วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

เจาะ4 ผู้ท้าชิงหน.ปชป. จับตา “จุรินทร์” ตัวเต็งผู้นำใหม่

เจาะ4 ผู้ท้าชิงหน.ปชป. จับตา “จุรินทร์” ตัวเต็งผู้นำใหม่

ในวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่จะมีขึ้นวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ นอกจากจะได้เห็นความชัดเจนของ “ผู้นำทัพคนใหม่” ของพรรคประชาธิปัตย์ จาก 4 รายชื่อผู้ท้าชิงที่เปิดโฉมออกมาให้เห็นกันแล้ว ประกอบด้วย 1. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค 2. นายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรค 3. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม และ 4. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนอกจากนั้นยังจะได้เห็นตัว “เลขาธิการพรรค” ซึ่งมีความสําคัญอย่างมากกับทุกพรรคการเมือง เพราะทำหน้าที่เสมือนหนึ่ง “แม่บ้าน” ของพรรค ก็จะปรากฏชัดเจนขึ้นด้วยทั้งนี้ หากให้วิเคราะห์จากปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการลงมติโหวตที่ให้นํ้าหนักคะแนนโหวตของ ส.ส.ใหม่ 52 คน ในการคำนวณมากถึง 70% เป็นที่น่าสังเกตว่า ทั้งทีมกรณ์ ทีมพีระพันธุ์ และ ทีมอภิรักษ์ นั้น ต่างมีฐานคะแนนเดียวกัน คือ พื้นที่ กทม. ซึ่งการเลือกตั้งที่ผ่านมานั้นไม่ได้ส.ส.เลย จึงต้องแย่งคะแน


“เฉลิมชัย” เป็นอดีต ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ 4 สมัยเริ่มงานการเมืองจากการเป็นสมาชิกสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะโดดเข้าสู่พรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2544 และได้รับเลือกเป็น ส.ส.สมัยแรก จากนั้นก็ได้รับเลือกเข้าสภาอย่างต่อเนื่องทั้งการเลือกตั้งในปี 2548 และปี 2550 ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เฉลิมชัยได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน”ทั้งยังเคยดํารงตําแหน่งรองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบดูแลพื้นที่ภาคกลาง กระทั่งนายอภิสิทธิ์ ประกาศลาออกจากตําแหน่งหัวหน้าพรรคหลังจากที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เฉลิมชัย ถือเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารพรรคจึงต้องพ้นสภาพไป กระทั่งวันที่ 6 สิงหาคมปีเดียวกัน สมาชิกพรรคได้ลงมติเลือกให้เขามาดํารงตําแหน่งเลขาธิการพรรค

ขณะที่ “ทีมกรณ์” อดีตขุนคลังมือพระกาฬได้เลือก “ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์” ส.ส.ตาก 4 สมัยมาเป็นมือขวา ชัยวุฒิ เริ่มต้นถนนการเมืองจากการได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดตาก เมื่อปี 2536 และปี 2538 ก่อนเข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติภายใต้สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2539 และได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.ครั้งแรก และได้รับเลือกให้เป็น ส.ส.อีกครั้งในการเลือกตั้งปี 2544 และ 2548ช่วงปี 2550 ได้รับมอบหมายให้ดูแลการเลือกตั้งในโซนภาคเหนือตอนบน 11 จังหวัด ในการเลือกตั้ง วันที่ 23 ธันวาคม 2550 เสร็จสิ้นลง ประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นฝ่ายค้านได้ประกาศจัดตั้ง “รัฐบาลเงา” ขึ้นโดยที่ประชุมมอบหมายให้ทําหน้าที่

“รมว.อุตสาหกรรมเงา”นอกจากนี้ชัยวุฒิยังเคยดํารงตําแหน่งสําคัญๆ อาทิ ผู้ช่วยเลขานุการรมว.พาณิชย์ ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ในการประชุมใหญ่วิสามัญประจําปีของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 ได้รับเลือกให้เป็นรองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบดูแลพื้นที่ภาคเหนือในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ชัยวุฒิ ได้รับเลือกให้ดํารงตํา แหน่ง รมว.อุตสาหกรรม และช่วงปี 2556-2557 ได้เข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เป็นผู้ติดตามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. อีกทั้งยังดูแลรับผิดชอบเวทีชุมนุม กปปส. ที่แจ้งวัฒนะ

ส่วน พีระพันธุ์ จากกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าเชิญตัว “ถาวร เสนเนียม” ให้มาร่วมทีม แต่ล่าสุดปรากฏชื่อของ “จุติ ไกรฤกษ์” อดีตส.ส.พิษณุโลกหลายสมัย อดีตรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และในการจัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2554 จุติได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค และเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2556 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการพรรคด้าน “อภิรักษ์” ได้ทาบทาม “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ส.ส. ตรังหลายสมัยให้มาเป็นมือขวา สาทิตย์ เคยนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ดูแลสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี กรมประชาสัมพันธ์ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และบริษัท อสมท จํากัด (มหาชน)

ช่วงปี 2541-2544 สาทิตย์ เคยทําหน้าที่โฆษกพรรค ซึ่งในปี 2544 ได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารพรรค ก่อนที่จะลาออกจากตําแหน่งเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2556 เพื่อเข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส. ทําหน้าที่เป็นผู้ดูแลเรื่องการจัด การชุมนุมและการบริหารเวทีปราศรัยทั้งหมด กระทั่งถูกขานนามว่าให้เป็น “ผู้ใหญ่สาทิตย์”

ในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ เหล่าแม่ยกกองเชียร์พรรคประชาธิปัตย์ จะได้เห็นตัว “แม่ทัพ และเลขาธิการพรรคใหม่” เป็นที่แน่นอน และหลังจากนั้นก็จะได้รู้กันอีกด้วยว่าประชาธิปัตย์จะเอาอย่างไรกับการร่วมรัฐบาลพลังประชารัฐ

รายงาน โดย ทีมข่าวการเมือง

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3469 ระหว่างวันที่ 12 - 15 พฤษภาคม 2562