วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์' จ่อทูลเกล้าฯรายชื่อครม. เผยอีกไม่กี่วันทุกอย่างเรียบร้อย

“ประยุทธ์” เผยไม่อยากให้ตีความ “สารนายกฯ” เตรียม “ปฏิวัติซ้อน” เผยศึกในพปชร.จบแล้ว จ่อทูลเกล้าฯ

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.62 เวลา​ 13.10 ที่ทำเนียบ​รัฐบาล​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายก​รัฐมนตรี​และ​หัวหน้า​คณะ​รักษา​ความสงบ​แห่งชาติ​(คสช.)​ แถลงภายหลังการประชุม​คณะรัฐมนตรี​(ครม.)​ ว่า​ วันนี้มีการประชุมคสช.​ มีการสรุปทบทวน​แผนงานการปฏิบัติ​และการดำเนินการในระยะต่อไป​เมื่อไม่มีคสช.​ จะทำอะไรอย่างไร​ ถือเป็นการทบทวนการปฏิบัติงานและดำเนินงานในเรื่องที่ยังไม่ได้ข้อยุติ​ เพื่อส่งต่อให้รัฐบาลต่อไปเพื่อดำเนินการตามกลไกปกติ​ ทั้งนี้​ คสช.จะหมดหน้าที่ลงในวันที่ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ​ตน​ คือประมาณเดือนกรกฎา​คมนี้​ เป็นไปตามไทม์ไลน์ทุกประการ​ "ผมไม่ได้พูดมาหลายวัน​ แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร​ ทุกอย่างเดินหน้าไปแล้วทั้งหมด"

ผู้สื่อข่าวขอให้​ พล.อ.ประยุทธ์​ อธิบายหมายหมายในสารนายกรัฐมนตรีที่ออกมาเมื่อวานนี้ ที่ระบุว่า​ ไม่อยากใช้วิธีการแก้ปัญหาเดิมๆ​ ซึ่งมีการตีความว่าอาจมีการรัฐประหาร​ขึ้นมาอีก​ พล.อ.ประยุทธ์​กล่าวว่า​ ตนไม่อยากให้ตีความลึกซึ้งไปถึงขนาดนั้น​ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าปัญหาของเราเริ่มมาจากอะไร​ พอมีปัญหาเกิดขึ้นมา​ ในทางการเมืองก็เดินขบวน​ มีการขยายความรุนแรงกันมากขึ้น​ ต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย​กันมากขึ้น​ ทุกคนก็ไม่มีความสุข​ คนที่ไม่เกี่ยวข้องก็เดือดร้อนไปด้วย​ ตนพูดเพียงแค่นั้น​ เพื่อไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีก​

"ในเรื่องการปฏิวัติ​รัฐประหาร​ หรือการปฏิวัติซ้อน​ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น​ แท้กระทั่งผมเองที่ทำมา​ ผมก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้น​ ในวันนั้น​ ผมก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น​ เราจึงควรกลับมาแก้ปัญหาที่ถูกวิธีจะดีกว่า​ 5 ปีที่ผ่านมา​ก็ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน​ หลายอย่างก็ดี​ บางอย่างยังไม่เรียบร้อย​ แต่เราหยุดแค่นี้ไม่ได้ ไหนๆ ก็ทำมาถึงวันนี้แล้ว ทุกคนก็ต้องร่วมมือกัน​ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ฝ่ายค้าน​ หรือภาคเอกชน​ ภาคประชาสังคม​ ต้องช่วยกัน​ เราต้องปฏิรูปทุกอย่างให้ไปด้วยกัน​" พล.อ.ประยุทธ์​กล่าว

ผู้​สื่อข่าว​ถามว่า​ ปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้า​ เกิดจากปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)​มีความเห็นอย่างไร​ พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า​ อยากถามว่าช้าอย่างไร​ ตนไม่เข้าใจ​ ถ้านับตามกรอบเวลาที่ผ่านมา​ ยังอยู่ภายในกรอบเวลาการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย​ 90-150​ วัน​ ที่ผ่านมา​ เรามีงานพระราชพิธี​ วันนี้จึงยังไม่ได้มีการผิดเพี้ยนจากรอบเวลาเดิมเลย ซึ่งมีการตั้งไว้ในเดือ​นกรกฎาคม​ ขอร้องว่าอย่าไปบิดเบือนอะไรกัน​ และขอให้เข้าใจด้วยว่า​ เราต้องแก้ปัญหาของเราให้ได้

ผู้สื่อ​ข่าวถามถึงปัญหาความขัดแย้งในพรรคพปชร.​ จะส่งผลกระทบต่อการตั้งครม.หรือไม่​ พล.อ.ประยุทธ์​กล่าวว่า​ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา​ ความขัดแย้งเกิดขึ้นกับทุกพรรคการเมือง​ เพียงแต่จะแสดงออกกันมาอย่างไร​ วันนี้ตนทราบว่ามีความก้าวหน้า ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว​ ทางพรรคมีการแถลงออกมาแล้ว​ ทุกอย่างเป็นไปตามนั้น ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกคน​ อย่าโกรธแค้นเคืองอะไรกันไป​ และขอร้องประชาชนอย่าคล้อยตามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง​ อย่างไรก็ตาม​ ตนเชื่อมั่นว่าคนไทยทุกคนมีความเข้าใจ​ และนักการเมืองเองก็ต้องเข้าใจ​ และถือว่า​สิ่งที่เราทำให้ทุกอย่างสงบเรียบร้อ​ยถือว่าเราได้เริ่มการปฏิรูปกันแล้ว​ ทุกอย่างจะเดินหน้าไปตามกลไกและกติกา​

"สำหรับผมเองก็เป็นธรรมดา​ รู้สึกไม่สบายใจบ้าง​ และได้พูดไปแล้ว​ แต่เมื่อวันนี้ทุกอย่างเรียบร้อย​ ผมก็สบายใจ ขั้นตอนต่างๆ ก็ไม่ได้ติดชะงักตรงไหนแล้ว​ ขั้นตอนตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ​ ทั้งด้านเอกสารและจากหน่วยงานภายนอก​ ท้ายสุด​ เมื่อตรวจสอบ​เสร็จสิ้นก็จะมีการรับรอง​ และให้เวลาแก้ไขปัญหาของตัวเองตามกฎหมาย​รัฐธรรมนูญ​ใหม่​ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหุ้น​ หรืออะไรต่างๆ​ ก็ต้องให้เวลาดำเนินการ​ เมื่อแล้วเสร็จก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายขึ้นไป​ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า​ฯ​ จากนั้นจะขอพระราชทาน​วันเวลา​ เพื่อเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ​ตน​ ซึ่งคิดว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า​ ทุกอย่างจะเรียบร้อย​ ไม่ต้องกังวลอะไร​" พล.อ.ประยุทธ์​กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวว่า​ ปัญหาภายในของพรรคพปชร.นั้น​ ต้องถือว่าเป็นพรรคการเมืองใหม่​ ถึงแม้จะมีคนเก่าๆอยู่หลายคน​ แต่การที่มีคนเดิมๆจากหลายพรรคมารวมกัน​ เพื่อขับเคลื่อนงานไปด้วยกันก็ย่อมมีปัญหาความขัดแย้งอยู่บ้าง​ และบังเอิญว่าสื่อให้ความสนใจ​ จึงกลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์​ แต่เชื่อว่าเดี๋ยวก็จบ​ เพราะฉะนั้นก็จบได้แล้ว​ ทั้งหมดถือเป็นเรื่องภายในของพรรคพปชร.​ และในฐานะที่ตนเป็นผู้ที่ถูกเสนอชื่อ​ เลือกให้เป็นนายกฯ​ ก็ได้ให้แนวทางไปแล้วว่า​ ต้องหากฎระเบียบ​ต่างๆภายในพรรคเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยว่าอนาคตจะทำอย่างไรกันต่อไป​ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเดิมๆ ขึ้นมาอีก​ ขณะนี้อยู่ระหว่างช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่าน​ อะไรที่เปลี่ยนแปลงบางครั้งก็มีปัญหา​ แต่วันนี้เข้าใจตรงกันแล้วก็จบ

"ผมก็ลืมไปแล้ว​ ประชาชนก็ต้องให้ความเชื่อมั่นต่อไป​ ผมเองก็หวังให้พรรคพลังประชา​รัฐ​เป็นพรรคที่ประชาชนให้ความเชื่อมั่นในการทำงานเพื่อชาติและประชาชนต่อไปในอนาคต​ เราจะเดินหน้าต่อไป​ ทั้งด้วยกลไกทางการเมือง​ ตามรัฐธรรมนูญ​กฎหมาย​ และระเบียบของพรรค​ เพื่อให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้นในการทำงาน​ เพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อไปในอนาคต​ ก็หวังว่าจะร่วมมือกันได้เป็นอย่างดี​" พล.อ.ประยุทธ์​กล่าว​

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากบริหารประเทศมา 5 ปี วันนี้มาเจอกับนักการเมืองที่มาจากหลายขั้ว รู้สึกปวดหัวหรือเครียดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างมันก็ต้องปวดหัว ทำงานไม่ปวดหัวเขาเรียกว่าทำงานเหรอ ตนใช้หัวสมองในการบริหาร ในการทำงาน
และทำความเข้าใจหาความร่วมมือ

พร้อมทำความเข้าใจกับสังคมให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น และวันนี้ต้องขอบคุณที่ทุกคนสนับสนุนตนมากพอสมควร ฉะนั้น ขอให้เชื่อมั่นด้วยกลไกประชาธิปไตย ตนจะทำงานให้สำเร็จ ซึ่งคำว่าสำเร็จของตนคือการบริหาราชการด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย สร้างหลักคิดใหม่ๆ ให้กับประชาชน ว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองดีขึ้นไปกว่าเดิม เพราะตนคงไม่อยู่กับพวกท่านตลอดไป วันข้างหน้าก็มีคนนู้นคนนี่เข้ามาทดแทน มีคนรุ่นใหม่เข้ามา แต่เราต้องเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับสถานการณ์เหล่านั้น

ด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ บุคลากรส่วนราชการต่างๆ และการปฏิรูปต่างๆ มากมาย จึงต้องเรียกว่าการปฏิรูป ถ้าจะสั่งไปวันๆ ก็สั่งตามกฎหมายเดิม ระเบียบเดิม ถ้าไม่ปฏิรูปกฎหมายกฎกติกาต่างๆ ก็ไม่ใช่การปฏิรูป มันก็จะทำไม่ได้ ดัวนั้น วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่ง ม.44 หรืออะไรก็ตาม ก็เพื่อให้เกิดการปฏิรูป ในส่วนที่ติดปัญหาเดิม เพราะกฎหมายยังไม่มี ไม่พร้อม ยังออกไม่ได้ หลายอย่างจึงต้องปลดล็อก วันหน้าหากจะแก้ไขอะไรก็แก้ไขตามกระบวนการของสภา อย่ามาเอาย้อนกลับไปกลับมา อย่างที่พูดกันในวันนี้ ตนหวังดีกับทุกคน

เมื่อถามว่า ครม.ยังไม่ทันตั้งเสร็จแต่ในพรรคพลังประชารัฐมีความขัดแย้งกันมากจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลในวันข้างหน้าหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “การตั้งครม.ในส่วนของผมเสร็จแล้ว และในพรรคพลังประชารัฐก็จบแล้ว เชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อเสียงปริ่มน้ำ ไม่มี”

เมื่อถามว่า วางกฎระเบียบในพรรคอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ต้องดูในวันหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป กลุ่มต่างๆ พวกนี้จะมีหรือเปล่า มันควรจะเป็นพรรคมั้ง และเป็นมติของพรรค เมื่อถามว่า แสดงว่าวันนี้นายกฯ สามารถควบคุมคนในพรรคได้แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ควบคุมแต่เป็นการทำความเข้าใจกัน คุยกันก็รู้เรื่อง คนไทยด้วยกันทั้งหมด เมื่อถามว่า ที่นายกฯ บอกว่าจบแล้ว หมายความว่าตำแหน่งเป็นไปตามที่แต่ละพรรคเสนอมาตั้งแต่แรกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตอนไหนล่ะ แต่ก็เป็นเรื่องของตน จะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องของนายกฯ ไม่ใช่หรือ นายกฯ ก็จะต้องปรับให้เหมาะสม ซึ่งทุกคนก็ยอมรับแล้วก็จบ เมื่อถามว่ามีโอกาสหรือความจำเป็นต้องมีตำแหน่งบริหารในพรรคหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่เห็นความจำเป็นในตอนนี้ เดี๋ยวดูว่าควรจะมีแค่ไหน หรือไม่มีก็ยังไม่รู้

เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าปัญหาความขัดแย้งจะเกิดขึ้นอีกครั้งตอนปรับครม. นายกฯ กล่าวว่า ถ้ามันเกิดขึ้นก็แก้กันต่อไป ปัญหาเขามีไว้ให้แก้
เข้าใจหรือไม่ เมื่อถามว่า ยึดหลักอะไรในการวางตัวครม. นายกฯ กล่าวว่า ต้องมีธรรมาภิบาล ซึ่งทุกคนมีประสบการณ์ในการทำงานทางการเมืองมาแล้วหลายท่าน ฉะนั้น ตนหวังอย่างยิ่งว่า ประสบการณ์ที่ทุกท่านมีอยู่แล้ว จะทำให้เกิดความเชื่อมั่น แก้ปัญหาเดิมๆ ในเรื่องความไม่เชื่อมั่น
ความไม่ไว้วางใจได้ นั่นคือโอกาสที่ตนให้กับทุกคน ถ้าเราไม่ให้โอกาสตรงนี้เลย ทุกคนก็มาไม่ได้หมด ถูกหรือไม่ และทุกคนก็รู้ว่าที่ผ่านมา เราทำอะไรถูกอะไรดีหรือไม่ดีบ้าง วันนี้ตนให้โอกาสทุกคน เข้าใจหรือไม่ เพราะทุกคนได้คะแนนเสียงจากประชาชนในการเลือกส.ส. ทั้งเขตและปาร์ตี้ลิสต์นี่คือตนให้โอกาส

“แต่ผมขอโอกาสของผมในการเป็นนายกรัฐมนตรีในการที่จะจัดสรรให้เหมาะสม นั่นคือหน้าที่ของผม โอเคหรือไม่” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า มองว่านักการเมืองเขี้ยวลากดินเกินไปหรือไม่ นายกฯ เดินออกจากโพเดียมแถลงข่าวพร้อมกับบอกว่า ไม่หรอก เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะควบรมว.กลาโหมด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ว่าไงจ๊ะคอยสิคอย ใจเย็นๆ” เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม จะอยู่ในครม.ใหม่ด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบว่า “ใจเย็นๆ”