วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยุทธพงศ์'ขู่ซักฟอกนายกฯหากดึงดันขยายสัมปทาน'สายสีเขียว'

"ยุทธพงศ์" เผย เตรียม อภิปรายไม่ไว้วางใจ "นายกฯ" หากดึงดันขยายสัมปทาน "รถไฟฟ้าสายสีเขียว" ชี้ ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ค้านเก็บ 65 บาทตลอดสาย เหตุ แพงเกินจริง

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการต่อสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า การต่อสัมปทานเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเดิม ตนก็ไม่ทราบว่าทำไมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จึงต้องดึงดันเอาเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลายครั้ง ทั้งที่เรื่องนี้ทำให้เสียรัฐมนตรีคลังไปถึง 2 คนแล้ว

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นเจ้าของญัตติที่เสนอเข้าที่ประชุมสภา เรื่องค่าโดยสารสำคัญที่สุด เพราะมีผลต่อค่าครองชีพของประชาชน ค่าโดยสารต้องเป็นธรรม การที่ระบุว่า หากให้ต่อสัญญาไป 40 ปี จะคิดค่าโดยสาร 65 บาทตลอดสาย ถือว่าแพงมาก ในที่ประชุมกรรมาธิการ ได้สอบถามว่าเหตุใดต้องตั้งราคา 65 บาท ตลอดสาย ไม่ใช่ 50 บาท เขาบอกว่าเป็นราคาที่คนกทม.รับได้ โดยไม่มีข้อมูลสนับสนุน แต่ถ้าเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำ และค่าครองชีพ เดินทางไปกลับ ราคา 130 บาท ตนว่าราคาแพงเกินจริงจึงคัดค้าน 

นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า วันนี้รัฐบาลมีหน่วยงานอย่าง รฟม. จึงไม่ควรเอามาแบ่งว่าช่วงไหนเป็นของมหาดไทยหรือของอะไร แต่ควรจะเป็นของหน่วยงานเดียวไปเลย เช่น ให้ รฟม.ลงทุน ก็ให้เขาดำเนินการไปเลย เมื่อหมดสัญญาแล้วเปิดประมูล เพื่อที่คนจะได้เข้ามาประมูลแข่งขันได้ เพราะค่ารถไฟฟ้ายิ่งได้ถูกเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีต่อประชาชน นี่เป็นบริการสาธารณะของรัฐจะเอากำไรกับประชาชนหรืออย่างไร 

"ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนอะไรที่ต้องเร่งต่อสัมปทานเพื่อขยายเวลาออกไป ส่วนต่อขยายที่มีการจ้างรถวิ่งแต่ไม่มีเงินจ่ายนั้น ขอถามว่าแล้วค่ารถที่เก็บไปเอาไปไว้ไหน วันนี้ทดลองวิ่งจึงนั่งฟรีเพราะยังไม่เปิด แต่ถ้าวันใดเปิดบริการเต็มรูปแบบแล้วก็จะมีรายได้เข้ามา ทั้งนี้ บีทีเอส ได้ประโยชน์เพราะ กทม.เป็นผู้จ้างวิ่งรถ กำไร ขาดทุนไม่ต้องไปคิดเพราะเป็นเรื่องของกทม. และเรื่องนี้เองที่ กทม.ไปจ้างบีทีเอสวิ่งรถ ก็ส่อว่าจะไม่โปร่งใสด้วย เพราะเป็นการจ้างวิ่งรถโดยไม่มีการเปิดประมูล อาจผิดข้อบัญญัติของ กทม. ว่าด้วยเรื่องการพัสดุปี2538 ข้อ 22 เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษ และยังไม่ได้เข้า พ.ร.บ.ร่วมทุนเพื่อตีมูลค่าว่ารัฐและเอกชนจะต้องได้รายได้เท่าใดด้วย โดยประเด็นนี้จะต้องมีการตรวจสอบต่อไป" นายยุทธพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ตนต้องถามพล.อ.ประยุทธ์ ว่ารีบไปไหน ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยังดึงดันต่อขยายสัมปทานฯ ตนได้เตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องนี้ ในสภาต่อไปด้วย