“เสื้อแดง-แรงงาน” ร่วมอุดมการณ์คณะราษฏร

พรรคเพื่อไทย แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง เนื่องจากอ่านสัญญาณจาก นายใหญ่-นายหญิง กันคนละทิศ ฝั่งหนึ่งหนุนม็อบ อีกฝั่งไม่หนุนม็อบ
เวที 14 ต.ค.2563 ปักหมุดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน กทม.เป็นการรวมกลุ่มชุมนุมในนาม “คณะราษฎร 2563” โดยรวมเครือข่ายที่กระจายชุมนุมมาก่อนหน้านี้ อาทิ กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มประชาชนปลดแอก(ที่ยกระดับจากกลุ่มเยาวชนปลดแอก) กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย กลุ่มนักเรียนเลว เป็นต้น
กลุ่มเหล่านี้ ผ่านการจัดการชุมนุม เพื่อสะสมกำลังพลมาแล้วหลายครั้ง และมีแฟนคลับเฉพาะกลุ่ม โดยเสนอข้อเรียกร้องที่แตกต่างกันออกไป แต่ข้อเรียกร้องหลัก ที่ไม่แตกต่างกันคือการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นจากนายกรัฐมนตรี การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปสถาบันฯ
นอกจากกลุ่มคณะราษฎร 63 ที่จะเป็นกลุ่มหลักในการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค.แล้ว ยังมีแรงหนุนจากกลุ่มต่างๆ ที่เปิดหน้าเป็นแนวร่วม อาทิ กลุ่มคนเสื้อแดงอุดมการณ์ ซึ่งไม่ใช่ “แดง นปช.” ซึ่งต้องยอมรับว่ากลุ่มคนเสื้อแดงอุดมการณ์ที่ไม่อิงกับการเมืองเติบโตขึ้นมาในช่วงหลังการรัฐประหาร 2557 ซึ่งตรงกันข้ามกับ “แดงนปช.” ที่ถูกมองว่าเป็นแดงปีกการเมืองที่นำโดย “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช. ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการณ์ เป็นต้น โดยแดงอุดมการณ์ มักติดตามความเคลื่อนไหวของ “แดงตัวพ่อ” อาทิ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการองค์การเสรีไทยจักรภพ เพ็ญแข สุนัย จุลพงศธร เป็นต้น
ซึ่งบรรดา “แดงตัวพ่อ” จะสื่อสารกับแฟนคลับผ่านช่องทางออนไลน์
ส่วน “แดงอีสาน” ที่มีความมักคุ้นกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จะมีการระดมพลมาเพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่จัดหนักจัดเต็มเหมือนการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. จากเดิมที่ว่ากันว่า มีท่อน้ำเลี้ยงอุดหนุน 50,000 บาทต่อรถบัสหนึ่งคัน การชุมนุมครั้งนี้อาจเหลือแค่ 10,000 บาทต่อคัน
ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทย แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง เนื่องจากอ่านสัญญาณจาก นายใหญ่-นายหญิง กันคนละทิศ ฝั่งหนุนม็อบพยายามชี้แจงว่า สัญญาณที่ไม่ชัดเจนของ นายใหญ่-นายหญิง บ่งบอกว่าให้สู้ ให้รักษาสมดุลภายในพรรค ไม่เทใจให้ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง จึงจำเป็นที่ต้องสนับสนุนม็อบต่อ
ส่วนฝั่งไม่สนับสนุนม็อบอ่านสัญญาณจาก นายใหญ่-นายหญิง สั่งให้ใส่เกียร์ถอย เพราะที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ มักเดินเกมสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษา โดยเฉพาะม็อบ 19 ก.ย. พรรคเพื่อไทยถึงขั้นตั้งเตนท์ เข้าไปสังเกตการณ์การชุมนุม จึงถูกโจมตีกล่าวหาหนุนม็อบ จนนายใหญ่-นายหญิง ลำบากใจ
ในส่วนของพรรคก้าวไกล ออกตัวชัดเจนว่า จะเข้าร่วมการชุมนุม ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ หัวหมู่อย่าง “พิธาลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะไปปรากฎตัวช่วยเรียกมวลชนอย่างแน่นอน
แต่ที่ขาดไม่ได้คือ “เจี๊ยบ นครปฐม” อมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เจ้าของฉายา “แดงตัวแม่” ที่มีชื่อเป็นท่อน้ำเลี้ยงในลิสต์ของหน่วยงานความมั่นคง โดย “อมรรัตน์” ถือเป็นแกนนำคนเสื้อแดงนครปฐม ที่สามารถเรียกระดมพลคนนครปฐมให้มาเป็นกำลังหลักร่วมชุมนุมมาหลายครั้ง
ด้าน “คณะก้าวหน้า” ที่นำโดย “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ปิยบุตร แสงกนกกุล พรรณิการ์ วานิชเปิดหน้าชนเข้าร่วมการชุมนุมอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คณะก้าวหน้าเปิดหน้าร่วมชุมนุม ม็อบ 19 ก.ย.ทั้งสามก็ปรากฏตัวในม็อบมาแล้ว
ทว่า วิธีการของ คณะก้าวหน้า ทำได้เพียงเรียกแฟนคลับจากโชเซียลมีเดียให้มาร่วมชุมนุม ทุกครั้ง “ธนาธร” จะปรากฏตัวในม็อบไม่เกิน 2 ชั่วโมง โดยมาให้สัมภาษณ์-ไลฟ์สดลงเพจ เชิญชวนประชาชนเข้าร่วม ก่อนหายตัวอย่างไร้ร่องรอย
ครั้งนี้จึงต้องจับตาว่า “ธนาธร” จะยกระดับบทบาทของตัวเองในการเข้าร่วมม็อบ 14 ต.ค.หรือไม่อย่างไร เพราะตัวของ“ธนาธร” คือแม่เหล็กดึงดูดมวลชนตัวจริง
ขณะเดียวกัน ก็เริ่มมีภาคประชาชนที่ประกาศตัวเข้าร่วมการชุมนุมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแรงงาน ที่แกนนำสหภาพแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เคลื่อนไหวประเด็นสิทธิแรงงาน พร้อมใช้เวทีนี้เรียกร้องต่อรัฐบาล โดยใน “ปีกแรงงาน” ส่วนใหญ่ยังอยู่ภายในเครือของ “ธนาธร” หลังจากนี้ให้จับตากลุ่มอื่นที่อาจตามมาสมทบ
นอกจากนี้ยังมี กลุ่มก้อนที่จัดตั้งขึ้นในระดับหมู่บ้าน ระดับจังหวัด ระดับภาค กำลังนัดรวมพลเพื่อเคลื่อนกำลังมาสมทบม็อบ 14 ต.ค. ซึ่งการเดินทางของทุกกลุ่ม ถูกฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ติดตามอย่างใกล้ชิด
เมื่อ “แกนนำ” ม็อบ 14 ต.ค. ประกาศชุมนุมยืดเยื้อ กำลังคน-กำลังพล หน้าเวทีนำเป็นต้องตรึง-ต้องเกณฑ์ เพื่อรักษาเวทีชุมนุมเอาไว้ให้ได้ ทำให้ทุกองคาพยพของเครือข่ายม็อบ ต้องระดมทุกสรรพกำลังมาร่วมด้วยช่วยกัน




