"พล.อ.ประยุทธ์" ลั่น นักการเมืองไม่มีสิทธิ์ แจก "บัตรคนจน" เป็นเรื่อง รบ. ซัดบ้าหรือเปล่า ใครทำให้มาบอก
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.61 เวลา 12.45 น. ที่วัดบางไผ่ พระอารามหลวง ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้พบปะประชาชนที่มาต้อนรับ ประมาณ 5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นอสม.ที่ทางจังหวัดพามา และยังมีนายทศพล เพ็งส้ม อดีตส.ส.นนทบุรี ประชาธิปัตย์ ปัจจุบันเป็นฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ และภรรยา นางภัทธมน เพ็งส้ม รองนายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองพิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ร่วมต้อนรับ
ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวว่า ทุกโครงการที่จะเกิดในแต่ละจังหวัดจะอยู่ในแผนแม่บท มีที่มาของงบประมาณ จะต้องเสนอล่วงหน้า 3 ปี ดังนั้นโครงการที่ค้าง จะได้รับการปฏิบัติก่อน อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องว่างในการที่จะให้รัฐบาลแก้ปัญหาในระดับพื้นที่ได้ แต่ไม่ใช่เพื่อรักษาอำนาจตรงนี้ไว้ ตนรักษาอำนาจไม่ได้ แต่ต้องรักษาด้วยตัวบทกฎหมาย หรือพระราชบัญญัติ ตนไม่พูดว่าจะให้อะไร มันไม่ได้ หรือจะสัญญาอะไรไม่ได้ วันนี้ต้องระวังก็รู้ว่าทุกคนรักตน แต่คนไม่รักก็มีอยู่ ดังนั้นต้องมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมาก่อนทุกประเทศยังมีสปป.ลาว ยังมี แต่ประเทศไทยไม่มีไม่เข้าใจ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าาว่า รัฐบาลเปิดโครงการบ้านล้านหลังขึ้นอยู่กับความสามารถของประชาชน แต่ไม่ใช่ว่ารัฐบาลบอกจะให้ๆ หลายโครงการมีปัญหามาก่อน วันนี้เรื่องการดูแลผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไปใครไม่แก่บ้างมีหรือไม่ มันก็แก่ขึ้นเรื่อยๆแต่ก็แก่ให้สมวัย งดงามที่ใจ พร้อมจะทำงานร่วมมือแก้ไขปัญหาสร้างความสามัคคีรวมพลังความจงรักภักดี ในรัชกาลที่ 10 ขึ้นมาให้ได้ จิตอาสาทำความดีด้วยหัวใจ ไม่ใช่ให้คอยเตือนว่าจะต้องจิตอาสา โดยอาจมีการกำหนดวิธีการแก้ปัญหาในระดับชุมชนต้องคิดแบบมีวิสัยทัศน์ เดินหน้าทีละขั้น หากแก้เร็วก็จะทำให้มีปัญหา เพราะงบประมาณไม่มี ที่สำคัญต้องทำให้ถูกกฎหมายช้านิดไม่เป็นไรอย่าใจร้อนมาก
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ลงมาไม่ใช่การเมือง บางคนมาครั้งเดียวหรือมาแล้วมีคนมาฟังแค่กลุ่มเดียว ผลก็ออกมาในกลุ่มที่มาฟัง แต่คนที่ไม่มาก็บอกไม่รู้เรื่องตรงนี้ จะทำอย่างไร ตนก็ไม่รู้เหมือนกันก็ต้องค่อยๆ เดินไปโครงการบัตรประชารัฐก็ช่วยคนจน คนพิการ คนด้อยโอกาสให้เข้มแข็งขึ้น สิ่งสำคัญเราต้องสร้างคนที่มีกำลังอยู่แล้วให้เดินไปข้างหน้าใหม่ คิดใหม่พัฒนาตัวเอง จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร อย่าจมอยู่กับอดีตที่ผ่านมาวันนี้บ้านเมืองเปลี่ยน คนเปลี่ยน ต้องคิดใหม่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องช่วยกันคิด เพราะทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
“ผมพูดเหนื่อย ใจจะขาด มันบีบหัวใจ ไอ้นั่นก็จะไล่ เขาตั้งนาฬิกาไว้ให้ผมพูด แต่มันยังไม่เรียก มีใครจะร้องเรียนอะไร ก็ขอให้ร้องไปที่ศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้าหรือส่งซองร้องเรียนมาได้ แต่ซองเงินไม่เอา ผู้ว่าราชการจังหวัดเปรียบเสมือนนายกรัฐมนตรีต้องรู้เหมือนผมรู้ ต้องพูดให้ได้เหมือนผม เพราะเขารับงานจากรัฐบาลลงมาบริหารจังหวัดและบริหารผ่านท้องถิ่น” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้บ้านเมืองปลอดภัย ขอได้หรือไม่ ใครคิดว่าจะให้ผมได้ยกมือ และทำให้ยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้าไปให้ได้ ทำให้ผมหน่อยเถอะ ท้ายสุดจะต้องมีพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ขึ้นอยู่กับจะทรงโปรดเกล้าฯ เมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ไม่ว่าจะก่อนหรือหลัง บ้านเมืองจะต้องเป็นปกติด้วยฝีมือของคนไทยทุกคน ถ้าใครทำให้เกิดความวุ่นวายสับสนอลหม่าน เราถือว่าเป็นคนไทยหรือไม่ ผมไม่รู้เหมือนกันเพราะเขาไม่เกรงกลัวกฎหมายไทย ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ต่างประเทศต่างชาติเขาก็รังเกียจคนพวกนั้นหมดแล้ว วันคริสต์มาส ก็ให้ขอพรกับซานตาคลอส อย่าขอซานต้าตู่ ตนทำได้ตามกฎหมาย อะไรทำได้ก็ทำไป ขออย่าให้ตนเดือดร้อนทีหลัง
“เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ใช่การเมือง ไอ้พวกที่ไปบิดพลิ้วว่ามีการแจกบัตรมันคนละเรื่องกัน นักการเมืองไม่มีสิทธิ์ไปแจกบัตรเป็นเรื่องของรัฐบาลเขาทำ การได้บัตรไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เสียตังค์ 100 บาทแล้วได้บัตร บ้าหรือเปล่ามีใครทำได้มาบอกผม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมร้านค้าชุมชนและผลิตภัณฑ์โอทอป ทั้งนี้ นายกฯ ได้ทดลองพายเรือท้องแบน พร้อมกับตะโกนว่า “กล้วยมาแล้วจ้า กล้วยๆ”





