กมธ.ติดตามงบ สภาฯ เผยแก้ภัยแล้งในอีสานส่อทุจริต หลังพบมีการซอยงบเป็นโครงการละไม่เกิน 5 แสน เลี่ยงการประมูลอีบิดดิ้ง “ประวิตร”ประชุมแก้วิกฤตน้ำท่วม เร่งสำรวจเยียวยา ขีดเส้นไม่เกินกลาง ต.ค. ล่าสุด เสียหาย 3.36 ล้านไร่ ด้าน“เพื่อไทย”ชงฟื้นแผนโขง ชี มูล
นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการการศึกษา จัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผย วานนี้(23ก.ย.)ว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้รับการร้องเรียนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ที่รัฐบาลอนุมัติให้จังหวัดละ 200 ล้านบาทก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานว่า อาจมีการทุจริตเกิดขึ้น โดยการซอยงบประมาณเป็นโครงการละไม่เกิน 5 แสนบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการประมูลด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (E-Bidding) หรือไม่
“เราจึงจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบความโปร่งใส ในการใช้งบประมาณดังกล่าว ว่ามีการใช้งบอย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย โดยจะทำงานร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบของภาครัฐ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน” นายไชยา ระบุ
ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้งบกลางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ที่เป็นเรื่องเฉพาะหน้า คือ การฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วม เพราะมองว่าการที่รัฐบาลบอกว่าไม่มีงบกลาง แต่มีการใช้เงินส่วนนี้ร่วมกับเงินของกองจัดซื้อยุทโธปกรณ์ช่วงที่ผ่านมา เป็นการใช้จ่ายที่ไม่สมเหตุสมผล ควรนำงบกลางมาดูแลประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจะดีกว่า
ส่วนการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม วานนี้ (23 ก.ย.) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายประภัตร โพธสุธน และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย รัฐบาลพยายามทำให้รวดเร็ว เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้กลับบ้านโดยเร็วที่สุด และเราเตรียมการในอนาคตอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการป้องกันน้ำท่วม น้ำแล้ง ความจริงทั้งรัฐบาลนี้ และรัฐบาลที่แล้วก็ดำเนินการอยู่แล้ว และจะทำต่อไปให้ดีที่สุด มีแผนจัดการ เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วม น้ำแล้งในอนาคต
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้เราเริ่มสำรวจในพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูแล้ว คือทำทั้งหมดไปพร้อมกัน จะต้องแล้วเสร็จอย่างช้าไม่เกินกลางเดือน ต.ค. หรือเร็วกว่านั้น ถ้าพื้นที่ใดเสร็จแล้วก็สามารถเสนอขึ้นมาได้เลย เราจะจัดหน่วยงานลงไป แต่ต้องขอดูปริมาณงานก่อน และระดับนโยบายต้องเร่งขออนุมัติงบฯเป็นพิเศษหรือไม่ ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นถนนพัง ทำนบพัง ระบบระบายน้ำที่มีทรายมาทับถม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อช่วยเหลือประชาชน
กษ.เร่งฟื้นฟู 10 จว.อีสาน
ขณะที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ รับฟังการสรุปภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำ ชี-มูล โดยมี อธิบดีกรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูพื้นที่ 10 จังหวัดภาคอีสาน
นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ 21 จังหวัด ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรประมาณ 3.36 ล้านไร่ พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 30,773 ไร่ สัตว์ได้รับผลกระทบ 1.8 ล้านตัว รวมเกษตรกร 6 แสนกว่าราย
กระทรวงเกษตรฯได้จัดทำโครงการจิตอาสาช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัย โดยมีวัตถุประสงค์ให้ทุกหน่วยงานร่วมกันบูรณาการ การดำเนินการช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแลเกษตรกรผู้ประสบภัยหลังน้ำลด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และสร้างการรับรู้ การเตรียมการด้านการเกษตรตามหลักวิชาการ รวมทั้งการสนับสนุน ส่งเสริมให้กลับมาประกอบอาชีพได้อย่างรวดเร็ว
นายเฉลิมชัย ระบุว่า ขอให้กระทรวงเกษตรฯ บูรณาการการทำงานการภายใน และประสานกับหน่วยราชการอื่น โดยเฉพาะ กรมชลประทาน ซึ่งมีเครื่องมือเครื่องจักรจำนวนมาก ต้องระดมสรรพกำลังลงไปช่วยเหลือประชาชน เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขังที่อยู่อาศัย พื้นที่ชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจ โดยเร็ว และขอให้ทั้ง 21 จังหวัด ที่ประสบภัย ขับเคลื่อนไปพร้อมกัน พร้อมคาดหวังว่า ภายใน 1 เดือนนี้ ประชาชนที่อยู่ลุ่มต่ำ จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี กล่าวว่า พื้นที่ จ.อุบลราชธานี ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค. มีพื้นที่ประสบภัย 25 อำเภอ 159 ตำบล 1123 หมู่บ้าน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบกว่า 639,000 ไร่
พท.ชงสภาฯฟื้นแผนจัดการน้ำ
นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในขณะนี้ยังวิกฤติอยู่ แม้ระดับน้ำจะค่อยๆ ลดลงแล้ว แต่ประชาชนยังไม่สามารถกลับเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านได้ ต้องอยู่ในที่พักชั่วคราวริมถนน ตนคาดว่าน้ำจะท่วมแบบนี้ไปอีกเป็นเดือน ทั้งนี้แม้จะอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้ประชุมคณะกรรมาธิการสามัญ เพื่อเป็นช่องทางในการกระตุ้นรัฐบาลให้ชดเชยและเยียวยาความเสียหายให้รวดเร็ว
นอกจากนี้ทางฝ่ายค้านยังได้ยื่นญัตติเรื่องการบริหารจัดการน้ำไปยังประธานสภาฯแล้ว และพร้อมจะอภิปรายทันทีหากบรรจุวาระเข้าไปหลังเปิดสมัยประชุมสภาฯ ในเดือนพ.ย.ซึ่งจะเสนอให้นำโครงการบายพาสน้ำมูลสู่น้ำโขง ที่เคยทำสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร กลับมาทำอีกครั้ง รวมทั้งโครงการผันน้ำจากแม่น้ำโขงมาแม่น้ำชี และแม่น้ำมูล เพื่อป้องกันภัยแล้ง ที่เคยเสนอในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับมาทำใหม่





