'อ.เจษฎา' ชี้ ‘แก๊สน้ำตา’ ที่ใช้ฉีด #ม็อบ17พฤศจิกา คือ ‘cs gas’ อันตรายถึงชีวิต

'อ.เจษฎา' ชี้ ‘แก๊สน้ำตา’ ที่ใช้ฉีด #ม็อบ17พฤศจิกา คือ ‘cs gas’ อันตรายถึงชีวิต

“อ.เจษฎา” ชี้ “แก๊สน้ำตา” ที่ใช้ฉีด #ม็อบ17พฤศจิกา คือ “Cs Gas” ตัวเดียวที่ใช้กับม็อบ กปปส. ทำระคายเคืองต่อประสาทสัมผัส เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการฉีดน้ำผสมสี และสารบางชนิด “แก๊สน้ำตา” ที่ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองผิว ดวงตา เพื่อสลายการชุมนุมบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงรัฐสภา ในระหว่างการประชุมร่วมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ วันที่ 17 ..ที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดรวม 55 ราย โดยบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา 32 ราย ถูกยิง 6 ราย ป่วย 4 ราย และอาการอื่นๆ 13 ราย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

160565908841

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ล่าสุด เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีตัวดังกล่าวผ่าน Jessada Denduangboripant โดยระบุว่า

160569122511

สรุปว่า “แก๊สน้ำตา” ที่ใช้ฉีดผู้ชุมนุมคือ cs gas ครับ ล้างออกด้วยน้ำหรือน้ำเกลือเยอะๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว (ไม่ต้องใช้นม หรือน้ำยาลดกรด อันนั้นมันเหมาะกับสเปรย์พริกไทย) แต่ห้ามขยี้ตาเด็ดขาดครับ

แม้ว่าทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่เคยออกมาแถลงว่า แก๊สน้ำตาที่ใช้ในการสลายการชุมนุมตั้งแต่วันก่อนจนถึงวันนี้ เป็นสารเคมีตัวไหน? กันแน่

แต่ภาพถ่ายจากเหตุการณ์เมื่อคืน ทำให้เห็นถังน้ำยาและชื่อของสารเคมีบนถังได้อย่างชัดเจน ว่ามันคือ o-chlorobenzylidene malononitrile หรือ cs gas ครับ ... เป็นสารเคมีที่ใช้ทำ “แก๊สน้ำตา” ตัวเดียวกันกับที่ตำรวจใช้มาตั้งแต่สมัยการชุมนุม กปปส. แล้ว

160569105063

2-chlorobenzalmalononitrile, หรือ o-chlorobenzylidene malononitrile (หรือ CS)

คิดค้นโดย Ben Corson และRoger Stoughton ในปี .. 1928 ชื่อของ CS ถูกตั้งตามนามสกุลของทั้งคู่ CS มี

จุดหลอมเหลวที่ 93°C จึงมี สถานะเป็นของแข็งในอุณหภูมิห้อง จึงต้องการตัวทำละลายให้มีสถานะเป็นแอโรซอล (aerosol) เพื่อให้สามารถฟุ้งกระจายไปในอากาศได้

cs gas ทำให้เกิดความระคายเคืองต่อประสาทสัมผัส (sensory nerve) ที่เนื้อเยื่อผิวที่มีเมือก (mucous membrane) ของตา จมูก คอ และกระเพาะอาหาร

- ผลต่อดวงตา ทำให้เกิดการระคายเคืองสูง น้ำตาไหลพราก ตาแดง ปวดตา กระพริบตามากอย่างควบคุมไม่ได้

- ผลต่อจมูกและปาก ทำให้เกิดอาการเจ็บแสบไหม้  น้ำมูกไหลพราก

- ผลต่อทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการไอ จาม มีสารคัดหลั่งที่หลอดลมเพิ่มขึ้น แน่นหน้าอก

- ผลต่อทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องร่วง

- ผลต่อผิวหนังทำให้เกิดอาการแสบไหม้ บวม ผื่นแดง พอง (เกิดได้ง่าย

โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นและอุณหภูมิสูง

CS gas ออกแบบให้ออกฤทธิ์เร็วใน 30 วินาที และมีความระคายเคืองสูง เพื่อให้ผู้ที่ได้รับสารต้องรีบออกจากบริเวณดังกล่าว

ผลจาก CS gas สามารถลดลง และหายไปได้เองเมื่อหยุดรับสาร แต่ CS gas สามารถทำให้เสียชีวิตได้จากการเกิดขาดออกซิเจน ในกรณีที่ผู้ได้รับสารไม่สามารถออกจากบริเวณดังกล่าว

หลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ผู้ป่วยที่โดนแก๊สน้ำตา

- ทำการลดการปนเปื้อนของสาร (decontamination) คือ พาผู้ป่วยออกไปยังที่อากาศถ่ายเทสะดวก

- ถอดหรือตัดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนสารออก (เสื้อผ้าที่ปนเปื้อน ควรใส่ถุงพลาสติกปิดปากถุง)

- ผู้ที่มีอาการระคายเคืองของดวงตา ควรทำการล้างด้วยน้ำเปล่าหรือสารละลายน้ำเกลือ (normal saline solution) จนหายแสบตา

- ผู้ป่วยที่ใส่คอนแทคเลนส์อยู่ ต้องถอดออก และไม่ให้ผู้ป่วยขยี้ตาเด็ดขาด (ห้ามใช้ผ้าชุบน้ำ มาปาดตาด้วย)

- การทำความสะอาดผิวหนังด้วยน้ำและสบู่ ยังคงเป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่ เนื่องจาก CS มีสมบัติในการละลายน้ำได้ บางคนจึงเชื่อว่าอาจทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้น (ถ้ามีการถูสบู่)

- มีการคิดค้นผลิตภัณฑ์ขึ้นมาโดยเฉพาะ เช่น Diphoterine แต่เนื่องจากราคาที่สูง จึงยังไม่มีการใช้อย่างแพร่หลาย ปัจจุบันจึงยังคงให้ล้างด้วยน้ำ

160569126648

ข้อมูลจาก http://www.errama.com/system/spaw2/uploads/files/Tear.pdf (ดูเอกสารอ้างอิงภายในนั้น)

>