วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไม่มีเหตุยื้อแก้รธน. "กมธ.พิจารณาร่างแก้รธน.ก่อนรับหลักการ" ย้ำปฏิทินงานต้อง เสร็จ22ต.ค.นี้

"นิกร จำนง" ฐานะกมธ. ย้ำไม่มีเหตุยื้อการแก้รัฐธรรมนูญ พร้อมเผยร่างแก้รธน. ฉบับไอลอว์ตรวจสอบจาก "มท." เสร็จแล้ว ผ่าน9หมื่นชื่อ สภาฯ ร่อนจดหมายให้คัดค้านหรือไม่

            นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ฐานะรองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่... ) พ.ศ....​ก่อนรับหลักการ รัฐสภา กล่าวต่อประเด็นที่กลุ่มรี-โซลูชั่น นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าตั้งประเด็นถึงกระบวนการยื้อแก้ไขรัฐธรรมนูญในที่ประชุมรัฐสภา ว่า การทำงานของกมธ.ฯ กำหนดเวลาชัดเจน โดยวันที่ 22 ตุลาคมนี้จะทำรายงานให้เสร็จ โดยตนฐานะ ประธานอนุกมธ.จัดทำรายงาน และเป็นอนุกมธ.พิจารณาเสนอความเห็นในประเด็นข้อกฎหมาย ได้กำหนดเวลาทำงานให้แล้วเสร็จตามเวลาดังกล่าว โดยการประชุมของอนุกมธ. ประเด็นข้อกฎหมาย นัดประชุมอีก 3 ครั้ง คือ วันที่ 14 ตุลาคม, วันที่ 15 ตุลาคม และวันที่ 19 ตุลาคม เพื่อสรุปความเห็นของอนุกมธ.ฯ ต่อ 6 ประเด็นข้อกฎหมาย ทั้งนี้การสรุปความเห็นดังกล่าวจะไม่ลงมติเพื่อชี้ขาด แต่จะนำเสนอรายงานให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาและมีมติในวาระรับหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

            นายนิกร กล่าวด้วยว่าสำหรับประเด็นข้อกฎหมายที่พิจารณาแล้วเสร็จ ได้แก่ 1.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ​ที่ 18-22/2555 กำหนดให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องทำประชามติถามความเห็นประชาชน อนุกมธ.ฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้กับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ได้ เพราะในมาตรา 256 (8) กำหนดให้ทำประชามติหลังจากท่ีรัฐสภาทำเนื้อหาแล้วเสร็จและก่อนการนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ และ 2.การทำประชามติ ทำครั้งเดียวหลังจากที่สภาฯ ทำเนื้อหาแก้ไขเพิ่มเติมแล้วเสร็จ

 

            “ไม่มีประเด็นและเหตุที่จะยื้อการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะกมธ. และอนุกมธ. ได้กำหนดปฏิทินการทำงานไว้แล้ว และไม่มีประเด็นใดต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อนรัฐสภาลงมติรับหลักการ ส่วนการกำหนดวันนัดประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติรับหรือไม่รับหลักการ ช่วงเปิดสมัยประชุมสภาฯ เดือนพฤศจิกายนนั้น เป็นอำนาจของประธานรัฐสภาพิจารณา ซึ่งผมเชื่อว่าเมื่อเปิดสมัยประชุมแล้ว วาระจ่อรอพิจารณาแล้ว”นายนิกร กล่าว

            นายนิกร กล่าวด้วยว่าส่วนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ที่กลุ่มไอลอว์เป็นผู้นำยื่นต่อรัฐสภานั้นจากการสอบถามสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ทราบว่าขณะนี้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ยืนยันผู้เข้าชื่อสนับสนุน จาก 1แสนราย แล้วเสร็จ และมีรายชื่อเป็นผู้มีตัวตน มีสิทธิเลือกตั้ง ประมาณ 9หมื่นรายชื่อ และจากนี้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะส่งจดหมายไปยัง 9หมื่นรายชื่อ เพื่อสอบถามว่าจะคัดค้านรายชื่อที่สนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากคัดค้านให้ส่งจดหมายมายังสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน ส่วนรัฐสภาจะชะลอการลงมติรับหรือไม่รับหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง 6 ญัตติ เพื่อรอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และมติของที่ประชุมร่วมส.ว., ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน และ ส.ส.พรรคฝ่ายรัฐบาล

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับประเด็นที่ศึกษาข้อกฎหมาย ทั้ง 6 ประเด็น ที่อนุกมธ.ฯ ตั้งประเด็นไว้ ได้แก่ 1.ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ในญัตติที่ 1-2 ว่าด้วยแก้ไขมาตรา 256 และให้มี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขัดกับมาตรา 256 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18-22/2555 ที่สรุปสาระได้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต้องทำประชามติถามความเห็นประชาชนก่อน หรือไม่, 2.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และตั้งส.ส.ร. นั้นต้องออกเสียงประชามติก่อนหรือไม่ และต้องเสียงประชามติทั้งหมดกี่ครั้ง, 3. ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในญัตติที่ 3 - 6 ว่าด้วยแก้ไขเป็นรายมาตรานั้น ขัดกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามญัตติที่ 1-2 หรือไม่ เพราะมีข้อพิจารณาคือ ทำให้เกิดองค์กรร่างรัฐธรรมนูญหรือแก้ไขเพิ่มเติม 2องค์กรในเวลาเดียวกัน, 4.ตรวจสอบสิทธิของส.ส. ที่ร่วมลงลายมือชื่อในญัตติแก้รัฐธรรมนูญ ทำได้มากกว่า1ญัตติหรือไม่, 5.การตั้งสมมติฐาน กรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ รายมาตรา ไม่ถูกรับหลักการ แต่ร่างว่าด้วยตั้งส.ส.ร. ผ่าน สิทธิของส.ส.ร. จะนำรายมาตราที่ไม่ผ่านเสียงรับหลักการมาพิจารณาได้อีกหรือไม่ 
 
            และ 6. คือ การพิจารณาพระราชอำนาจที่บัญญัติไว้ในมาตราอื่นๆของรัฐธรรมนูญ นอกจากหมวด 2 พระมหากษัตริย์  โดยทางคณะอนุกมธ.ฯ จะพิจารณาเนื้อหาในวันที่ 14 ตุลาคมนี้.