เบื้องลึกตั้ง 'อนุชา' โฆษกรัฐบาล 'บิ๊กตู่'...น้องขอเลือกเอง

เบื้องลึกตั้ง 'อนุชา' โฆษกรัฐบาล 'บิ๊กตู่'...น้องขอเลือกเอง

ในที่สุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ “อนุชา บูรพชัยศรี” เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการนั่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนใหม่ แทน “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ที่ไปดำรงตำแหน่ง รมช.แรงงาน 

ถือเป็นการปรับรูปแบบการสื่อสารของรัฐบาลเพื่อให้สอดรับ “ยุคนิวนอร์มอล

ย้อนไปดูที่มาที่ไปของ โฆษกเจมส์ ก่อนหน้านี้ ก็เคยมีปัญหาเรื่องตำแหน่งมาแล้ว ในการเข้ารับหน้าที่เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากการรับตำแหน่ง “ข้าราชการการเมือง” ของเขา เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทั้งที่ตัวเองยังสังกัดพรรคประชาธิปัตย์

โดยเฉพาะ รัฐมนตรีอู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว. พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขั้นประกาศกลางที่ประชุม ครม.ว่า "เป็นการทำผิดมารยาททางการเมือง"

สำหรับเส้นทางการเมืองของ อนุชา แม้จะเติบโตในค่ายประชาธิปัตย์ โดยลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในปี 2550 เมื่อครั้งที่การแบ่งเขตเลือกตั้ง ยังเป็นแบบเขตใหญ่ หรือแบบ ทีม 3 คน โดยลงสมัครร่วมทีมกับ "กรณ์ จาติกวณิช และ "สมเกียรติ ฉันทวานิช" และได้รับการเลือกตั้งเข้าสภาฯ ยกทีมทั้ง 3 คน จากนั้น “อนุชา” ก็ได้กลับเข้าสภาฯ อีกสมัยในการเลือกตั้งปี 2554

ทว่า การเลือกตั้งครั้งหลังสุด เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 ประชาธิปัตย์พ่ายยับชนิดไร้ที่นั่ง ส.ส. 

ข่าวที่น่าสนใจ : 

  

โดย อนุชา ผู้สมัครเขต 4 คลองเตย วัฒนา แพ้ “กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา” ส.ก.(สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร) ในกลุ่มเดียวกัน ที่แยกตัวไปลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ และรุกพื้นที่หนักกว่า

 จากการปราชัยในศึกเลือกตั้งใหญ่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาธิปัตย์ในยุคที่ ขั้วจุรินทร์ เป็นใหญ่ ขณะที่ขั้วอื่นต่างแตกรัง แยกย้ายไปคนละทิศละทาง จึงทำให้บทบาทของ อนุชา ซึ่งสนิทสนมแนบแน่นกับอดีต ส.ส. “กลุ่ม กปปส.” โดยเฉพาะ ณัฏฐพล สโลดาวน์ลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ในทางนิตินัยเขายังเป็นคนของประชาธิปัตย์ แต่พฤตินัยแล้วถือว่า “ขาดกันอย่างสิ้นเชิง”

 

เส้นทางกว่าจะมาทำหน้าที่เป็น “โทรโข่งรัฐบาล ได้ ว่ากันว่า วงประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐเมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค. มีการเสนอรายชื่อ โฆษกรัฐบาล คนใหม่ 

ปรากฎว่าที่ประชุมเคาะ 3 รายชื่อ ประกอบด้วย อนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ธนกร วังบุญคงชนะ อดีตเลขานุการ รมว.คลัง และ ทศพล เพ็งส้ม อดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ

โดย อนุชา ได้แรงหนุนจาก เสี่ยตั้นณัฐฏพล เพราะรู้จักมักคุ้นกันดี ตั้งแต่สมัยที่อยู่ใต้ชายคาประชาธิปัตย์ด้วยกัน และยังถูกดึงตัวไปนั่งเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ทำงานใกล้ชิดกัน

ส่วน ธนกร แม้ แกนนำสามมิตร จะไม่แฮปปี้กับบทบาทในช่วงปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แต่เนื่องจากผลงาน การออกมาตอบโต้ประเด็นการเมืองแทนกลุ่ม “ 4 กุมาร “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรม จึงไม่ทอดทิ้งให้เดินเดียวดาย โดยพยายามผลักดันให้ “ธนกร” นั่งเก้าอี้โฆษกรัฐบาล

ด้าน “ทศพล มีแรงหนุนจาก วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และประธานวิปรัฐบาล โดยก่อนหน้านี้ ทศพล เข้ามาอยู่ในพลังประชารัฐ โดยสังกัด “สุชาติ ตันเจริญ” รองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ระยะหลังผันตัวไปร่วมกลุ่ม“วิรัช”

เมื่อทั้ง 3 กลุ่มในพลังประชารัฐ ต่างส่งชื่อตัวแทนมาชิงโฆษกรัฐบาล 3 คน ทำให้ “บิ๊กป้อมพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค ไม่มีทางเลือก จึงส่งชื่อให้ “บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม พิจารณาด้วยตัวเอง

 

ขณะที่ภายในพรรคพลังประชารัฐ มีการปล่อยข่าวลือ-บลั๊ฟ กันหลายกระแส แต่ที่เปิดหน้าชกกันแบบเปิดเผย ดูได้จากปฏิกิริยาของ คนงามโพธารามปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ที่ออกมาซัด อนุชา อย่างไม่ไว้หน้า ชี้ว่าไม่เหมาะสมนั่งเก้าอี้โฆษกรัฐบาล โดยลากประวัติการเมือง ย้อนไปตั้งแต่สมัยลงสมัคร ส.ส.สมุทรปราการ

แต่ ปารีณา ก็ถูกซัดกลับเช่นกันว่า ออกมาสู้เพื่อ “ทศพล ตามใบสั่งของ หัวหน้ากลุ่ม อีกทั้ง ทศพล ยังเป็นหัวหอก ดูแลคดีที่ดินให้ ปรีณา” ด้วย

ที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือเบื้องลึกในการเลือก อนุชา” มีข่าววงในว่า บิ๊กป้อมหารือกับ บิ๊กตู่โดยขอให้เลือกใช้บริการ ทศพลที่แกนนำพลังประชารัฐในการสนับสนุน และท่าที “บิ๊กป้อม” ยังพยายามกดดันหนัก จนที่สุด บิ๊กตู่ต้องเอ่ยปาก ตัวโฆษกรัฐบาล น้องขอเลือกเอง

เมื่อน้องอย่าง บิ๊กตู่ เอ่ยปากตรงไปตรงมา พี่ใหญ่อย่าง “บิ๊กป้อม” จึงยอมถอย พร้อมส่งสัญญาณไปบอกบรรดาแกนนำพรรคว่าเที่ยวนี้ขอถอยก่อน

หลังจากนี้ ก็รอติดตามฝีมือและผลงานของ อนุชา ในบทบาท โฆษกรัฐบาล” ว่าจะสามารถกู้ความเชื่อมั่น เรียกเรตติ้งให้ รัฐบาล ได้มากน้อยเพียงใด