'ประยุทธ์' กระชับอำนาจ พปชร. แบ่งแยกแล้วปกครอง?

'ประยุทธ์' กระชับอำนาจ พปชร. แบ่งแยกแล้วปกครอง?

การเปลี่ยนโลโก้ "พรรคพลังประชารัฐ" จากกรอบ 6 เหลี่ยม เป็นวงกลม เพื่อความสามัคคีกลมเกลียวดูจะไร้ความหมาย

แต่ละกลุ่มก๊วน เคยเขม่นกันอย่างไร ก็ยังเป็นอย่างนั้น แม้จะมี "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มานั่งเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคก็ตาม การเปิดศึกทวงคืนตำแหน่งหัวหน้า และเลขาธิการพรรคนั้น ดูจะไม่ง่ายขนาดที่พูดหนสองหนแล้ว แล้วคู่กรณีรีบลุกหลีกทางทันที แต่กลับเป็นเกมยาว ยืดเยื้อกันข้ามปี

คนในพรรคต่างรู้กันดีว่าใครคือเจ้าของพรรคตัวจริง ใครเป็นเจ้าของกระสุนที่ใช้ตอนเลือกตั้ง และใครเป็นที่มาของกระแส จนพรรคกวาด ส.ส.ได้ขนาดนี้ ถ้าเข้าใจตรงนี้ ก็จะเข้าใจว่าอะไรคืออะไร

การทวงคืน 2 เก้าอี้สำคัญนี้ ยกแรก มีชื่อของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาเป็นหัวหน้า โดยมี “บิ๊กป้อม” พี่ใหญ่ จะมาเป็นประธานที่ปรึกษา พร้อม “เสี่ยตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นเลขาฯ ครั้งนั้น “บิ๊กตู่” มีท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ สุดท้ายก็เงียบไป มีก็แต่ “บิ๊กป้อม” ที่เข้ามาจริงๆ แต่ในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์นั่นเอง

 

สเต็ปต่อมาชื่อของ “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย ก็เหมือนได้รับการปลอบใจ หลังชวดเก้าอี้ ครม. ด้วยการเป็นคนข้างกายคนใหม่ของ “บิ๊กป้อม” ในตำแหน่งรองประธานยุทธศาสตร์ โดยว่ากันว่า การที่แกนนำสามมิตรส่งหรือยินดีให้ “เสี่ยแฮงค์” ไปตรงนั้นเพื่อใช้โควตากลางของพรรค หากมีการปรับ ครม. จะได้ไม่เปลืองโควตาสามมิตร-สมคิด ที่มีคนของตัวเองอยู่แล้ว

การต่อสู้ทวงคืนยกสอง คราวนี้อยู่ๆ ก็มีชื่อ “เสี่ยแฮงค์” ขึ้นเสียบตำแหน่ง เลขาฯ พรรคแทนคนปัจจุบัน แต่ด้วยความที่คนเดิมมีเกราะคุ้มกัน ทำผลงานผลงานในตำแหน่ง รมว.พลังงาน เข้าตา “บิ๊กตู่” แก้ปาล์มราคาตกอย่างได้ผล ด้วยการซื้อปาล์มจากชาวสวน ทำไบโอดีเซล

เมื่อคนในตำแหน่งเดิมมีประสบการณ์ โดนทวงเก้าอี้คืนมา 2 หน และมีแววยก 3 จะตามมา ดังนั้น จากที่เคยตั้งรับ จึงต้องเปิดเกมรุก จนข่าวกระพือ ทำให้ขั้วตรงข้ามอาจตั้งตัวไม่ทัน ว่า บิ๊กป้อมจะนั่งหัวหน้าพรรค สันติ พร้อมพัฒน์นั่งเลขาฯ

แถมเปิดชื่อตัวละครลับ อย่าง เสธ.อ้น พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา ว่าเป็นตัวเดินเกม จน “บิ๊กป้อม” ต้องสั่งให้เรื่องจบไปก่อน เป็นอันว่า ศึกยก 3 ยังไม่ทันเริ่ม “ทัพบิ๊กป้อม” คว่ำอีกฝั่งไม่ได้ แต่อย่าลืมว่าวันพระไม่ได้มีหนเดียว การพับแผนก็เพื่อรอจังหวะกลับมาใหม่เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์แบบนี้ ที่คนในพรรคแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ดูจะเอื้อให้ “บิ๊กตู่” คุมเกมได้ถนัดมือมากขึ้น การวางตัวไม่เลือกอยู่ข้างใครชัดๆ แม้แต่พี่เลิฟ อาจทำให้กลุ่มอื่นๆ ชะล่าใจว่า “นายกฯ” อยู่ข้างเรา ทำให้มีแรงฮึดฮัดกับสายพี่ใหญ่ และนั่นยิ่งทำให้ท่าทีหรือคำพูดที่ออกจากปาก “บิ๊กตู่” ศักดิ์สิทธิ์เสมอมา

เมื่อต้องปราบ หรือหย่าศึกระหว่างใครก็ตาม ทุกกลุ่มยอมสยบตลอด อาจจะเข้าตำรา แบ่งแยกแล้วปกครองอีกตามเคย

แต่ที่แน่ๆ ต้องไม่ลืมว่า บิ๊กตู่-บิ๊กป้อมยากที่จะแตกหักกันจริงๆ แม้มีบางคนพยายามแยกทั้งคู่ออกจากกันก็ตาม