วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ส.ส.ก้าวไกล' ซัด 'ประยุทธ์' พา ปชช. แพ้ราบคาบ

"วิโรจน์" ส.ส.ก้าวไกล ถล่มมหาประยุทธ์ภัยสร้างวิกฤตหนัก ไทยชนะไม่ทิ้งกันแต่ประชาชนร้องไห้

เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 63 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้เงินระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ที่ผ่านมารัฐบาลบอกว่าไทยชนะ แต่ส่วนตัวมีความสงสัยว่าไทยชนะนั้นแท้ที่จริงแล้วไทยชนะจริงหรือไม่ และประชาชนชนะจริงหรือไม่ ถ้าประชาชนชนะจริง ทำไมประชาชนยังต้องต่อแถวร้องทุกข์กระทรวงการคลัง ทำไมเราเห็นภาพคนเป็นแม่ร้องไห้เพราะลูกหิว ทำไมมีภาพเจ้าของกิจการกุมขมับกับตัวเลขที่เหลือในบัญชีไม่กี่บาทไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายลูกน้องหรือชำระหนี้ สิ่งเหล่นี้ไม่ใช่ชนะ แต่เป็นการเอาคนตัวเล็กมาเป็นเครื่องสังเวย ยิ่งรัฐบาลชี้แจงว่าคนฆ่าตัวตายไม่ได้เหนือความคาดหมาย แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าใครแบกรับไม่ได้ก็ต้องตายลงไป รัฐบาลประเมินสถานการณ์ต่ำเกินไปตั้งแต่แล้วปล่อยให้ระบาดจากสนามมวยลุมพินีและการยกเลิกวีซ่าที่ล่าช้า ยืนยันได้ว่าไม่ใช่ชัยชนะแต่เป็นความประมาทของรัฐบาลที่แลกมาด้วยความเดือดร้อนของประชาชน ขอร้องว่าอย่าพูดว่าไทยชนะอีกต่อไป

"คำว่าเราไม่ทิ้งกันแต่แท้จริง คือ พวกเราไม่ทิ้งกันพวกมันให้ทิ้งไป ใครชนะไม่รู้แต่ตอนนี้ประชาชนเป็นผู้พ่ายแพ้ และกำลังจะมีผู้พ่ายแพ้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆภายใต้พล.อ.ประยุทธ์ หากเปรียบเทียบการช่วยเหลือประชาชนกับการอุ้มชูนายทุน จะรู้ได้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับอะไร โดยมีการลดค่าเช่าให้กับผู้ประกอบการธุรกิจสนามบินในเดือนก.พ. ก่อนจะเกิดการระบาดในเดือนมี.ค. แต่เพิ่งมีมาตรการเยียวยาประชาชนในช่วงเดือนมี.ค. ต่อมาวันที่ 23 เม.ย.หลังจากนายกฯทำหนังสือถึงมหาเศรษฐี รัฐบาลได้มีโปรโมชั่นออกมาอีกระหว่างประชาชนกำลังเดือดร้อน โดยมีมาตรการช่วยเหลือนายทุนประกอบการสนามบินด้วยการงดเว้นเงื่อนไขค่าเช่าที่เพิ่งประมูลไปแต่ให้เอาเงื่อนไขของปี 2562 มาใช้แทน" นายวิโรจน์ กล่าว  

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ทำไมรัฐบาลอยากอุ้มนายทุนขนาดนั้น แต่กลับหลอกประชาชนด้วยการซื้อเวลาไปเรื่อยๆ สร้างกระบวนการพิสูจน์ความจนจนทำให้ประชาชนยอมรับชะตากรรม วันที่ 24 มี.ค.บอกประชาชนว่าจะได้รับเงินภายใน 5 วันแต่ต่อมาเปลี่ยนเป็น 7 วัน นอกจากนี้ถูกยัดเหยียดความเป็นเกษตรกรและถูกกล่าวหาเป็นเจ้าของธุรกิจ และมาโป๊ะแตกว่าเอไอที่ใช้คัดกรองนั้นเป็นแบบกำมะลอ จนต้องยอมให้มีการอุทธรณ์ สุดท้ายรัฐบาลใช้เวลา 54 วันในการตรวจสอบการทบทวนสิทธิการรับเงินเยียวยา แบบนี้ประชาชนจะไม่ช้ำได้อย่างไร

'ส.ส.ก้าวไกล' ซัด 'ประยุทธ์' พา ปชช. แพ้ราบคาบ

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า การระบาดของโควิดมาจากความประมาทของรัฐบาล พอหมดปัญญาจะแก้ปัญหาก็ลุแก่อำนาจและออกคำสั่งทันที โดยไม่สนใจความเดือดร้อน แต่การช่วยเหลือประชาชนกลับไม่มีแนวทางชัดเจน ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ไม่สนใจประชาชน ประชาชนที่ซื้อไข่วันละฟอง ซื้อข้าวทีละหนึ่งกิโลกรัมย่อมมีต้นทุนที่สูงกว่าแน่นอน การเยียวยาที่ล่าช้าแสดงว่ารัฐบาลไม่เคยเข้าใจหัวอกประชาชนเลย ซ้ำร้ายกว่านั้นพอประชาชนช่วยกันเองก็ยังถูกจับกุมดำเนินคดีโดยไม่สนใจเจตนาที่ดีของประชาชน การกู้เงินเพื่อเยียวยานั้นพรรคก้าวไกลเห็นด้วย รัฐบาลสามารถแก้กฎหมายขยายเพดานหนี้สาธารณะได้เหมือนในต่างประเทศ การกู้เงินไม่ใช่ปัญหาแต่ปัญหาอยู่ที่ฐานคิดของรัฐบาลมากกว่า เงินที่กู้มาเป็นของประชาชนทุกคนและรัฐบาลเป็นคณะบุคคลที่จะต้องนำเงินของประชาชนมาช่วยประชาชน

"วิกฤตโควิด19ต่างกับต้มยำกุ้งอย่างมาก ต้มยำส่งผลกระทบต่อคนรวยส่วนใหญ่และจำกัดเฉพาะบางกลุ่มประเทศเท่านั้น แต่โควิดเป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจให้หนักขึ้น และประชาชนตัวเล็กได้รับผลกระทบมากที่สุด เป็นการพังทลายจากฐานราก ทำให้ประเทศไทยที่พึ่งการส่งออกและการท่องเที่ยวยิ่งแย่หนักแบบไม่เห็นอนาคต การจัดทำงบประมาณในช่วงโควิด19ของรัฐบาลขาดยุทธศาสตร์ เช่น เมื่อวันที่ 3 มี.ค.อนุมัติงบกลาง 225 ล้านบาทเพื่อให้กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นอบรมทำหน้ากากอนามัย การกู้เงินจะต้องมีการวางแผนก่อนว่าจะเอาเงินไปทำอะไรและรวบรวมบัญชีต่างๆก่อนเพื่อให้เกิดการเกลี่ยก่อนกู้ แต่รัฐบาลจะกู้อย่างเดียว การโอนงบประมาณก็ทำได้เพียง 8 หมื่นล้านบาทจากเดิมที่จะต้องได้ถึงแสนล้านบาท ถ้ารัฐบาลทำงานเป็นพระราชกำหนดทั้งสามฉบับจะต้องวางแผนให้สอดคล้องกับกฎหมายโอนงบประมาณและกฎหมายงบประมาณปี 2564 แต่ปรากฎว่าไม่มีการเกลี่ยก่อนกู้พร้อมกับจะซื้ออาวุธในปี 2564 ต่อไป"

"พอรัฐบาลจมอยู่กับปัญหาเฉพาะหน้าจนแก้ไม่ไหวก็ต้องขู่ประชาชนและใช้อำนาจพระราชกำหนดฉุกเฉินไปเรื่อยๆ พิมพ์เอกสารเอสี่ใส่ชื่อพล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนฟ้องร้องไม่ได้ เป็นการแก้ปัญหาแบบอันธพาลคุมซอย ดังนั้น การกู้เงินไม่ใช่ปัญหาแต่อยู่ที่วิธีคิด หากรัฐบาลทำอย่างนี้จะทำให้ความเหลื่อมล้ำบานปลาย หากคิดว่านายกฯเป็นเจ้านายประชาชน หลังโควิด19จะน่ากลัวมาก ทุนใหญ่จะกว้านซื้อทุกอย่าง เราปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้" นายวิโรจน์ กล่าว 

'ส.ส.ก้าวไกล' ซัด 'ประยุทธ์' พา ปชช. แพ้ราบคาบ

นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า การใช้งบประมาณเหมือนเป็นการแบ่งเค้กกันเองและกลัวการตรวจสอบ แทนที่รัฐบาลจะอุดหนุนค่าจ้างให้กับนายจ้างเพื่อให้นายจ้างไม่หยุดงาน แต่รัฐบาลกลับไม่ทำ ในทางตรงข้ามรัฐบาลกลับสร้างแจงจูงใจให้หยุดงานจากเหตุฉุกเฉิน จนประชาชนไม่ได้เงินจากประกันสังคม โควิดครั้งนี้จะว่างงานถึง 7 ล้านคน รัฐบาลเตรียมการรับมือหรือไม่ พรรคก้าวไกลทำการบ้านมาและขอสอนรัฐบาลว่าการใช้เงินกู้จะต้องยกระดับขีดความสามารถของสาธารณสุขไทย รัฐบาลต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่าหากเกิดการระบาดอีกรอบและล็อคดาวน์สลับกับการผ่อนคลาย รัฐบาลจะต้องมีมาตรการให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าหากมีการระบาดอีกรอบจะไม่มีใครอดตายและไม่มีใครตกงานและไม่ปล่อยให้เอสเอ็มอีล้ม

"ตัวเลขสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหา คือ อัตราการใช้กำลังการผลิตเหลือ  61.86% ต่ำที่สุดในรอบร้อยเดือน โดยที่ต่ำกว่านี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2554 เมื่อคราวมหาอุทกภัย แต่ครั้งนี้จะหนักกว่าเพราะเจอกับมหาประยุทธ์ภัย นอกจากนี้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่ำลง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการว่างงานมากขึ้นจนรัฐบาลคุมไม่ได้ การแก้ไขปัญหาครั้งนี้ไม่ใช่การใช้อำนาจแต่ต้องคิดถึงประชาชนอย่างรอบคอบ พรรคก้าวไกลเห็นว่ารัฐบาลต้องไม่ทำให้ซ้ำรอยกับโครงการไทยนิยมยั่งยืนที่ไม่ได้สร้างความยั่งยืนแต่กลับสร้างความเหลื่อมล้ำ ก่อนจะฟื้นฟูรัฐบาลควรเอาเงินไปเติมในงบประมาณเยียวยาก่อน และออกพ.ร.บ.เพื่อฟื้นฟูจริงจัง เพื่อสร้างงานและยกระดับชีวิตของประชาชน"

นายวิโรจน์ กล่าวสรุปว่า พ.ร.ก.กู้เงินมีเพียง 7 หน้าคิดเป็นหน้าละ 1.4 แสนล้านบาท มี 148 บรรทัด บรรทัดละ 6800 ล้านบาท มี 10375 ตัวอักษร ตัวอักษรละ 96 ล้านบาท จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่สภาฯต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบ หากรัฐบาลยืนยันในความโปร่งใสอย่างแท้จริง รัฐบาลต้องให้ความร่วมมือกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดชี้ขาดว่าพรรคก้าวไกลจะลงมติอย่างไรกับเงินกู้ฉบับนี้

'ส.ส.ก้าวไกล' ซัด 'ประยุทธ์' พา ปชช. แพ้ราบคาบ