ผู้ว่าฯกทม. แถลงผลงานปี 63 พัฒนาเมืองครบทุกด้าน

ผู้ว่าฯกทม. แถลงผลงานปี 63 พัฒนาเมืองครบทุกด้าน

"พล.ต.อ.อัศวิน" ผู้ว่าฯกทม.นำทีม แถลงแผนพัฒนากรุงเทพฯ 1 ปี ลั่นพัฒนาเมืองครบทุกด้าน

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.63 เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงผลการดำเนินงานกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2563 โดยมี พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ นายศักดิ์ชัย บุญมา นายสกลธี ภัททิยกุล นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกของกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลง ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า)

โฆษกกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในรอบปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้พัฒนาและแก้ไขปัญหาเมืองมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยพัฒนาครอบคลุมครบทุกด้าน อาทิ การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานครได้กำหนดมาตรการที่ควบคุมที่เข้มข้น จนสามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้กว่า 90% โดยกรุงเทพมหานครได้จัดทำระบบตรวจคัดกรองผ่านระบบ BKK-Covid-19 ซึ่งเป็นการคัดกรองเบื้องต้นและสามารถป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด รวมทั้งลดภาระของการตรวจคัดกรองของเจ้าหน้าที่ กทม. ได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นผลอย่างที่ปรกฎ นอกจากนี้ได้ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 100,000 ครัวเรือน โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร

ด้านการพัฒนาสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน และการปรับปรุงภูมิทัศน์ ประกอบด้วย การเพิ่มจำนวนสถานีรถไฟฟ้า BTS 2 เส้นทาง โดยในปี 63 เปิดบริการเพิ่มเติมแล้ว จำนวน 18 สถานี และจะเปิดเพิ่มอีก 10 สถานีภายในสิ้นปี 2563 นี้ ได้แก่ ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ เปิดครบ 9 สถานี สำหรับส่วนต่อขยายหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต เปิดแล้ว 11 สถานี และกำลังจะเปิดอีก 7 สถานี ในวันที่ 16 ธ.ค. 63 สำหรับรถไฟฟ้าสายสีทอง (เจริญนคร - กรุงธนบุรี - คลองสาน) จะเปิดครบ 3 สถานี ในวันที่ 16 ธ.ค.63 เช่นกัน รวมจำนวนสถานีรถไฟฟ้า BTS ทั้งสองเส้นทาง เปิดให้บริการทั้งสิ้น 62 สถานี การให้บริการ BMA Feeder เดินทางแบบไร้รอยต่อ ด้วยการบริการเดินรถ Shutter Bus รับ-ส่งผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า BTS, Airport Rail link จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทาง ดินแดง - BTS สนามเป้า และเส้นทางชุมชนเคหะร่มเกล้า - Airport Rail link ลาดกระบัง บริการ Smart Bus Shelter ป้ายรถเมล์อัจฉริยะ เปิดให้บริการทั้งสิ้น 350 แห่ง ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้โดยสารรถประจำทาง สามารถตรวจสอบเวลารถเข้า-ออกป้ายฯ ได้อย่างสะดวก พร้อมเพิ่มความปลอดภัยด้วยมีไฟส่องสว่างและกล้อง CCTV ให้บริการเรือโดยสาร โดนพัฒนาเส้นทางทางเดินเรือโดยสารเพิ่มขึ้นอีก 2 เส้นทาง ได้แก่ เรือโดยสารไฟฟ้าคลองผดุงกรุงเกษม ระยะทาง 5 กม. จำนวน 11 ท่าเรื่อ เรือโดยสารคลองภาษีเจริญ ระยะทาง 11.5 กม. จำนวน 15 ท่าเรือ

การพัฒนาโครงข่ายถนน ได้แก่ 1.พัฒนาโครงข่ายถนนสายหลักตามแนวตะวันตก - ตะวันออก ที่สามารถรองรับการจราจรได้ถึง 200,000 คันต่อวัน ช่วยลดปัญหารถติดช่วงทางแยกต่างระดับถนนศรีนครินทร์กับถนนกรุงเทพกรีทา ช่วงหัวหมาก - ลำสาลี และช่วงถนนร่มเกล้า - ถนนเจ้าคุณทหาร 2.ก่อสร้างทางลอดเพื่อลดปัญหารถติดบริเวณทางแยก รองรับปริมาณรถรวมมากกว่า 100,000 คันต่อวัน ประกอบด้วย ทางลอดถนนพัฒนาการ - รามคำแหง - ถาวรธวัช และทางลอดแยกมไหสวรรย์ 3.ก่อสร้างทางเชื่อมต่อศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ กับถนนกำแพงเพชร 6 เพื่อลดปัญหารถติดบนถนนแจ้งวัฒนะ จากเดิมที่มีปริมาณรถสะสมบนถนนแจ้งวัฒนะ 50,000 คันต่อวัน ปัจจุบันคงเหลือ 40,000 คันต่อวัน 4.นำสายสื่อสารลงดิน ดำเนินการเสร็จเรียบร้อย จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.ถนนราชดำริ-สถานีย่อยคลองเตย 2.ถนนจรัญสนิทวงศ์-แยกท่าพระ และ3.ถนนพระราม 3 - ถนนนราธิวาสราชนครินทร์

ด้านการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ประกอบด้วย 1.ก่อสร้าง Water Bank หรือธนาคารน้ำใต้ดิน แล้วเสร็จ 2 แห่ง ได้แก่ จุดแรกบริเวณวงเวียนบางเขน จุดที่สองบริเวณปากชอยสุทธิพร 2 ดินแดง ทำให้วงเวียนบางเขน และปากชอยสุทธิพร 2 ไม่มีปัญหาน้ำท่วมขัง ทั้งนี้อยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง 2.ก่อสร้างท่อเร่งระบายน้ำ Pipe jacking ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จ 4 แห่ง ได้แก่ จุดที่ 1 บริเวณซอยสุขุมวิท 31 และซอยสวัสดี จุดที่ 2. ระบบระบายน้ำ ถนนสุขุมวิท 107 ถึงคลองบางนา จุดที่ 3. บริเวณถนนทรงสวัสดิ์ ถนนเยาวราช และถนนเจริญกรุง และจุดที่ 4. บริเวณถนนพหลโยธิน ทำให้ ถ.เยาวราช ถ.เจริญกรุง และแยกอโศก – ถ.สุขุมวิท 71 หมดปัญหาน้ำท่วมขัง ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 8 แห่ง 3.การจัดทำแก้มลิง ก่อสร้างแล้วเสร็จ 5 แห่ง ได้แก่ 1. ประชานิเวศน์ 2. บึงรางเข้ 3. บึงเสือดำ 4. หมู่บ้านสัมมากร 5. หมู่บ้านเฟรนชิพ ทำให้น้ำท่วมขังลดลง ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 4 แห่ง

ด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์และเพิ่มพื้นที่สีเขียว กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น 632 ไร่ 3 งาน 31.85 ตารางวา อัตราพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากร คิดเป็น 7.08 ตร.ม. ต่อคน (ปี 62 อัตราพื้นที่สีเขียวฯ 6.91 ตร.ม.ต่อคน)เปิดให้บริการสวนลอยฟ้าเจ้าพระยา จุดชมวิวกลางแม่น้ำเจ้าพระยา สถานที่พักผ่อนและออกกำลังกาย พร้อมทั้ง ติดตั้งลิฟต์ สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ รวมทั้งเปิดสวนสาธารณะเพิ่ม 4 สวน ตามโครงการ Green Bangkok 2030 ที่มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากรเป็น 10 ตร.ม.ต่อคน ได้แก่ สวนสาธารณะบริเวณห้าแยกต่างระดับถนนร่มเกล้ากับถนนเจ้าคุณทหาร พื้นที่ 30 ไร่ สวนปิยะภิรมย์ พื้นที่ 10 ไร่ สวนสันติพร พื้นที่ 2.5 ไร่ และพื้นที่ใต้ทางด่วนฉลองรัช ชอยปรีดีพนมยงค์ 2 ระยะที่ 1 พื้นที่ 2,520 ตารางเมตร แจกต้นกล้าที่ออกดอกสีเหลือง เช่น ปลูกต้นรวงผึ้ง จำนวน 1,000,000 ต้น ตามโครงการ "มอบล้านกล้า สู่ล้านต้น จากล้านคน สู่สังคมเมือง" ปลูกต้นโกงกาง 169,789 ตัน ในพื้นที่ป่าชายเลนบางขุนเทียน จำนวน 220 ไร่ ทำให้ที่ดินเพิ่มขึ้น 20-85 เชนติเมตรและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ พัฒนาถนนสายอัตลักษณ์ 9 สายหลัก โดยปลูกต้นไม้ตลอดเส้นทาง รวมยะยะทาง 79.66 กม. ได้แก่ 1. ถนนร่มเกล้า - ศรีนครินทร์ 2. ถนนวิภาวดีรังสิต 3. ถนนสุขุมวิท 4. ถนนเรียบคลองมดตะนอย 5. ถนนบรมราชชนนี 6. ถนนศรีอยุธยา 7. ถนนรัชดาภิเษก 8.ถนนมิตรไมตรี 9. ถนนหทัยราษฎร์

ด้านการพัฒนาเมือง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ได้พัฒนาคลองโอ่งอ่าง ให้เป็น Land mark แห่งใหม่ด้วยการจัดให้เป็นถนนคนเดินที่ประกอบด้วย ตลาดนัดชุมชน ถนนสายศิปะ สตรีทอาร์ท และมีกิจกรรมทางน้ำ พายเรือคายัด และเล่นซับบอร์ด รวมทั้งพัฒนาถนนข้าวสาร ปรับปรุงทางเท้าและถนน จัดระเบียบแผงค้า ให้เป็นถนนคนเดินสตรีทฟู้ด และเพิ่มเส้นทางการท่องเที่ยวจากฝั่งพระนคร-ฝั่งธนบุรี ตั้งแต่ถนนคนเดินคลองโอ่งอ่าง -สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา - ชุมชนกุฎีจีน (กะดีจีน) ด้านการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ติดตั้งเครื่องตรวจวัดฝุ่น PM 25 ในพื้นที่ 50 เขต ครบทุกจุดทั้ง 50 เขต รวมทั้งได้ติดตั้งเพิ่มเติมในสวนสาธารณะ 20 แห่ง จัดทำแอปพลิเคชัน Air BKK ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันรายงานคุณภาพอากาศของ กทม.

ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสาธารณสุข ได้เพิ่มโรงพยาบาลแห่งใหม่ 2 โรงพยาบาล เพื่อให้ครบทุกมุมมือง ได้แก่ โรงพยาบาลคลองสามวา และโรงพยาบาลบางนา รวมทั้งขยายการบริการโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ให้เป็นโรงพยาบาลรัฐสำหรับบริการประชาชนย่านบางขุนเทียนและ ย่านชานเมืองด้านกรุงธนใต้ ให้บริการ Mobile Lab ซึ่งเป็นระบบบริการเจาะเลือดถึงบ้าน นำร่องในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันสูง และผู้ป่วยติดเตียง เริ่มนำร่องโดย รพ.ราชพิพัฒน์ ปัจจุบันขยายการบริการครบทุกโรงพยาบาล ให้บริการทางการแพทย์ด้วยระบบการรักษาพยาบาลทางไกล Telemedicine โดยแพทย์ตรวจรักษาด้วยวิธีการ Call หาผู้ป่วยผ่านระบบ ePhis ซึ่งเป็นระบบ

สารสนเทศที่กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการแพทย์จัดทำขึ้นสำหรับการให้บริการผู้ป่วย และมีบริการจัดส่งยาให้กับผู้ป่วยถึงบ้าน โครงการคืนรอยยิ้มให้ผู้สูงอายุ ด้วยการจัดรถทันตกรรมเคลื่อนที่สำหรับผู้สูงอายุ ครบทั้ง 50 เขต ให้บริการในปี 2563 จำนวน 31,550 คน รวมจำนวนผู้สูงอายุที่ได้รับบริการทั้งหมดแล้วจำนวน 156,103 คน ผลิตอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ (Care Giver) อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีจำนวน 3,607 คน สามารถดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่บ้านได้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต ให้บริการรถตู้บริการสำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็น จำนวน 30 คัน โดยนัดหมายสถานที่และเวลา รับ-ส่ง ได้อย่างสะดวก 3 ศูนย์บริการ ได้แก่ ศูนย์หนองแขม ศูนย์รามคำแหง 40 และศูนย์พระราม 3

ด้านความปลอดภัย เพิ่มสถานีดับเพลิงย่อยอีก 4 สถานี เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุได้ทันเวลาตามมาตรฐาน พร้อมทั้งติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ในสวนสาธารณะ 57 สวน สะพานลอย 657 สะพาน และถนน 694 ถนน ติดตั้งกล้อง CCTV ติดตั้งแบบเชื่อมต่อศูนย์ควบคุม เพิ่มอีกจำนวน 4,834 ตัว และเชื่อมโยงกล้องที่ Stand alone ให้เป็นกล้องแบบเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งหมด 42,000 ตัว รวมทั้งหมด 46,834 ตัว ด้านการศึกษา โรงเรียนกทม. มีห้องเรียน 2 ภาษา ใน 73 โรงเรียน กระจายอยู่ในหลายสำนักงานเขตเพื่อให้ครอบคลุมผู้เรียนในพื้นที่ของกรุงเทพฯ ประกอบด้วย ภาษาไทย - อังกฤษ 59 โรงเรียน ภาษาไทย - จีน 14 โรงเรียน และมีเปิดสอนภาษาต่างประเทศอื่นๆ อีก ได้แก่ ภาษาญี่ปุ่น 12 โรงเรียน ภาษาอาหรับ 71 โรงเรียน และภาษามาลายู 7 โรงเรียน รวมทั้งจัดการศึกษาให้นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ได้เรียนร่วมกับนักเรียนปกติ ถึง 147 โรงเรียน เพื่อสร้างโอกาสความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษมี 9 ประเภท ได้แก่ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น การได้ยิน สติปัญญา ร่างกายหรือสุขภาพ ภาษาและการพูด อารมณ์และพฤติกรรม การเรียนรู้ ออทิสติก และพิการซ้อน นอกจากนี้ โรงเรียน กทม. มีหลักสูตรฝึกอาชีพให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษา เพิ่มอีก 9 โรงเรียน จากเดิม 14 โรงเรียน รวมเป็น 23 โรงเรียน

สำหรับการใช้เทคโนโลยีในการให้บริการประชาชนของ กทม. ได้จัดตั้งศูนย์ Bangkok Fast & Clear : BFC การให้บริการงานของ 10 ฝ่ายในสำนักงานเขต ครบทั้ง 50 สำนักงานเขต ระบบจองคิวออนไลน์ BMA Q ที่สามารถนัดหมายการบริการของศูนย์ BFC และจุดบริการด่วนมหานคร 12 แห่ง รวมทั้งจัดทำระบบ DATA Center ซึ่งในอนาคต หน่วยงานของกรุงเทพมหานครและสำนักงานเขตจะสามารถเข้าถึงและสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ และจะทำให้การบริการกรุงเทพมหานครเป็นไปในทิศทางเดียวกัน