วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน 2569

Login
Login

ศาลแขวงปทุมวัน พิพากษากักขังหนุ่มป้ายน้ำลาย ในลิฟต์บีทีเอส 15 วัน

ศาลแขวงปทุมวัน พิพากษากักขังหนุ่มป้ายน้ำลาย ในลิฟต์บีทีเอส 15 วัน

ศาลแขวงปทุมวัน พิพากษาให้ลงโทษหนุ่มป้ายน้ำลาย ในลิฟต์สถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬา ให้กักขัง 15 วัน ในสถานกักขังกลาง จังหวัดปทุมธานี

จากกรณีมีชายไทยป้ายน้ำลายตามตำแหน่งต่างๆ ในลิฟต์สถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬา และปรากฏภาพตามสื่อสังคมออนไลน์เป็นวงกว้าง สร้างความวิตกให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.63 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้เชิญนายผู้ต้องหาไปยัง รพ.ตำรวจ เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด 19 รวมทั้งตรวจสุขภาพจิต และได้นัดให้มาพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ (24 มี.ค.63) พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ได้รับผลการตรวจเชื้อไวรัสโควิด 19 จากศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมทั้งผลตรวจสุขภาพจิต จากโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งผลปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 และเป็นผู้มีสุขภาพจิตปกติ จึงได้เชิญตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำ ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานอัยการ เพื่อทำการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจา โดยพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องศาลแขวงปทุมวัน ให้ลงโทษในข้อหา “ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ของแข็งตกลง ณ ที่ใด ๆ โดยประการที่น่าจะเป็นอันตรายหรือเดือดร้อนรำคาญแก่บุคคล หรือเป็นอันตรายแก่ทรัพย์ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนหรือน่าจะเปรอะเปื้อน ตัวบุคคล หรือทรัพย์ หรือแกล้งทำให้ของโสโครกเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 389

โดยในท้ายคำฟ้อง พนักงานอัยการฯ ได้ขอศาลได้โปรดลงโทษในอัตราสูงสุด เนื่องจากในช่วงเวลานี้ เป็นช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ซึ่งผู้กระทำผิดจะต้องมีความตระหนักถึงความปลอดภัยของส่วนรวม และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโดยเคร่งครัด

โดยศาลแขวงปทุมวันพิพากษาให้ลงโทษจำคุก 15 วัน โดยให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 ณ สถานกักขังกลาง จังหวัดปทุมธานี