เมื่อถามต่อว่าอยากฝากอะไรไปถึงรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ นพ.ระวี กล่าวว่า สิ่งที่รัฐมนตรีควรเข้ามาดำเนินการคือ การปฎิรูปพลังงาน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เช่น การยกเลิกราคาเสมือนนำเข้าน้ำมันจากสิงค์โปร์ และราคาเสมือนนำเข้าก๊าซจากซาอุฯ ซึ่งในส่วนนี้ไม่ได้นำเข้าจริง และควรปรับโครงสร้างในส่วนของกองทุนน้ำมันด้วย
"นพ.ระวี" เชื่อ รมว.พลังงาน ไม่จำเป็นต้องรู้เยอะ แต่ต้องมีความซื่อสัตย์ ความกล้า ความมุ่งมั่นและจุดยืนที่จะปฏิรูปพลังงาน เพื่อประเทศชาติและประชาชน แนะต้องเร่งนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า ก่อนประเทศเพื่อบบ้านจะฉวยไปกิน
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 63 นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของกระทรวงพลังงาน ว่า ในส่วนตัวใครจะมาดำรงตำแหน่งก็ได้ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นว่าเหมาะสม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่ดี ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนที่มีความรู้เรื่องพลังงาน แต่คุณสมบัติที่สำคัญที่สุด คือ ความซื่อสัตย์ ความกล้า ความมุ่งมั่นและจุดยืนที่จะปฎิรูปพลังงาน เพื่อประเทศชาติและประชาชนจริงๆ
ทั้งนี้ นพ.ระวี กล่าวต่อว่า ตนในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการยานยนต์ไฟฟ้า ขอฝากไปถึงรัฐมนตรีว่า ต้องเร่งทำนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าโดยรีบด่วน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์กลางในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า คงเป็นดีทรอยต์ของเอเชียตะวันตกในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เพราะถ้าช้าไปเพียง 1 ปี อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอาจจะเลือกไปลงทุนในเวียดนาม, มาเลเชีย, อินโดนีเชีย
นพ.ระวี ยังกล่าวต่อว่า ยังมีอีกหลายภารกิจที่รัฐมนตรีคนใหม่ต้องเร่งดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการปฎิรูปราคาปาล์มและมันสำปะหลังที่รับซื้อจากเกษตรกรที่ไม่สอดคล้องกับราคาน้ำมันปาล์ม b100 และราคาเอทานอล, การปรับปรุง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม, ผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากที่ถูกเลื่อนมาหลายเดือนแล้ว, ผลักดันโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอย่างเร่งด่วน เพื่อปฎิรูประบบการจัดการขยะของประเทศไทย และสนับสนุนโครงการโซลาร์ รูฟท๊อปของประชาชน





