วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความเชื่อมั่นรับมือวิกฤติ สิ่งที่ประชาชนต้องการ

ถึงแม้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าในไทยยังอยู่ระยะที่ 2 แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลนั้น มีความสำคัญอย่างมากในภาวะที่ประเทศต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติแบบนี้

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ที่มีความรุนแรงมากขึ้น มีผลต่อความเชื่อมั่นของหลายส่วนในขณะนี้ โดยประชาชนไม่เชื่อมั่นต่อการจัดการหน้ากากอนามัยที่เป็นอุปกรณ์สำคัญในการป้องกัน รวมถึงความไม่เชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศ ที่สะท้อนจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ลดลง 10.8% จนต้องหยุดทำการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว 30 นาที เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา

การสู้โรคโควิด-19 ช่วงเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลออกมาตรการเพื่อชะลอการเข้าสู่การระบาดระยะที่ 3 ในประเทศ ออกไปนานที่สุด รวมถึงออกมาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งเห็นได้จากมาตรการทางการเงินและการคลัง รวมถึงมาตรการลดค่าครองชีพ 14 มาตรการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีพยายามใช้อำนาจทางบริหารเพื่อแก้วิกฤติ โดยการตั้งศูนย์บริหารจัดการโรคโควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อบริหารวิกฤติครั้งนี้ให้เร็วที่สุด 

สถานการณ์วิกฤติขณะนี้ สิ่งที่สังคมอยากเห็น คือ การสร้างความเชื่อมั่นจากฟากฝั่งของรัฐบาล ซึ่งความเชื่อมั่นจะเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่มาจากการออกคำสั่ง หรือเร่งออกมาตรการต่างๆ เท่านั้น หากแต่ความเชื่อมั่นจะเกิดได้มากจากภาพการทำงานที่เป็นเอกภาพของรัฐบาล ที่มุ่งทำงานและแก้ปัญหาวิกฤติไปในทิศทางเดียวกัน โดยไม่แยกกลุ่ม แยกพรรค แยกกระทรวง ขณะที่นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารต้องเด็ดขาดในการตัดสินใจและสั่งการอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ที่สำคัญการแถลงข่าวและการสั่งการต้องสื่อสารได้รวดเร็ว ตรงประเด็นและไม่สร้างความสับสนให้สังคม

ในภาวะเช่นนี้รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้เกิดความสับสนในเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการหน้ากากอนามัย การเปิดหรือปิดศูนย์เฝ้าระวังการแพร่ระบาดในพื้นที่ต่างๆ หรือแม้แต่การยกเลิกวีซ่า VOA ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลในวงกว้างและประชาชนให้ความสนใจต้องไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการสื่อสาร เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นในหลายประเทศจนองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศแล้วว่าโรคนี้เข้าสู่ภาวะแพร่ระบาดไปทั่วโลก

ถึงแม้สถานการณ์การระบาดในไทยยังอยู่ระยะที่ 2 แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลมีความสำคัญอย่างยิ่งในภาวะที่ประเทศเผชิญกับภาวะวิกฤติ หากขาดสิ่งนี้ไปแล้วความเสี่ยงของประเทศและประชาชนจะเพิ่มขึ้นเมื่อการระบาดเข้าสู่ระยะที่ 3 ดังนั้นการชะลอการเข้าสู่การระบาดในระยะที่ 3 ของไทยจึงไม่ใช่เพียงหน้าที่หน่วยงานรัฐหรือรัฐบาลเท่านั้น แต่ประชาชนเองต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านสุขภาพ การระมัดระวังตนไม่ให้เสี่ยงรับเชื้อ ซึ่งหากร่วมมือกันได้ทั้งภาครัฐและประชาชนย่อมมีโอกาสที่จะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้