วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จัดซื้อ 'เรือดำน้ำ' ส่อโมฆะ ทร.แจงวันนี้ - พท.ชี้เสธ.ทร.ไร้อำนาจลงนาม

“เพื่อไทย” ปูดเอกสารลับซื้อเรือดำน้ำ-ไม่ใช่สัญญาจีทูจี ชี้ “ผบ.ทร.” ไม่มีอำนาจลงนามแทนรัฐบาล ส่งผลให้การจัดซื้อเรือดำน้ำเป็นโมฆะ กังขา “ประยุทธ์” เคยบอกซื้อ 2 ลำ แถม 1 ลำ ขณะที่ “กองทัพเรือ” ชี้แจงวันนี้

“สุพล” ชงอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯทบทวนมติ พบทร.จ้างสำรวจที่ดินสร้างอู่จอด8.5ล้าน

ภายหลังที่ คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 พร้อมด้วยนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยในฐานะคณะอนุกรรมาธิการฯร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีที่ที่ประชุมอนุกรรมาธิการฯมีมติเห็นชอบงบจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนของกองทัพเรือจำนวน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการจัดซื้อเรือดำน้ำ เนื่องจากไทยกำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจ จากการแพร่ระบาดของโควิด-19

วานนี้ (23 ส.ค.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ แถลงว่า ที่ประชุมอนุกรรมาธิการฯ ในตอนแรกมีมติเสมอกัน 4 ต่อ 4 แต่สุดท้ายนายสุพล ฟองงาม ประธานอนุกรรมาธิการฯ ได้ลงมติเห็นชอบ ทั้งๆที่ตำแหน่งประธานอนุกรรมาธิการฯ นั้นไม่ควรลงมติ ต้องวางตัวเป็นกลาง แต่นายสุพลกลับลงมติเป็นอีกหนึ่งเสียง ทำให้มติกลายเป็น 5 ต่อ 4 เห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำ

ทั้งนี้ขอตั้งข้อสังเกตว่ามีการล็อบบี้ในคณะอนุกมธ.หรือไม่ เพราะครั้งแรกกองทัพเรือเข้ามาเสนองบประมาณ แต่อนุกมธ.เห็นว่า หากจัดซื้อเรือดำน้ำลำแรกไปแล้วและไม่ได้ผูกพันลำที่ 2และ 3ก็ขอให้ชะลอไว้ก่อน อย่าเพิ่งซื้อ แต่กองทัพเรือไม่ยอม ดึงดันจะซื้อให้ได้ สุดท้ายจึงถูกแขวนไว้ ไม่ให้ผ่าน เพราะอนุกมธ.มีเสียงเป็นเอกฉันท์ว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำไม่จำเป็นในขณะนี้

จากนั้นนายยุทธพงศ์ ได้แสดงเอกสารบันทึกข้อตกลงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือต่อสื่อมวลชน ซึ่งมีการระบุว่าเป็นสัญญาจีทูจี โดยนายยุทธพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่สัญญาจีทูจี แต่เอกสารดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงและสัญญาที่เซ็นไป เป็นเพียงแค่การจัดซื้อเรือดำน้ำ1 ลำเท่านั้น ไม่มีลำที่ 2 หรือ 3 ไม่มีข้อผูกพันอะไร โดยผู้ที่ลงนามในสัญญานั้น ฝ่ายไทยคือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือในขณะนั้น ขณะที่ฝ่ายจีนผู้ที่ลงนามคือบริษัทเอกชน ไม่ใช่รัฐบาลจีน ซึ่งจุดนี้จะนำไปสู่หนังม้วนยาว

ชี้“เสธ.ทร.”ไร้อำนาจลงนามจัดซื้อ

“ขอตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมจึงปกปิดเอกสารมาโดยตลอด และหากเป็นสัญญาแบบจีทูจีจริง ผู้ที่ลงนามในฐานะฝ่ายไทยก็ไม่มีอำนาจลงนามแทนรัฐบาลไทย เพราะผู้มีอำนาจคือนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ นอกจากนี้ยังไม่มีหนังสือมอบอำนาจจากรัฐบาลไทยอีกด้วย รวมถึงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือนั้น ก็ไม่สามารถที่จะรับมอบอำนาจได้ คนที่จะรับมอบอำนาจได้คือ รมว.กลาโหมเท่านั้น ดังนั้นสัญญาดังกล่าวต้องเป็นโมฆะ”

อย่างไรก็ตามในคณะอนุกมธ.นั้นกองทัพเรือไม่สามารถชี้แจงกรณีดังกล่าวได้เลย อ้างแต่เรื่องความมั่นคงทางทะเล ทั้งๆที่ความอดอยากของประชาชนในขณะนี้สำคัญกว่าเรือดำน้ำ โดยในวันที่ 26 ส.ค.เวลา 13.00 น.คณะกรรมาธิการงบประมาณชุดใหญ่ จะให้อนุกมธ.ชี้แจงกรณีเรือดำน้ำ ซึ่งตนจะเสนอให้กรรมาธิการชุดใหญ่ทบทวนเรื่องนี้ พร้อมทั้งขอให้กองทัพเรือนำหนังสือสัญญามาแสดงด้วย หากแสดงไม่ได้สัญญาจะต้องเป็นโมฆะ เนื่องจากไม่มีความโปร่งใส มีความไม่ชอบมาพากล

ทั้งนี้หากคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ให้ผ่าน ตนจะเสนอให้คณะกรรมาธิการชุดใหญ่ลงชื่อเป็นรายบุคคลแบบเปิดเผยชื่อ เพื่อดูว่าใครเห็นความสำคัญของเรือดำน้ำมากกว่าความอดอยากของประชาชน และหากโหวตแพ้เสียงส่วนใหญ่ในซีกรัฐบาล ตนจะเดินหน้าฟ้องกับประชาชนต่อไป เพราะเรื่องนี้มีความไม่ชอบมาพากลอย่างมาก

กังขา“ประยุทธ์”เคยบอกซื้อ2แถม1

นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เคยประกาศว่า เลือกเรือดำน้ำจีนเพราะได้คุณภาพดีในราคาประหยัด อีกทั้งยังซื้อ 2 แถม 1 นั้น แล้วทำไมวันนี้จึงกลายเป็นว่าซื้อเรือดำน้ำทั้งหมด 3 ลำ แปลว่าอะไร และหากนายกฯยังดึงดันที่จะซื้อเรือดำน้ำ เชื่อว่าจะเป็นจุดจบของรัฐบาล ตนจะเชิญชวนประชาชนให้ออกไปร่วมชุมนุมกับนิสิตนักศึกษาเพื่อขับไล่รัฐบาล และอยากถามนายกฯ ด้วยว่าหัวใจทำด้วยอะไร นายกฯไทยหัวใจเรือดำน้ำจีน

“ทัพเรือ”แถลงวันนี้โต้ปมจีทูจี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. ได้สั่งการให้จัดแถลงข่าวในเรื่องดังกล่าว วันนี้ (24ส.ค.) เวลา 13.30 น. ที่ห้องชมวัง อาคารราชนาวิกสภา เพื่อชี้แจงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการลงนามจัดซื้อเรือดำน้ำนั้น ไม่ใช่สัญญารัฐต่อรัฐ พร้อมระบุว่า พล.ร.อ.ลือชัย ในขณะดำรงตำแหน่ง เสธ.ทร. ไม่มีหนังสือมอบอำนาจจากรัฐบาลไทย แต่อ้างถึงตำแหน่ง เสธ.ทร. จึงไม่สามารถรับมอบอำนาจได้

“สุพล”ชงอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯทบทวน

นายสุพล ฟองงาม ประธานคณะอนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ กล่าวว่า ในการประชุมกมธ.งบประมาณฯวันที่ 26 ส.ค.นี้ จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาชั่งน้ำหนักให้ดีถึงความขัดแย้งในประเทศที่จะตามมา ถ้ามีการซื้อเรือดำน้ำ กับความเสียหายที่ได้รับจากการเลื่อนซื้อเรือดำน้ำ อะไรจะเกิดผลหระทบมากกว่ากัน

“ถ้าเป็นไปได้อยากให้ที่ประชุมกมธ.ทบทวนการจัดซื้อ เพราะถ้าทำให้สถานการณ์การเมืองรุนแรงขึ้น ควรเลื่อนการจัดซื้อไปก่อน แต่ขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมจะเห็นด้วยหรือไม่เพราะมติของอนุกมธ.ยังไม่ใช่มติชี้ขาด กมธ.ชุดใหญ่สามารถทบทวนได้ขณะนี้สถานการณ์ชุมนุมถือว่าถูกจุดติดแล้ว จะชี้แจงยังไง ประชาชนคงไม่ฟัง เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่พอใจรัฐบาล ภาวนาให้กมธ.งบฯทบทวน” นายสุพล กล่าว

ปชป.ขวางจี้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปชป.ไม่เห็นด้วยที่จะใช้เงินจำนวนมากไปซื้อเรือดำน้ำ เพราะขณะที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหาเรื่องโควิด-19 ที่สร้างผลกระทบกับเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนจำนวนมาก และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศจีน เพราะจีนทราบดีว่าไทยได้รับผลกระทบโควิด-19 จีนน่าจะเข้าใจ

พบทร.จ้างสำรวจที่ดินสร้างอู่จอด8.5ล้าน

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า ก่อนหน้านี้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 กองทัพเรือดำเนินโครงการจัดซื้อจัดจ้างสร้างเรือดำน้ำโดยวิธีกรณีพิเศษ กับบริษัท China Shipbuilding & Offshore International Co., Ltd. (CSOC) ลงนามเมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2560 สิ้นสุดสัญญา 30 ก.ย. 2566 วงเงิน 13,481,863,800 บาท

จากการตรวจสอบฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2563 พบว่า ระหว่างปีงบประมาณ 2560-2562 กองทัพเรือดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างยุทโธปกรณ์ และเตรียมพื้นที่ไว้ดำเนินการกับการจัดซื้อเรือดำน้ำดังกล่าว อย่างน้อย 6 รายการ รวมวงเงิน 8,517,622 บาท ได้แก่

ปี 2561 – 1.จัดซื้อพัสดุในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจการจ้างสร้างเรือดำน้ำ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง วงเงิน 135,395 บาท 2.ซื้อวัสดุทำสื่อประชาสัมพันธ์สนับสนุนโครงการเรือดำน้ำ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 111,227 บาท 3.ซื้ออุปกรณ์การฝึกทบทวนชุดศูนย์ยุทธการเรือดำน้ำ จำนวน 4 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 3,000 บาท

ปี 2562 – 1.จ้างเจาะสำรวจที่ดินเพื่อก่อสร้างอู่จอดเรือดำน้ำ บริเวณท่าเทียบเรือหมายเลข 14 ท่าเรือแหลมเทียน การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยวิธีคัดเลือก วงเงิน 7.03 ล้านบาท

2.จ้างก่อสร้างเจาะสำรวจที่ดินเพื่อการออกแบบอาคารโรงซ่อมบำรุงเรือดำน้ำพร้อมระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน โดยวิธีคัดเลือก 1.22 ล้านบาท 3.ซื้ออุปกรณ์การฝึกปฏิบัติการเรือดำน้ำด้วยเครื่องฝึกศูนย์ยุทธการเรือดำน้ำ จำนวน 16 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง 18,000 บาท