วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โชคดีของ ‘ธนาธร’ ในวันที่ไม่ได้เป็นนายกฯ

ในความโชคร้ายของ ‘ธนาธร’ ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ก็มีความโชคดีอยู่บ้าง เพราะนึกไม่ออกเลยว่าหากธนาธรชนะเลือกตั้งเป็นนายกฯ จะถูกไล่ล่าขนาดไหน และสุดท้ายจะจบลงด้วยการรัฐประหาร

วันเลือกตั้งท้องถิ่นใกล้เข้าไปทุกที เรียกได้ว่าเป็นโค้งสุดท้ายแล้วก่อนถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง 20 ธ.ค. ปรากฎว่า 'คณะก้าวหน้า' ถูกทัวร์ลงหนักกว่าใครเพื่อน ยิ่งกว่าพรรคเพื่อไทยเสียอีก

เดิมทีพรรคเพื่อไทยก็สถานการณ์หนักพอสมควร โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ที่ฝั่งตรงข้ามมีแรงสนับสนุนมาจากพรรคพลังประชารัฐค่อนข้างแรง ถึงขนาดที่ 'ทักษิณ ชินวัตร' ต้องเขียนจดหมายอ้อนคนเมืองเชียงใหม่ให้สนับสนุนผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย

แต่พรรคเพื่อไทยที่กว่าหนักนั้นก็ยังไม่เท่ากับ 'คณะก้าวหน้า' เพราะเผชิญกับแรงบีบจากข้อกฎหมายและสถานการณ์ทางการเมือง

ในเรื่องข้อกฎหมาย 'คณะกรรมการการเลือกตั้ง' (กกต.) กำลังตรวจสอบว่า 'ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' และคณะก้าวหน้าที่มีผู้บริหารเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกตัดสิทธิ์การเมืองจะเข้าข่ายการกระทำตนเป็นพรรคการเมืองหรือไม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

ประเด็นนี้คณะก้าวหน้าเดินหน้าต่อสู้เต็มที่ โดยพยายามเน้นว่า 'ธนาธร' เป็นเพียงผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น ซึ่งเป็นบรรทัดฐานเดียวกับ 'จตุพร พรหมพันธุ์' ที่เคยช่วยพรรคเพื่อชาติหาเสียงระหว่างถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง อีกทั้งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เป็นกฎหมายที่บังคับใช้กับพรรคการเมืองเท่านั้น ซึ่งคณะก้าวหน้าไม่ใช่พรรคการเมือง ประกอบกับกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองส่งผู้สมัครเลือกตั้งได้ ดังนั้น จะมากล่าวหาและเอาผิดกับคณะก้าวหน้าด้วยข้อหาเหล่านี้ไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ความสาหัสไม่ได้มีแค่เรื่องกฎหมายเท่านั้น แต่ลามไปถึงการเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองด้วย ซึ่งระยะหลังนี้จะเห็นได้ว่า ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ถูกห้อมล้อมไปด้วยมิตรรักแฟนเพลงฝั่งตรงข้ามที่พร้อมจะเปิดเพลง ‘หนักแผ่นดิน’ ต้อนรับในทุกพื้นที่

ในแต่ละพื้นที่ ‘ธนาธร’ พยายามใจดีสู้เสือพร้อมกับบอกว่า “เราสามารถมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้” แต่ดูเหมือนว่ารอยยิ้มของธนาธรจะไม่ได้ช่วยให้แรงกดดันคลายลงเท่าใดนัก ซึ่งเป็นหนึ่งบทเรียนที่สะท้อนให้เห็นว่าการเล่นกับกระแสศรัทธาและความเชื่อของประชาชนในเรื่องการปฏิรูปสถาบันนั้นมีกระแสย้อนกลับมารุนแรงขนาดไหน

ล่าสุด แม้แต่สถานการณ์น้ำท่วมนครศรีธรรมราช ‘ธนาธร’ ยังถูกขุดคำอภิปรายในระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณที่ไม่เห็นด้วยกับงบประมาณโครงการบริหารจัดการน้ำจังหวัดนครศรีธรรมราช มาโจมตีกล่าวหา เดือดร้อนจนประธานก้าวหน้าต้องออกมาชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กเป็นการด่วน

“ขอความเข้าใจจากทุกท่าน ว่าข้อกล่าวหาที่มีต่อผมนั้นไม่เป็นจริงและไม่เป็นธรรมกับผมเลยผมทำหน้าที่กรรมาธิการงบประมาณโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ตั้งใจดูแลกำกับการใช้งบประมาณแทนประชาชน และภูมิใจในการทำหน้าที่ของตนเอง ฝากประชาชนช่วยชี้แจงกับคนที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อทำลายชื่อเสียงของผมด้วยครับ” คำแถลงของธนาธร

 

อย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดแล้วในความโชคร้ายของ ‘ธนาธร’ ที่เกิดขึ้นอยู่นี้ก็มีความโชคดีอยู่บ้างตรงที่วันนี้ธนาธรไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนึกไม่ออกเลยว่าหากธนาธรเป็นนายกฯที่ออกมาประกาศจุดยืนเรื่องการปฏิรูปสถาบัน การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 วันนี้ประเทศไทยคงเกิดม็อบไล่ล่า ‘ธนาธร’ มากกว่าทุกวันนี้จนธนาธรไม่เป็นอันทำงานทำการ และคงเป็นนายกฯอีกหนึ่งคนที่ถูกตามล่ายิ่งกว่า ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ เคยเผชิญมาก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน จนอาจจบลงด้วยการรัฐประหาร

ยิ่งไปกว่านั้นจะได้รับเกียรติให้เป็นผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหา หรือแม้แต่จำเลย ผ่านคดีความทางการเมืองและทางอาญาจากองค์กรที่มีอำนาจมากกว่านี้ ดังนั้น ถ้ามองโลกในแง่ดี ‘ธนาธร’ ก็ยังพอมีความโชคดีอยู่บ้าง