วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พปชร.' ประเดิมถกว่าที่ส.ส. 3 เม.ย.นี้!

"พปชร." นัดถกว่าที่ ส.ส 3 เมษาฯนี้ ถึงทิศทางการดำเนินงานพรรค พร้อมคุยทุกพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ได้ให้สัมภาษณ์กับทางผู้สื่อข่าวว่า ในวันพุธ ที่ 3 เมษายนนี้ พรรคจะเชิญว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่ได้รับการเลือกตั้งทั้งหมดของพรรค รวมถึง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ให้มาประชุมร่วมกันที่พรรค โดยจะมีการแสดงความยินดีกับส.ส. ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน และจะมีการพูดคุยกันถึงทิศทางการดำเนินงานของพรรคก่อนที่จะมีการประกาศผลเลือกตั้งออกมาอย่างเป็นทางการ รวมถึงแนวทางการดำเนินงานต่างๆที่ว่าที่ ส.ส. ของพรรคทั้ง 2 ระบบ จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยจะเริ่มการหารือร่วมกันตั้งแต่ 13.30 น. เป็นต้นไป ที่พรรคพลังประชารัฐ และในช่วงที่ประเทศจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ทางพรรคจะขอความร่วมมือ และรณรงค์ให้สมาชิกพรรค และผู้ที่เข้ามาติดต่อที่พรรคนั้น สวมใส่เสื้อสีเหลืองเพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีร่วมกันด้วย

ทั้งนี้ นายสนธิรัตน์ ได้ระบุว่า ในขณะนี้พรรคมี ส.ส. เขตอยู่ทั้งหมด 97 คน ส่วน ส.ส. บัญชีรายชื่อนั้น ก็เป็นประเด็นที่พูดจากันอยู่ในขณะนี้ ซึ่งในแง่ของพรรคพลังประชารัฐในส่วนของบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐยึดตามข้อกฎหมายเป็นหลัก โดยพิจารณาตามหลักของรัฐธรรมนูญมาตรา 91 ที่กำหนดวิธีคิดในระบบวิธีคิด ส.ส.บัญชีรายชื่อเอาไว้ และตามที่มาตรา 128 ของ พรป.ส.ส.ได้ระบุไว้ มาใช้ในการคำนวณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วพบว่า พรรคได้จำนวนของ ส.ส. บัญชีรายชื่อทั้งหมด 19 คน ถึงแม้การคำนวณแบบนี้จะทำให้จำนวน ส.ส. ของพรรคนั้นลดลงไป แต่พรรคก็คิดว่าจะต้องยึดหลักของตัวบทกฎหมายเป็นใจความสำคัญ

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการยื่นเรื่องถอดถอน กกต. จากการประกาศผลคะแนนที่ออกมาไม่ชัดเจน นายสนธิรัตน์ ตอบว่า เป็นหน้าที่ของทาง กกต. ที่ต้องออกมาชี้แจงข้อกังขาต่อสาธารณชน ซึ่งทางพรรคพลังประชารัฐก็ได้มีข้อเรียกร้องไปต่อทาง กกต.ไปในสัปดาห์ที่แล้วว่า ให้ออกมาชี้แจงถึงข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรับทราบ แต่ตนคิดว่าเรื่องนี้จะต้องฟังข้ออธิบายที่ชัดเจนก่อน ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ซึ่งพรรคพลังประชารัฐอยากเห็นบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ดังนั้นขอให้ติดตาม กกต.ชี้แจงรายละเอียดก่อน

เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐได้หารือกับพรรคการเมืองขนาดเล็กจบแล้วหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การจัดตั้งรัฐบาลยังมีเวลาถึงวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งพรรคจะต้องรอคะแนนอย่างเป็นทางการก่อน ซึ่งแน่นอนว่าต้องผ่านพ้นช่วงพระราชพิธีสำคัญไปก่อนจึงจะมีการหารือต่อไป
ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า พรรคการเมืองที่ได้คะแนนน้อยกว่าตัวเลข ส.ส.พึงมี แต่กลับมีที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง นายสนธิรัตน์ ระบุว่า ในส่วนของพรรคไม่ได้ขัดข้องอะไร เพราะเมื่อถอดถ้อยคำตามกฎหมายออกมาเป็นการคำนวณตัวเลข ก็ต้องยอมรับและปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนพรรคเล็กจะได้ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ ก็ต้องคุยกัน เพราะตอนนี้ยังไม่ได้คุยกัน เมื่อถามว่า พรรคสนใจที่จะทาบทามพรรคเล็กมาร่วมงานใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ถ้าเราอยากจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องพร้อมคุยกับทุกคน แต่ตอนนี้ต้องรวบรวมเสียงก่อน ส่วนการตัดสินใจว่าใครจะเข้าร่วมหรือไม่ เป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะต้องตัดสินใจกันต่อไป

นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า ระหว่างนี้พรรคพลังประชารัฐได้ดำเนินการร้องเรียนไปยัง กกต.ในหลายเขตเลือกตั้งที่มีปัญหา เบื้องต้นได้รับรายงานว่า มีอย่างน้อย 10 เขต ที่ผู้สมัครไปร้องเรียนต่อ กกต.เพื่อขอให้ตรวจสอบว่าการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่
เมื่อถามว่าในวันที่ 6 เมษายน พรรคพลังประชารัฐจะแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันก่อตั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ตามมารยาททางการเมืองเราต้องไปร่วมแสดงความยินดีอยู่แล้ว และไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวที่ว่าเป็นการแสดงความยินดีในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด

และเมื่อช่วง 11.00 น. ที่ผ่านมา ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แกนนำพรรค อาทิ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค สายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค เดินทางเข้าพรรคเพื่อหารือถึงสถานการณ์การเมือง และการขับเคลื่อนนโยบายของพรรคที่หาเสียงต่อประชาชน โดยเป็นที่สังเกตว่าพรรคมีมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น หลังจากที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดย นายอนุรักษ์​ เจนตวนิชย์​ หรือ ฟอร์ด​ เส้นทางสีแดง​ แกนนำกลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้ง พร้อมด้วย นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ​เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงผู้บริหารพรรคให้คำนึงถึงกติกาสากล เปิดโอกาสให้พรรคที่ได้ ส.ส.มากที่สุดจัดตั้งรัฐบาล และเรียกร้องไม่ให้ซื้อตัว ส.ส.เพื่อรวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ได้มีการติดตั้งเคลื่อนสแกนนิ้วมือบริเวณประตูทางเข้าออกด้านหลังของพรรค ซึ่งเป็นที่จอดรถของผู้บริหารและแกนนำพรรค โดยอนุญาตเฉพาะเจ้าหน้าที่ผ่านเข้าออกเท่านั้น จากเดิมที่บุคคลภายนอกสามารถเข้าออกได้โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยตรวจสอบ ขณะที่ภายในอาคารบริเวณประตูเชื่อมระหว่างโถงชั้นล่างและส่วนของผู้บริหาร รวมทั้งบริเวณชั้น 1-7 ซึ่งเป็นที่ทำงานของผู้บริหารพรรค ได้ติดเครื่องสแกนบุคคลที่ผ่านเข้าออก ต้องสแกนนิ้วมือเช่นกัน เพื่อรักษาความปลอดภัย