วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2569

Login
Login

'ช่อ' พร้อมพ้นที่ปรึกษากมธ.ทันทีหากมีมติ

'ช่อ' พร้อมพ้นที่ปรึกษากมธ.ทันทีหากมีมติ

"ช่อ" พร้อมพ้นที่ปรึกษากมธ.ทันทีหากมีมติ ซัดกลับ "สิระ" ไม่เห็นหัวประชาชน

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม เเละสิทธิมนุษยชน  พร้อมด้วย น.ส.พรรณิการ์ วานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ เเถลงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธิการการฎหมาย การยุติธรรม เเละสิทธิมนุษยชน  สภาผู้แทนราษฎร ไม่รับเรื่องร้องเรียนเข้าสู่วาระการประชุมจากกรณี 2 เยาวชน จ.ระยอง มาร้องเรียนต่อกรรมาธิการ ให้ตรวจสอบเเละเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ในการควบคุมเเละจับกุม กรณีชูป้ายเรียกร้องไม่เอาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวมีความสำคัญเพราะไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของเยาวชนที่ระยอง เพียง 2 คนเท่านั้น แต่ผลจากกรณีที่จ.ระยอง ทำให้นำไปสู่การชุมนุมทางการเมือง ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กว่า3,000 คน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยการชุมนุมทางการเมืองเป็นสิ่งที่รับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ หากกรรมาธิการเราได้รับการร้องเรียน เเต่กรรมาธิการ ไม่รับเรื่องไว้ ทำให้เห็นถึงการทำงานของกรรมาธิการที่ไม่เล็งเห็นหัวประชาชน ควรทำตัวเป็นกลาง เเละสิ่งที่เราทำมาตั้งเเต่สมัยนายปิยบุตร เเสงกนกกุล อดีตประธานคณะกรรมาธิการ เราทำมาโดยดีเเละมีประสิทธิภาพมาตลอด ซึ่งจากการกระทำดังกล่าว จะมาเสียชื่อกรรมาธิการ ในสมัย นายสิระ เจนจาคะ เป็นประธาน โดยตนไม่เห็นด้ว

ขณะที่ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวถึงกรณีที่นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธิการ จะปลดและเสนอให้ตนลาออก จากตำเเหน่งที่ปรึกษากรรมาธิการเพราะมีการแอบอ้างใช้ชื่อกรรมาธิการจากการลงไปรับหนังสือของสองเยาวชน จ.ระยองว่า ขอชี้เเจงว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ตนปฏิบัติตามอำนาจเเละหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการ อย่างโปร่งใส  มีกรรมาธิการมาร่วมรับเรื่องร้องเรียน 3 คนจากเยาวชนที่โดนข่มขู่เเละถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพียงเพราะว่าเขามีความเห็นต่างจากรัฐบาล ซึ่งตนมองว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเเละเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ 

ทั้งนี้ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อไปว่า โดยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในที่ประชุมวันนี้ ไม่มีการเสนอให้ใช้มติในประชุมเพื่อปลดตนออกจากที่ปรึกษากรรมาธิการ มีเพียงนายสิระ ลุกขึ้นในที่ประชุม ใช้วาจาที่ก้าวร้าว ไร้มารยาทต่อตนเองในการต้องการที่จะปลดตนออกจากที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการ จากเหตุการณ์ดังกล่าว หากมีการปลดตนออกจริง ต้องใช้มติข้างมากในที่ประชุม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ตนสามารถยินยอมออกได้ทันที โดยไม่ใช่อำนาจของนายสิระ ที่จะใช้อำนาจตามอำเภอใจ หรือเหตุผลส่วนตัวมาปลดตน

"มาทำงานไม่ใช่เพื่อเงินเดือนที่น้อยนิด ไม่ใช่เพื่อตำเเหน่งเเละเกียรติยศ เเต่เราทำงานเพื่อประชาชน ตามสิทธิมนุษยชนโดยเเท้จริง ตลอดเวลาที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการเป็นตัวกลางระหว่างประชาชน กลุ่มนักศึกษา เพื่อช่วยคลี่คลายให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น  หากกรรมาธิการไม่สนใจเรื่องของประชาชนเช่นนี้ การเมืองในระบอบประชาธิปไตยจะเป็นเช่นไร และตนคิดว่าการเมืองในระบอบรัฐสภาจะเดินต่อไปไม่ได้" น.ส.พรรณิการ์ กล่าว