วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘กฎเหล็ก’ เลือกตั้ง อบจ. ‘กระแส-กระสุน’ เดิมพันเดือด

ความเคลื่อนไหวท่ามกลาง "กระแส-กระสุน" จากหลายขั้วทางการเมือง บน "เดิมพัน" เลือกตั้งท้องถิ่นอีกครั้ง

จากผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 28 ต.ค.2563 ในคดีที่ "ชวน หลีกภัย" ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งคำร้องจาก ส.ส.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 82 ในรัฐธรรมนูญ 2560 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.รัฐบาล 32 คนและฝ่ายค้านอีก 32 คนสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) เนื่องจากถือครองหุ้นสื่อหรือไม่ ซึ่งที่สุดแล้วในคดีนี้มีคำวินิจฉัยไปถึง "ธัญญ์วารินสุขะพิสิษฐ์" ส.ส.พรรคก้าวไกล ขาดคุณสมบัติ ส.ส.เพียงคนเดียว

เมื่อรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ได้บัญญัติถึงสมาชิกภาพของ ส.ส.จะสิ้นสุดลงจาก 13 คุณสมบัติ "ต้องห้าม" โดยเฉพาะใน (6) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (3) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเจตนารมณ์ของมาตรานี้ เพื่อป้องกันการเข้าไป "แทรกแซง" การทำหน้าที่ของสื่อสารมวลชน และป้องกันความได้เปรียบเสียเปรียบกันขณะลงสมัครรับเลือกตั้งและเป็น ส.ส.

ไม่ใช่แค่รัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3)  อย่างเดียว ที่วาง "กฎเหล็ก" ต่อคุณสมบัติ ส.ส.ในการเมืองระดับประเทศแต่ในพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 ที่จะเลือกตั้งสนามแรกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) และสมาชิกสภา อบจ.ในวันที่ 20 ธ.ค.2563

เมื่อประเด็นสำคัญของ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นฉบับนี้ในมาตรา 50 (3) ได้ยึดโยงเจตนารมณ์ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ในคุณสมบัติต้องห้าม "ถือหุ้นสื่อ" เช่นกัน โดยกำหนดบุคคลผู้มีลักษณะ "เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ" เป็นบุคคล "ต้องห้าม" มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แต่หากผู้ใดผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 50 (3) ในมาตรา 120 ได้กำหนด "บทลงโทษ" จำคุกต้ังแต่ 1 ปีถึง 10 ปี ปรับต้ังแต่ 2 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท โดยเฉพาะศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังของผู้นั้นมากถึง 20 ปี

160425552743

ทำให้ระหว่างนี้ ผู้สมัครนายก อบจ. 76 จังหวัด และสมาชิก อบจ.ทั้งประเทศรวม 180 คน ต้องรีบตรวจสอบ "คุณสมบัติ" ก่อนลงรับสมัครในวันที่ 2-6 พ.ย.2563 ว่ามีชื่อถือหุ้นในบริษัท ห้าง ร้านที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับสื่อมวลชน ซึ่งขัดแย้งกับ "ข้อห้าม" ในมาตรา 50 (3) หรือไม่ ก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะประกาศรายชื่อผู้สมัครวันที่ 13 พ.ย.2563 จนถึงวันเลือกตั้ง 20 ธ.ค.2563 และประกาศผลเลือกตั้ง 19 ม.ค.2564

นอกจากนี้ จากความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองที่เริ่มทยอยเปิดตัว "ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ." เป็นการแข่งขันเลือกตั้งครั้งสำคัญไม่น้อยกว่าการเลือกตั้งใหญ่เมื่อ 24 มี.ค.2562 ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติ แต่อีกด้านได้เห็นหลายพรรคการเมือง มีมติไม่ส่งผู้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากหลีกเลี่ยง "ความเสี่ยง" หากพบความผิดและมีผู้ร้องเรียน ตามที่ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น 2562 ซึ่งบัญญัติ "บทลงโทษ" ที่รุนแรงถึงขั้นยุบพรรคการเมือง

ถึงแม้กฎหมายไม่ได้ห้ามพรรคการเมือง นักการเมือง สนับสนุนผู้สมัครสามารถช่วยหาเสียงได้ แต่ใน "มาตรา 118" ได้ระบุว่า ผู้ใดกระทำการอันเป็นเท็จ เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่า "ผู้สมัครผู้ใด" กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี

ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการเพื่อจะแกล้งให้ผู้สมัครนั้นถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพื่อไม่ให้มีการประกาศผลการเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 10 ปีและปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการแจ้งหรือให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือผู้ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 1 แสน 4 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

ถ้าการกระทำตามวรรคสองหรือวรรคสาม เป็นการกระทำหรือก่อให้ผู้อื่นกระทำ สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจของ "หัวหน้าพรรคการเมือง" ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทำการอันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

160425519572

สำหรับการเลือกตั้ง นายก อบจ และสมาชิกสภา อบจ.วันที่ 20 ธ.ค.2563 กกต.ได้กำหนดบัตรเลือกตั้งไว้ 2 ใบ โดย "ใบแรก" ใช้เลือกนายก อบจ. และ "ใบสอง" ใช้เลือก สมาชิกสภา อบจ. "กรุงเทพธุรกิจ" ยังตรวจสอบข้อมูล จากตัวเลขสมาชิกสภา อบจ.(สจ.) ทั้ง 76 แห่งได้ถูกกำหนดตาม "สัดส่วน" จำนวนประชากรแต่ละจังหวัดครั้งนี้ ถูกแบ่งเป็น

1.ประชากรไม่เกิน 5 แสนคน มี สจ.ได้ 24 คน มีทั้งหมด 23 จังหวัด ประกอบด้วย กระบี่ ชัยนาท ตราด นครนายก น่าน ปราจีนบุรีบึงกาฬ พะเยา พังงา เพชรบุรี แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ระนอง ลำพูน สตูล สมุทรสงคราม สิงห์บุรี อ่างทอง อำนาจเจริญอุตรดิตถ์ และอุทัยธานี

2.ประชากรไม่เกิน 1 ล้านคน มี สจ.ได้ 30 คน มีทั้งหมด 33 จังหวัด ประกอบด้วย กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร จันทรบุรีฉะเชิงเทรา ชุมพร ตรัง ตาก นครปฐม นครพนม นราธิวาส ปัตตานี ประจวบขีรีขันธ์ พระนครศรีอยุธยา พัทลุง พิจิตร พิษณุโลกเพชรบูรณ์ มหาสารคราม ยโสธร ยะลา ราชบุรี ระยอง ลำปาง เลย สมุทรสาคร สุโขทัย หนองคาย หนองบัวลำภู ลพบุรี สระแก้วสระบุรี และสุพรรณบุรี

3.ประชากรไม่เกิน 1.5 ล้านคน มี สจ.ได้ 36 คน มีทั้งหมด 12 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยภูมิ เชียงราย นครสวรรค์ นนทบุรี ปทุมธานีร้อยเอ็ด ศรีษะเกษ สกลนคร สมุทรปราการ สงขลา สุรินทร์ และสุราษฎร์ธานี

4.ประชากร ไม่เกิน 2 ล้านคน มี สจ.ได้ 42 คน มีทั้งหมด 7 จังหวัด ประกอบด้วย ขอนแก่น ชลบุรี เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์อุดรธานี และอุบลราชธานี

5.ประชากรเกิน 2 ล้านคนขึ้นไป มี สจ.ได้ 48 คน มีจังหวัดเดียวคือ นครราชสีมา

160425531632

จากความเคลื่อนไหวการชุมนุมจากแนวร่วมหลายกลุ่มต่อการขับไล่รัฐบาล เป็นช่วงเดียวกันการนับถอยหลังเลือกตั้ง นายก อบจ.-สจ.ในวันที่ 20 ธ.ค.2563 ท่ามกลาง "กระแส-กระสุน" จากหลายขั้วทางการเมืองเตรียมกลับมาดุเดือดบน "เดิมพัน" เลือกตั้งท้องถิ่นอีกครั้ง.