วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิด ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ข้อห้าม VS ข้อปฏิบัติ ที่ประชาชนควรรู้!

 เปิด ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ ข้อห้าม VS ข้อปฏิบัติ ที่ประชาชนควรรู้!

สรุปข้อปฏิบัติหรือขอบเขตที่ประชาชนสามารถทำได้ และไม่สามารถทำได้ตามการประกาศไว้ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

หลังจากที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน .. 2548 หรือ ...ฉุกเฉิน เพื่อจัดการโรคระบาดโควิด-19 ที่จะมีผลในวันที่ 26 มีนาคม 2563 นี้

ประชาชนส่วนใหญ่เกิดการวิตกกังวลถึงการปฏิบัติตัว และตั้งคำถามว่า สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิมหรือไม่ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์จึงสรุปข้อปฏิบัติหรือขอบเขตที่ประชาชนสามารถทำได้ และไม่สามารถทำได้ตามการประกาศไว้ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 

ทั้งนี้ข้อปฎิบัตินี้เป็นเพียงข้อปฎิบัติเบื้องต้นที่ระบุไว้ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เท่านั้น โดยข้อปฎิบัติตนที่จะถูกประกาศใช้เป็นทางการสำหรับโรคระบาดโควิด-19 ยังคงต้องรอนายกรัฐมนตรีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในครั้งต่อไป 

อย่างแรกต้องทำความเข้าใจก่อนว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จะถูกใช้ในกรณีสถานการณ์ฉุกเฉินมีการก่อการร้าย การใช้กำลังประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่มีความรุนแรงกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของรัฐหรือบุคคล และมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

  • มาตรการของ ... ฉุกเฉิน จะแบ่งเป็น  

ระดับที่ 1 สถานการณ์ฉุกเฉินทั่วไป

- ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งกระแสข่าวระบุว่า จะระบุ เคอร์ฟิว เวลา 19.00-07.00 . อย่างไรก็ตาม ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

- ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ที่ใด  

- ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ

- ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใด ๆ

-ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด


ระดับที่ 2 สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง 

- ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวผู้ใดซึ่งต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เท่าที่มีเหตุจำเป็นเพื่อระงับความรุนแรงโดยไม่ชักช้า

- ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้บุคคลใดมารายงาน ตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเรียกมาให้ถ้อยคำ 

- ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งยึดหรืออายัดอาวุธ สินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค เคมีภัณฑ์ หรือวัตถุอื่นใดได้ 

-ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งตรวจค้น รื้อ ถอน หรือทำลายซึ่งอาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งกีดขวาง ตามความจำเป็น 

- ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งห้ามมิให้ผู้ใดออกไปนอกราช อาณาจักรได้ 

- ออกคำสั่งให้ใช้กำลังทหารเพื่อเข้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจระงับ เหตุการณ์ร้ายแรงหรือควบคุมสถานการณ์ให้เกิดความสงบโดยด่วนได้

ข้อปฏิบัติตนที่ประชาชนสามารถทำได้ และไม่สามารถทำได้ คือ 

(1) ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหสถานภายในระยะเวลาที่กำหนด เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือ เป็นบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น

(2) ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ที่ใด หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

(3) ห้ามการเสนอข่าว การจำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวหรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉิน

(4) ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ

(5) ห้ามการใช้อาคาร หรือเข้าไปหรืออยู่ในสถานที่ใด

(6) ให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่กำหนดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนดังกล่าว หรือห้ามผู้ใดเข้าไปในพื้นที่ที่กำหนด

ทั้งนี้ต้องย้ำว่าข้อปฎิบัตินี้เป็นเพียงข้อปฎิบัติเบื้องต้นที่ระบุไว้ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินพ.ศ. 2548 เท่านั้น ข้อปฎิบัติตนที่จะถูกประกาศใช้เป็นทางการสำหรับโรคระบาดโควิด-19 ยังคงต้องรอนายกรัฐมนตรีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในครั้งต่อไป