แบนสารพิษ เกาะติด 'สารทดแทน' แดนบุรีรัมย์

แบนสารพิษ เกาะติด 'สารทดแทน' แดนบุรีรัมย์

26 พฤศจิกายน 2562 สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย จะนำเกษตรกรแต่งชุดดำไปรวมตัวกันที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรียกร้องให้รัฐมนตรีเกษตรฯ รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพวกเขา และขอให้ทบทวนมติแบน 3 สารพิษ

ภายหลังคณะกรรมการวัตถุอันตราย ลงมติขึ้นทะเบียนเป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 4 ห้ามนำเข้า ส่งออก มีไว้ครอบครอง และมีผลบังคับใช้ 1 ธันวาคม 2562

จะว่าไปแล้วหลังการแบนสารเคมีเกษตร มีผลกระทบตามมามากมาย และอาจเหนือความคาดหมายของผู้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็น “อลงกรณ์ พลบุตร” ไปเจอมาที่ไร่อ้อย จ.สุพรรณบุรี นั่นคือ “ชีวภัณฑ์จุลินทรีย์” กำจัดวัชพืชที่ยังไม่ได้ผ่านการทดสอบ 3 ขั้นตอน

ชีวภัณฑ์สารทดแทนที่จะมาแทน “3 สารพิษ” นั้น อลงกรณ์บอกว่า เป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากและมีข่าวลือกระพือโหมยิ่งกว่าไฟไหม้ป่าอ้อยว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับสารทดแทนด้วย

  • ปริศนาจุลินทรีย์?

ย้อนไปเมื่อ อลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (เฉลิมชัย ศรีอ่อน) โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2562 ได้ตั้งสเตตัสไว้ว่า “เรื่องสารชีวภัณฑ์กำจัดวัชพืชแทน 3 สารอันตราย”

แบนสารพิษ เกาะติด 'สารทดแทน' แดนบุรีรัมย์

อลงกรณ์ต้องเดินทางไปสุพรรณบุรี เพราะมีคนบอกว่าชาวไร่อ้อยใช้สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชได้ผลดี

“เรื่องสารชีวภัณฑ์เป็นประเด็นอ่อนไหวมาก มีบวกลบตลอด ผมไปดูมาที่สุพรรณบุรียังโดนวิจารณ์ ซึ่งก็ชี้แจงไปแล้ว จึงเข้าใจว่าอ่อนไหวมากแค่ไหน รวมทั้งมีการโยงไปถึงบริษัทผู้ผลิตกับตระกูลนักการเมืองใหญ่ในภาคอีสาน เป็นประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งถ้าพูดอย่างแฟร์คือ ถ้ามีอิทธิพลการเมืองเกี่ยวข้องจริงคงได้ขึ้นทะเบียนไปแล้ว..”

สิ่งที่อลงกรณ์ไปพบในไร่อ้อยคือขวดที่บรรจุสารชีวภัณฑ์ “จุลินทรีย์อนุพันธ์” ซึ่งได้สอบถามจากนักวิจัยอิสระจึงทราบว่า สารชีวภัณฑ์นี้ขึ้นทะเบียนไม่ได้เพราะใช้จุลินทรีย์อนุพันธ์ และห้ามโฆษณาถ้าไม่ได้ขึ้นทะเบียน

ถัดจากวันนั้นมีสำนักข่าวออนไลน์รวมถึงช่องไทยพีบีเอส ได้แกะรอยจากสลากข้างขวดบรรจุสารชีวภัณฑ์จุลินทรีย์ และพบร่องรอยที่เชื่อมโยงถึงตระกูลการเมือง

ที่แน่ๆ คนบุรีรัมย์รู้ดีที่สุด เพราะสินค้าสารชีวภัณฑ์ยี่ห้อนี้มีการจัดอีเวนท์บ่อยครั้งจนได้ชื่อว่างานเกษตรกรรมเซราะกราวก้าวหน้า

  • สินเกษตรบุรีรัมย์

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เว็บไซต์ banmuang.co.th ได้เสนอข่าวการแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงของบริษัทสินเกษตร กรุ๊ป จำกัด กรณีมีข่าวการผลิตสารทดแทน PICO เพื่อทดแทน 3 สารเคมีพิษ

“บุญชญดา คงนันทะ” ประธานบริษัท สินเกษตร กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเป็นผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ธรรมชาติสกัดเข้มข้นเพื่อใช้ในการเกษตรแบบปลอดสารพิษ ก่อตั้งเมื่อปี 2559 มีโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่ี ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์

สินเกษตรต้องการเป็นผู้นำในการจัดจำหน่ายจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิกแท้ 100% มีความปลอดภัยสูงต่อทั้งตัวเกษตรกรผู้ใช้รวมถึงไม่มีสารเคมีอันตรายปนเปื้อนในผลผลิตที่จะเป็นอันตรายถึงผู้บริโภค และยังสามารถย่อยสลายตัวเองได้ตามธรรมชาติ

แปลกแต่จริงหลังมีข่าวดังกล่าวแพร่สะพัดไปแฟนเพจเฟซบุ๊ก “PICO นวัตกรรมจุลินทรีย์เพื่อการเกษตรอินทรีย์” ปลิวหายไปทันทีทันใด

  • เชียงใหม่คอนสตรัคชั่น

ในรายงานพิเศษเรื่องสารทดแทนนั้น ไทยพีบีเอสตรวจสอบกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทสินเกษตร มีนามสกุล “นพดลธิยากูล” เชื่อมโยงกับข้อมูลในหนังสือบริคณห์สนธิจัดตั้งบริษัท เชียงใหม่ คอนสตรัคชั่น จำกัด ก็ทราบว่าตระกูลนี้ได้ทำธุรกิจร่วม “คะแนน สุภา” ประธานกรรมการบริษัทเชียงใหม่ฯ

ดังที่ทราบกันเจ้าของบริษัทเชียงใหม่ คอนสตรัคชั่น เป็นบิดา “กรุณา ชิดชอบ” และพ่อตา “เนวิน ชิดชอบ”

ประเด็นนี้ บุญชญดา คงนันทะ ประธานบริษัท สินเกษตร กรุ๊ป ได้อธิบายว่าบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่มีความเชื่อมโยงกับบริษัทเชียงใหม่ คอนสตรัคชั่น จำกัด แต่อย่างใด

เหนืออื่นใด ปัณจวัฒน์ นพดลธิยากูล กรรมการบริษัทสินเกษตรฯ เป็นเพียงหลานของมานพ นพดลธิยากูล กรรมการบริษัทเชียงใหม่ฯ มิได้มีความเกี่ยวโยงในด้านธุรกิจของมานพ และการดำเนินธุรกิจมิได้มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองใดๆ ทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน

เมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ แบนสารพิษไปแล้วแต่สารทดแทนยังเละเป็นโจ๊ก กรมวิชาการเกษตรจะว่ายังไง?