“วิษณุ” ชี้ปมสอบจริยธรรมนายกฯ ก.ม.ไม่ครอบคลุมนักการเมือง-ป.ป.ช.ไร้อำนาจก้าวล่วงศาล ย้ำแถลงนโยบายลงรายละเอียดงบฯไม่ได้ ด้าน “7 พรรคฝ่ายค้าน” นัดถกยื่นสอบนายกฯ 21 ก.ย.นี้ “วันนอร์”เผยเล็งถอดคำอภิปรายประกอบสำนวน
ท่าทีจากฝ่ายต่างๆ หลังการอภิปรายทั่วไปในประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่เตรียมยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อไต่สวนกรณีนายกฯ ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง
วานนี้(19ก.ย.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ตนได้บอกไปในสภาแล้วว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)มาตรฐานทางจริยธรรมใช้กับข้าราชการทั้งหลาย ส่วนนักการเมืองมีอีกฉบับหนึ่ง โดยเป็นประมวลจริยธรรมฉบับหนึ่ง ที่ศาลรัฐธรรมนูญร่างขึ้นซึ่งใช้กับองค์กรอิสระทั้งคณะรัฐมนตรี วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นเรื่องนี้ตนจึงไม่อยากไปตอบว่าได้หรือไม่ได้ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นช่องทางก็ไม่มีปัญหา
แต่ขอวงเล็บไว้นิดเดียวว่า ยื่นผ่าน ป.ป.ช.นั้น ป.ป.ช.เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญใด ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า การถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์จึงไม่มีองค์กรใด สามารถตรวจสอบองค์กรตามรัฐธรรมนูญใด
ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ของพล.อ.ประยุทธ์ เรื่องดังกล่าวคงทำให้นายกฯ ทำงานได้สบายใจขึ้น รัฐบาลพยายามชี้แจงมาหลายครั้ง
ขณะที่ความคืบหน้าการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2563 นายวิษณุ ชี้แจงว่า ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการใกล้จะเสร็จแล้ว คาดว่าในวันที่ 17 ต.ค.นี้ สภาฯจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เป็นเวลา 4 วัน โดยสภาฯจะใช้ 2 วัน และวุฒิสภาใช้ 2 วัน
ส่วนที่มีการท้วงติงถึงแหล่งที่มาของรายได้งบประมาณนั้นในการที่ที่ประชุมสภาฯ ในเดือน ต.ค.นี้ จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 จะต้องมีการแสดงรายละเอียดกัน แต่ในนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภาที่ผ่านมานั้น ไม่สามารถไปลงรายาละเอียดอะไรได้
ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรณีที่ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเตรียมเข้าชื่อเพื่อขอให้ยื่นศาลฎีกา ตรวจสอบจริยธรรมของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด และพิจารณาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ตนยังไม่เห็นเรื่องดังกล่าว
7 พรรคฝ่ายค้านนัดถก21ก.ย.
ขณะที่ความเคลื่อนไหวฝ่ายค้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า การอภิปรายเมื่อวันที่ 18 ก.ย.ในประเด็นถวายสัตย์ พล.อ.ประยุทธ์ ถือว่าตอบไม่ตรงคำถาม และไม่ได้ให้ความสนใจกับรัฐธรรมนูญเลย ขณะที่การชี้แจงประเด็นการแถลงนโยบายโดยไม่แสดงงบประมาณนั้น เรื่องนี้นายกฯ ก็ตอบไม่ชัดเจน ดังนั้น 7 พรรคฝ่ายค้าน จึงเตรียมพิจารณายื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานทางจริยธรรมของนายกฯ
โดยในวันที่ 21 ก.ย.นี้ จะมีการจัดงาน 7 พรรคฝ่ายค้านพบประชาชนที่ จ.ชลบุรี ซึ่งจะมีแกนนำแต่ละพรรค ได้ร่วมในการพูดคุยกับประชาชน ก็จะอาศัยโอกาสดังกล่าว หารือถึงแนวทางการเดินหน้ายื่นเรื่องร้องต่อ ป.ป.ช.ด้วย
ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การเข้าชื่อดังกล่าวต้องใช้เสียง ส.ส.รวมกันให้เกิน 151 รายชื่อ ขณะที่การเขียนสำนวนเพื่อยื่นต่อหน่วยงานที่มีหน้าที่นั้น คงต้องหารือกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามแม้การประชุมสภาฯ นัดพิเศษเพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ กรณีซักถามข้อเท็จจริงและให้ข้อเสนอแนะ เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา นายกฯ จะไม่ชี้แจงในประเด็นการกล่าวนำถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน แต่รายละเอียดสามารถนำเนื้อหามาเขียนเป็นสำนวนได้
เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยืนยันว่า แม้ศาลจะมีคำวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวแต่สภาฯ ยังสามารถทำหน้าที่ได้ เพราะศาลยังไม่ได้วินิจฉัย เพียงแต่แค่ไม่รับคำร้องเท่านั้น ซึ่งการอภิปรายของตน ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้รู้กฎหมายเลย จึงเป็นเหตุที่อาจทำให้ยังไม่ตัดสินใจแสดงความรับผิดชอบ
อย่างไรก็ดี การอภิปรายที่เกิดขึ้นแม้จะไม่มีผลต่อรัฐบาล เพราะไม่ได้มีการลงมติ แต่ตนเชื่อว่าจะสะท้อนให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งสังคมจะได้รับรู้ว่า เป็นอย่างไรในส่วนของฝ่ายค้าน ยืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่
“สิระ”มั่นใจไม่หลุดส.ส.-พร้อมแจง
ขณะที่นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้อง กรณีที่ตนใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็น ส.ส.กระทำการก้าวก่าย แทรกแซง เพื่อประโยชน์ของตนเองในการปฏิบัติราชการ หรือการดำเนินงาน ในหน้าที่ประจำของข้าราชการไว้พิจารณาวินิจฉัยว่า ตนพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของศาลทุกประการ และจะไปชี้แจงเหตุการณ์และรายละเอียดที่เกิดขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน
ส่วนตัว ไม่กังวลว่าจะถูกตัดสิทธิ ส.ส. เพราะเชื่อมั่นว่าไม่มีเจตนาใช้อำนาจข่มขู่ผู้ใด และเรื่องที่ตนลงไปทำ ก็ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว อย่างที่เคยบอกไปว่า ตนแค่เป็นคนเสียงดัง และเรื่องนี้ก็จบลงไปด้วยดีแล้ว
เด็กพท.ปัดหอบส.ส.กินข้าวสามมิตร
วันเดียวกันนี้ นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ชี้แจงกระแสข่าวที่ระบุว่าก่อนเปิดประชุมสภาฯ เมื่อวันที่18 ก.ย.ตนเป็นคนชักชวนเพื่อนส.ส.อีสานหลายสิบคน ไปร่วมรับประทานอาหารกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร พรรคพลังประชารัฐ จนทำให้แกนนำพรรคเพื่อไทยไม่พอใจว่า
วันดังกล่าวตนออกจากบ้านย่านรังสิตเวลาประมาณเจ็ดโมงกว่า ๆ ถึงสภาฯ และแสดงตนต่อสภาฯในเวลา 8.40 น. เรื่องนี้สามารถตรวจสอบกับทางสภาฯได้ ดังนั้นข่าวที่บอกว่าตนและเพื่อน ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย 14 คน ไปรับประทานอาหารที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในช่วงเวลา 9.00 น.จะเป็นไปได้อย่างไร
ยืนยันว่า วันนี้กลุ่ม ส.ส.ร้อยเอ็ด และเพื่อน ส.ส.อีสาน ยังเหนียวแน่น ตนกับนายสมศักดิ์ยอมรับ โดยส่วนตัวรู้จักกันมานาน เพราะเป็นผู้แทนด้วยกันมาตั้งแต่ พ.ศ.2529 จากพรรคกิจสังคม ยืนยันว่าไม่เคยได้รับการติดต่อทาบทามให้ไปร่วมงานการเมืองด้วย และอยากให้ย้อนไปดูตอนโหวต ตนและเพื่อนส.ส.เคยแหกโผพรรคหรือไม่ เรื่องนี้ไม่เข้าใจเจตนาลึกๆ คนให้ข่าวจริง ๆ





