จากกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการขาดแคลนและมาตรฐานของอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ โดยข้อมูลจากทางแพทย์กับทางการสวนทางกัน ทำให้นายอนุทินต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดังนั้นจึงหวังว่ารัฐจะสร้างความกระจ่างกับสังคมโดยเร็ว
ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกที่มีแนวโน้มรุนแรงในขณะนี้ ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อสะสม 1,771 ราย เสียชีวิต 12 ราย ส่วนทั่วโลกติดเชื้อ 856,900 ราย เสียชีวิต 42,000 ราย องค์การอนามัยโลกหรือดับบลิวเอชโอออกมาแสดงความกังวลว่าการแพร่ระบาดครั้งนี้ยังไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เรียกร้องให้ชาวโลกตระหนักในการดูแลป้องกันตัวเองอย่างเข้มงวด ส่วนสหประชาชาติหรือยูเอ็นยอมรับว่าเป็นมหันตภัยรุนแรง ท้าทายมนุษยชาติครั้งใหญ่สุด นับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ยิ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยต้องใช้ความรอบคอบในการดำเนินมาตรการเพื่อหยุดยั้งไวรัสโคโรน่า 2019 ตัวนี้ลงให้ได้ หรือให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด
การแก้ปัญหาเพื่อหยุดการแพร่เชื้อ ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของไทยทุกคน ก่อนประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2563 อำนาจการแก้ปัญหาอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงสาธารณสุข หรือ สธ.ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล กุมบังเหียน กำลังถูกตั้งคำถามถึงความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการขาดแคลนและมาตรฐานของอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ รวมถึงชุดตรวจที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ บุคลากรในวงการแพทย์ระบุว่าขาดแคลนอุปกรณ์ สวนทางกับข้อมูลส่วนกลางที่ระบุว่ามีเพียงพอ
ยังเกิดคำถามถึงความล่าช้าในการตรวจหาเชื้อ เพราะชุดตรวจด้อยประสิทธิภาพ กระทั่งมีข่าวจากต่างประเทศโดยประเทศสเปนแถลงข่าวได้นำเข้าชุดตรวจที่ด้อยคุณภาพ อาจเป็นชุดตรวจชุดเดียวกับที่บริษัทนำเข้าของไทยไปซื้อมาจากประเทศจีน เกิดคำถามถึงกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการบริหารจัดการปัญหาที่หย่อนยาน เราไม่เชื่อว่าบริษัทที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้นำชุดตรวจ สธ.จะมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน เพราะขั้นตอนจากการคัดเลือกต้องผ่านหน่วยงานทั้งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสำนักงานอาหารและยา
กระแสดังกล่าวยังทำให้นายอนุทินตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามหนังสือลงวันที่ 30 มี.ค.63 ที่ 404 / 2563 กรณี ชุดตรวจโควิด-19 Rapid Test ของบริษัทแห่งหนึ่ง มี นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัด สธ. เป็นประธาน ที่เหลือกรรมการประกอบด้วย พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย อดีตเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ศ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้ทรงคุณวุฒิ นายอภิชาติ รอดสม สาธารณสุขนิเทศก์ นายพงศธร พอกเพิ่มดี รักษาการนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และผู้อำนวยการกลุ่มสร้างเสริมวินัยและระบบคุณธรรม
เราเห็นด้วยกับการแต่งตั้งดังกล่าว เรายังหวังว่าการทำให้กระจ่างกับสังคม ยิ่งเร็วๆ นี้กำลังจะมีการนำเข้าชุดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล หรือ พีพีอี อีกหลายแสนชุด เราไม่อยากรัฐบาลโดนข้อครหาเรื่องหากินกับความเป็นความตายของคนไทย ภายใต้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีมีอำนาจเต็ม ดังนั้นผู้ฉ้อฉลงบประมาณหรือผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา จะต้องโดนลงโทษขั้นเด็ดขาด เท่าเทียมกันไม่ว่าพ่อค้านายทุนหน้าเลือด หรือข้าราชการและรัฐมนตรี ผู้ใจดำอำมหิต


