วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แอมเนสตี้เตรียมฟ้องศาลปกครอง ปมรัฐไม่รับรอง 'เนติวิทย์' เป็นกรรมการเยาวชน

"แอมเนสตี้" เตรียมฟ้องศาลปกครอง ปมรัฐไม่รับจดทะเบียนแต่งตั้ง "เนติวิทย์" เป็นกรรมการเยาวชน

เมื่อวันที่ 28 ก.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเนล ประเทศไทย ได้ส่งจดหมายถึงสมาชิก และสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา หลังจากทราบเรื่องว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วินิจฉัยยกคำร้องอุทธรณ์ กรณีนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพฯ (อธิบดีกรมการปกครอง) ) มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนแต่งตั้ง นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นกรรมการสมาคมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย โดยให้เหตุผลว่ามีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม หรือขัดต่อคุณสมบัติการเป็นกรรมการสมาคมฯ สมาคมฯ ขอเรียนให้ทุกท่านทราบรายละเอียดข้อมูล ข้อเท็จจริง ดังนี้

1.เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นสมาชิกสมาคมแอมเนสตี้ฯ ตามข้อบังคับสมาคมฯ หมวดที่ 3 ว่าด้วยสมาชิก ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2555

2. ต่อมาเมื่อวันที่ 5 เม.ษ. 2561 สมาคมฯได้เปิดรับสมัครกรรมการสมาคมฯ แทนตำแหน่งที่ว่าง และเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ได้ยื่นสมัครเข้าเป็นกรรมการสมาคมฯ ในสัดส่วนกรรมการประเภทเยาวชน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีคุณสมบัติครบถ้วนและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นกรรมการสมาคมฯ ตามข้อบังคับ ข้อที่ 15 (1) สมาคมฯ จึงรับรองให้เนติวิทย์ฯ เป็นผู้สมัครกรรมการสมาคมฯ ในสัดส่วนกรรมการประเภทเยาวชน

3. ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2561ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 ของสมาคมฯ มีมติเลือกเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นกรรมการสมาคมฯ ในสัดส่วนกรรมการประเภทเยาวชน

4. ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2561 สมาคมฯได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนกรรมการของสมาคมฯต่อนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร ตามคำขอที่ 49/2561

5. ต่อมาเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2561 สำนักงานเขตจตุจักร มีหนังสือที่ กท 6501/7405 ลงวันที่26 พ.ย. 2561 แจ้งว่า นายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร ไม่อาจรับจดทะเบียนและออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนการแต่งตั้งกรรมการของสมาคมขึ้นใหม่ทั้งชุด รายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ได้โดยชี้แจงเหตุผลมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม หรือขัดต่อคุณสมบัติการเป็นกรรมการสมาคมฯ รวมถึงไม่รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการคนอื่นๆ อีก 3 ท่านที่นายทะเบียนไม่ได้โต้แย้งคุณสมบัติไว้ด้วย ต่อมาภายหลังสมาคมฯทำหนังสืออุทธรณ์กรณีดังกล่าว นายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร จึงรับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการคนอื่นไว้แล้ว เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2562

 

6. ต่อมาเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2561 สมาคมฯ ได้อุทธรณ์คำสั่งไม่รับจดทะเบียนแต่งตั้งเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นกรรมการสมาคมฯ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

7. ต่อมากรมการปกครองมีหนังสือที่ มท 0307.5/12277 ลงวันที่ 16 พ.ค. 2562 ชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติมโดยอ้างว่า ได้รับข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองความมั่นคงของรัฐว่า เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ถูกดำเนินคดีอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ข้อ 12” จำนวน 4 คดี ดังนั้นจึงพิจารณาเห็นว่า พฤติการณ์ของเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อาจขัดกับการบริหารกิจการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมที่ดี เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และเป็นแนวทางที่เป็นตัวอย่างให้กับบุคคลและเยาวชนทั่วไป เป็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม หรือขัดต่อคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งกรรมการสมาคมที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของประเทศ

8. ต่อมาเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2562 สมาคมฯ ได้ทำหนังสือชี้แจงต่อนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร และยืนยันว่าเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็นกรรมการสมาคมฯ และขอให้นายทะเบียนสมาคมฯ ดำเนินการพิจารณาแต่งตั้งเนติวิทย์ตามกฎหมายโดยเร็ว

9. ต่อมาเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2562 สมาคมฯ ได้ทำหนังสือทวงถามผลการพิจารณาอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพิกเฉยไม่ดำเนินการพิจารณาอุทธรณ์ของสมาคมฯ ภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 82 วรรคท้าย

10. ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2562 สมาคมฯ รับทราบผลการพิจารณาว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พิจารณายกอุทธรณ์ของสมาคมฯ (ตามหนังสือกรมการปกครอง ที่ มท 0307.5/25503 ลงวันที่ 23 ก.ย. 2562)

 

สมาคมฯ ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า คณะกรรมการสมาคมฯ ได้พิจารณาเห็นแล้วว่า นายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร (อธิบดีกรมการปกครอง) ใช้ดุลพินิจและอำนาจหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะเป็นการขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 29 วรรคสอง บัญญัติว่า “ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้” ประกอบกับข้อเท็จจริงพบว่า การที่พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาคดีอาญาจำนวน 4 คดี ในความผิดฐาน“ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ข้อ 12” ปรากฎว่า ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องแล้ว จำนวน 2 คดี และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 เรื่องการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ข้อ 12 ถูกยกเลิกโดยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2561 ข้อ 1 (7) แล้ว ทำให้คดีอาญาที่พนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหาต่อนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ไม่อาจดำเนินคดีได้อีกต่อไป และศาลไม่อาจพิพากษาและลงโทษให้เนติวิทย์ฯ มีความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าวได้อีกต่อไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 ดังนั้น การที่นายทะเบียนสมาคมฯ หยิบยกเหตุผลว่า เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ถูกดำเนินคดีอาญาดังกล่าว เป็นเหตุให้ไม่รับจดทะเบียนแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมฯ จึงเป็นการใช้ดุลพินิจและออกคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งยังขัดต่อวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ ในการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ด้วย

จึงให้ดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง กรณีนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร (อธิบดีกรมการปกครอง) ใช้อำนาจหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในกรณีมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนแต่งตั้งเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นกรรมการสมาคมฯ และฟ้องร้องดำเนินคดีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่โดยวินิจฉัยอุทธรณ์ของสมาคมฯ ล่าช้าเกินกำหนดระยะเวลา ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 82 วรรคท้ายกำหนด

โดยสมาคมฯ คาดว่าจะดำเนินการฟ้องร้องคดีดังกล่าวต่อศาลปกครองกลางในต้นเดือนตุลาคม 2562 นี้ โดยจะแจ้งให้ทุกท่านทราบอีกครั้งหนึ่ง

อภิชาต พงษ์สวัสดิ์ ประธานกรรมการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย