อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 4 สมัย ที่เพิ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ เข้มข้นคึกคักมากยิ่งขึ้น

แม้คอการเมืองพอทำนายออกว่า “ศึกชิงเมืองคอน” จะขับเคี่ยวกันอย่างหนัก ระหว่าง “ประชาธิปัตย์” เจ้าถิ่น กับ “พลังประชารัฐ” เพราะคะแนนเบียดมาติดๆ และถึงแม้จะอยู่ในสถานะพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน แต่ในทางการเมือง การชิงพื้นที่สำคัญกว่า “มิตรภาพ” ในสภา

ทว่าการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ในอีกมุมหนึ่ง ก็เป็นโอกาสและจังหวะดี ที่พรรคการเมือง “ป้ายแดง” ที่เพิ่งจะจัดตั้งขึ้นได้ลงสนามแข่งขัน ได้ลงพื้นที่แบ่งฐานเสียงจากพรรคการเมืองใหญ่ โดยไม่หวังว่าจะ “คว้าชัย” แต่หวังเพียงสร้างฐานเสียง เพื่อต่อยอดไปสู่การเลือกตั้งใหญ่

โดยเฉพาะ “พรรคกล้า” ที่นำโดย “กรณ์ จาติกวณิช” หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย “อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” เลขาธิการพรรค ได้เปิดตัว “สราวุฒิ สุวรรณรัตน์” เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคกล้าเป็นคนแรก ลงสู้ในสนามเลือกตั้งซ่อม จ.นครศรีธรรมราช เขต 3 ในครั้งนี้

โดย "สราวุฒิ" เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช และมีบทบาทสำคัญในการส่งเครื่องถมเครื่องเงินของนครศรีธรรมราชส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ

“กรณ์” ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่า ไม่มีทางขับเคี่ยวกับประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ ระดับแกนนำรัฐบาลได้แน่ แต่ก็ไม่ควรเสียโอกาสลงสนามแข่ง ถือเป็นการเปิดเกม และเปิดตัว ให้ชื่อของ “พรรคกล้า” เป็นที่รู้จักและคุ้นหูคนปักษ์ใต้มากยิ่งขึ้น

แถมยี่ห้อ “กรณ์” หากไม่ใช่พื้นที่ กทม. ซึ่งถูกวางให้เป็นพื้นที่ฐานเสียงหลัก ก็มีเพียงพื้นที่ภาคใต้ที่พอจะสามารถเจาะฐานเสียงได้อยู่บ้าง เนื่องจากยี่ห้อ “กรณ์” ภาพจำของคนส่วนใหญ่ คือยี่ห้อ “ประชาธิปัตย์”

ฉะนั้นพื้นที่ภาคใต้ จะถูกใช้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์หลัก เพื่อโกยแต้ม-โกยคะแนน และหากการเลือกตั้งครั้งต่อไป การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยังใช้ระบบเดิม ยิ่งจำเป็นที่ “กรณ์” จะต้องสร้างฐานเสียงให้มากและเข้มแข็งยิ่งขึ้น

นอกจาก “พรรคกล้า”แล้ว ยังน่าติดตาม ว่าจะมีพรรคการเมืองน้องใหม่พรรคใด ตัดสินใจประเดิมสนามส่งผู้สมัครลงสนามเลือกตั้งซ่อมอีกหรือไม่

ที่น่าจับตาคือ สนาม กทม.เขตเลือกตั้งที่​ 9 เขต​หลักสี่​ เขตจตุจักร ที่อาจได้ลุ้นที่ว่าง จากคดีของ “สิระ เจนจาคะ” ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ  ที่ “ชวน หลีกภัย” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ กรณีที่ “สิระ” เคยถูกดำเนินคดีมาแล้ว ว่าจะขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่ง ส.ส. หรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า “สิระ” ขาดคุณสมบัติ ต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ก็ต้องเลือกตั้งซ่อมกันอีกสนาม

หากมีเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ กทม. ก็อาจได้เห็นปรากฎการณ์ที่ “พรรคการเมืองน้องใหม่” และ "พรรคการเมืองป้ายแดง” ส่งผู้สมัครลงชิงชัยกันอีกหลายพรรค โดยเฉพาะพรรคที่มีฐานเสียงอยู่ในพื้นที่กทม. ไม่เว้นแม้แต่ “พรรคสร้างไทย” ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ “พรรคกล้า” ของกรณ์ หรือแม้แต่พรรคที่มี “บิ๊กการเมือง” แอบไปยื่นของตั้งพรรคไว้แล้ว แต่ยังไม่ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

เพราะทุกสนามเลือกตั้งซ่อม คือโอกาสที่จะทำให้ พรรคใหม่ แต่ผู้สมัครหน้าเก่า ได้ทดสอบความนิยมของพรรคว่าอยู่ในระดับใด แลต้องปรับปรุงในส่วนใด

อุบัติเหตุการเมืองที่เปิดสนามเลือกตั้งซ่อม จึงน่าจับตา จะเป็นที่แจ้งเกิดของพรรคใหม่ ที่จะแทรกตัวเข้าไปมีเก้าอี้ ส.ส.ในสภาฯ ได้หรือไม่ เพราะนาทีนี้ไม่ว่าพรรคเล็กพรรคใหญ่ ไม่มีใครเกรงใคร