วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เพื่อไทย’ ยอมทิ้งพื้นที่ กทม.ไม่ส่งชิง ’ผู้ว่า’

“เพื่อไทย” ลังเลส่งผู้ว่าฯกทม. ส่วน สก.ส่งชิงทุกเขต ยันไม่หนุนนอมินี บอกเปลี่ยนโครงสร้างเขตกทม. “เฉลิม” ฝันบริหารประเทศพรรคเดียว อัดมารยาททางการเมือง ลาออกไปแล้วต้องไม่มายุ่งเกี่ยวกับคนของพรรค

ที่พรรคเพื่อไทย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวแต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยนายสมพงษ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้มีการปรับปรุงโครงสร้างต่างๆ เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งในอนาคตข้างหน้า และเราได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานพื้นที่ในเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งคณะกรรมกรชุดนี้จะทำงานและสานงานในเขตพื้นที่ต่างๆ

โดยรูปแบบที่ได้จัดโครงสร้างในการสรรหาบุคลากรทางการเมือง เพื่อดำเนินการร่วมรับฟังปัญหาต่างๆ ในเขตเลือกตั้ง เพื่อพรรคจะได้นำมาปรับปรุง เสริมสร้าง ความแข็งแกร่งให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือ พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายและตั้งใจว่าจะส่งผู้สมัครทุกเขตเลือกตั้ง 350 เขตในการเลือกตั้งครั้งหน้า และเราจะต่อสู้ในศึกการเลือกตั้งอย่างเด็ดเดี่ยว และไม่มีพรรคเสริมใดๆ ทั้งสิ้น

นายประเสริฐ กล่าวว่า คณะกรรมการดังกล่าว ขอเรียกสั้นๆ ว่า คณะกรรมการประสานโซน ประกอบไปด้วยพื้นที่ 21 โซน คือ ภคเหนือ 2 โซน ตะวันออกเฉียงเหนือ 4 โซน ภาคกลาง 5 โซน กทม. 6 โซน และภาคใต้ 4 โซน ทั้งนี้มีกรอบภารกิจคือ ทำหน้าที่เป็นแมวมองการค้นหาคนการเมืองหรือสมาชิกใหม่ๆ ที่มีอุดมการณ์เดียวกับพรรคเพื่อไทยมาเสริมทัพให้ และการรับฟังเสียงประชาชน เพื่อรวมรวบข้อมูลจัดสร้างนโยบายที่ตรงกับความต้องการประชาชน

"พรรคจะเริ่มทำงานมิติคู่ขนานระหว่างพื้นที่โซนร่วมกับส่วนกลางของพรรค ทั้งนี้จะดำเนินการให้ครบ 350 เขต และจะมีการจัดคณะจากส่วนกลาง หน่วยคาราวานเคลื่อนที่ ประสานงานระบบเทคโนโลยีลงพื้นที่ โดยกำหนดลงพื้นที่ภาคเหนือ และอีสานหลังปิดสมัยประชุมสภาฯ"

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อย่าเพิ่งตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ที่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายส่งผู้สมัครเลือกตั้งเต็มพื้นที่ของประเทศ พรรคมีนโยบายและตั้งใจจะบริหารประเทศชาติพรรคเดียวถ้าเป็นไปได้ และยืนยันว่าไม่มีพรรคไม่มีพรรคนอมินี พรรคเล็กพรรคน้อยที่ส่งไป เอาแบงก์พันไปแลกแบงก์ร้อย ใครไปอ้างขออย่าไปเชื่อ และที่สำคัญในพื้นที่กทม. เป็นพื้นที่ใหญ่ ถ้าเรามีนโยบายว่าจะให้คนใดคนหนึ่งมารับผิดชอบไม่ชนะ ต้องแบ่งความรับผิดชอบ จึงแบ่งออก 6 โซน

ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. เรากำลังหารือแต่ยังไม่มีข้อยุติ แต่สำหรับสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคจะส่งลงทุกเขต ใครที่เคยอยู่ก็มาแจ้งความจำนงว่าขอลงต่อ ใครที่ไม่กลับมาเราจะหาคนใหม่ และจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพราะคนๆ เดียวกับผิดชอบทั้งกทม.ไม่ได้

เมื่อถามว่า มีสมาชิกที่ลาออกไปแล้วแต่ยังทำกิจกรรมร่วมกับพรรคอยู่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า อย่าไปเอ่ยชื่อว่าใครลาออกไป เพราะคนที่ลาออกไปแล้วไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ส่วนความรู้สึกส่วนตัว ความผูกพันธุ์ ยังมีกันอยู่บ้างไปร่วมกิจกรรม ถ้าไม่ปิดกฎระเบียบพรรคเราก็ไม่ตำหนิ แต่ตามมารยาททางการเมืองอกไปแล้วต้องไม่มายุ่งเกี่ยวกับคนของพรรค ถ้าออกไปแล้วแต่ยังไปๆ มาๆ เช่นนี้เขาจะเรียกว่าไม่สง่างาม สุดท้ายคนๆ นั้นก็เท่ากับกินยาผิดซอง

อย่างไรก็ตามการจะมาเจอกันเราไม่ว่าแต่สุดท้ายต้องมีความชัดเจน สมาชิกคนไหนไม่ชัดเจนทางพรรคไม่บังคับ ถ้าชัดเจนก็มาอยู่ด้วยกัน ทั้งนี้เราไม่มีแบงก์ร้อยไปแตกเป็นแบงก์พัน แต่เรามีแบงก์เดียวคือพรรคเพื่อไทย อย่างไรก็ตามเราไม่ได้รู้ว่ารัฐบาลจะยุบสภาหรือไม่ อยู่ได้อยู่ไป แต่เมื่อยุบเท่าไหร่เราพร้อมส่งลง 350 เขต