วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เสี่ยตั้น' รับถ้าเลือกได้อยากนั่งอะไรที่เกี่ยวกับการศึกษาโวงานถนัด

“เสี่ยตั้น” ยื่นแบบฟอร์ม นั่ง “รมต.” แล้ว รับถ้าเลือกได้ อยากควบอะไรที่เกี่ยวกับการศึกษา โวงานถนัด ชี้กระทรวงอื่นเป็นการบริหารจัดการ ถ้าได้อยู้ต้องเรียนรู้

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.62 เวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ายื่นเอกสารประวัติและคุณสมบัติรัฐมนตรี ต่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ว่า ตนส่งเอกสารเรียบร้อยแล้ว ส่วนกระแสก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าอาจจะหลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรีนั้นตนไม่ทราบ แต่ถึงวันนี้ก็อาจจะหลุดได้ ส่วนจะได้รับตำแหน่งใดนั้นยังไม่ทราบ แต่เอกสารที่ส่งไปมีรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติต่างๆ เช่นเรื่องการถือหุ้น รวมถึงข้อมูลทั่วไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับสัญญาณหรือไม่ว่าจะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงใด นายณัฏฐพล กล่าวว่า ยังไม่นิ่ง ต้องรอพล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากให้ประเมินตัวเอง แล้วคิดว่าเหมาะสมกับรัฐมนตรีกระทรวงใด นายณัฏฐพล กล่าวว่า ถ้าเลือกได้ ก็อยากทำอะไรที่เกี่ยวกับการศึกษา เนื่องจากคิดว่าพอมีประสบการณ์มาบ้าง โดยเคยทำเรื่องการศึกษาในโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนนานาชาติ เคยติดต่อกับต่างประเทศ จึงต้องการนำความรู้เรื่องดังกล่าวมาช่วยแก้ไขปัญหาของการศึกษาในประเทศไทย คิดว่าน่าจะเป็นงานที่ตัวเองถนัด ส่วนงานในกระทรวงอื่นนั้นคงจะเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ซึ่งคงต้องเข้าไปเรียนรู้หากต้องไปอยู่ในกระทรวงที่ไม่คุ้นเคย

เมื่อถามถึง ความคืบหน้ากรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าจะไปนั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายณัฐพลกล่าวว่าเรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ เป็นเรื่องที่สื่อมวลชนอาจจะพูดกันขึ้นมาเอง ทางพรรคพลังประชารัฐไม่ได้มีการเคลื่อนไหวหรือเตรียมตัวอะไร

เมื่อถามย้ำว่า ก่อนหน้านี้ไม่นานพล.อ.ประยุทธ์ ได้ระบุว่ากำลังสอบถามฝ่ายกฎหมาย นายณัฐพลกล่าวว่า เรื่องนี้ทางพรรคพลังประชารัฐไม่ทราบเรื่อง และไม่มีการพูดคุยกันถึงเรื่องดังกล่าวเสียด้วยซ้ำ ตำแหน่งหัวหน้าพรรคยังเป็นนายอุตตม สาวนายน และเลขาธิการพรรค ยังเป็นนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ทุกคนยังทำงานตามปกติ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ต้องชี้แจงบุญสื่อต่อศาลรัฐธรรมนูญ นายณัฐพล กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีความกังวลแต่อย่างใด ตนได้เตรียมยื่นเอกสารชี้แจงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ตอนนี้กำลังให้ทนายความดำเนินการเรื่องเอกสาร เช่น งบดุล เพื่อจะชี้แจงและแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับธุรกิจด้านสื่อ ส่วนศาลจะพิจารณาอย่างไรก็เป็นดุลย์พินิจของศาล ส่วนหุ้นใดที่อาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งรัฐมนตรีก็ขายออกไป