วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกนนำ 'พปชร.' บุกปักธงอีสาน

แกนนำ "พปชร." บุกปักธงอีสาน โอ่เพิ่มรายได้เป็นสองเท่า พร้อมเปิดตัวหลักสูตร "คิดให้...ไทยทะยาน" รุ่นแรกที่ขอนแก่น

เมื่อวันที่ 24 พ.ย.61 ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และประธานที่ปรึกษาสถาบันปัญญาประชารัฐ พร้อมด้วย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เปิดกิจกรรมปัญญาประชารัฐ "คิดให้...ไทยทะยาน" ณ โรงแรมเดอะคอนวีเนี่ยน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ใน 20 จังหวัดภาคอีสาน จำนวน 200 คน พร้อมเปิดหลักสูตร "คิดให้...ไทยทะยาน" แก้ปัญหา 20 จังหวัดภาคอีสานพ้นความยากจน

ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า หลักสูตร "คิดให้ ...ไทยทะยาน" โดยสถาบันปัญญาประชารัฐ รุ่นที่ 1 จัดขึ้นที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งจะไปพบกับตัวแทนของคนทุกวัย ตัวแทนของคนทุกอาชีพ จากทุกจังหวัดของภาคอีสานมาช่วยกันระดมสมองคิดให้ตกผลึก เพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่ม ด้วยวิธีการที่ทุกคนมีโอกาสแสดงความเห็น ข้อแนะนำ แลกเปลี่ยน นำเสนอต่อสถาบันและผู้กำหนดนโยบาย ทั้งยังเชิญสื่อมวลชนและผู้นำทางความคิดทั้งรุ่นใหม่และผู้ใหญ่ในพื้นที่มาร่วมกันอย่างรอบด้าน

"สถาบันปัญญาประชารัฐมาอีสานเป็นรุ่นแรก เพราะอีสานคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ผมเชื่อว่ารายได้ต่อหัวจะเพิ่มขึ้นมาอีกสองเท่า และพรรคเชื่อว่าสถาบันแห่งนี้เพื่อไปสู่นโยบายประชารัฐ แล้วไปสู่พลังประชารัฐนั้น ได้ฟังเสียงประชาชนต่อไปจะมีเปลี่ยนแปลงแผ่นดินอีสานอย่างแน่นอน และไปสู่สิ่งที่เราต้องการ ทั้งความมั่นคั่ง และ ความยั่งยืน ตามคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ว่า สถาบันปัญญาประชารัฐมารับฟังความคิดเห็นของประชาชนในแต่ละภาค เพราะประชารัฐคือภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคเอกชน มามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเพื่อการประสานพลังประชารัฐให้เกิดขึ้น โดยเริ่มต้นที่ภาคอีสาน จ.ขอนแก่น จากนั้นวันที่ 1 - 2 ธ.ค. ไปที่ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ต่อที่ภาคใต้ และ ภาคกลาง

อย่างไรก็ตาม พรรค พปชร.มีสมาชิกเข้ามาสมัครอย่างต่อเนื่อง และพรรคได้หาสมาชิกเพิ่มอยู่ตลอดเวลา พร้อมให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยการรับทราบความคิดเห็นว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร โดยเฉพาะภาคอีสานให้เป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่ง ได้อย่างไร เพราะศักยภาพในพื้นที่ภาคอีสานมีมากมายเหลือเกิน จึงอยู่ที่ว่าคนภาคอีสานมีความคิดอ่านอย่างไร มีปัญหา อุปสรรคยากลำบากอย่างไร พรรคจะฟังจากคนภาคอีสานเพื่อมากำหนดเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของพรรค

ดร.สุวิทย์ กล่าวว่า เราต้องมาช่วยกันที่จะเปลี่ยนผ่านการเมืองไทย เพราะการเมืองเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศ และสังคมกติกาของประชาธิปไตยก็ไม่สามารถหนีพ้นการเมืองได้ เพราะนักการเมืองคือตัวขับเคลื่อนประเทศแท้จริง พรรคจึงต้องการนักการเมืองที่มีคุณภาพเข้ามามากขึ้น พรรคจึงเปิดกว้างให้นักการเมืองที่มีคุณภาพเข้ามาช่วยกัน ดังนั้นการเมืองต้องมีการปฏิรูป โดยให้คนดีๆที่อยู่ตามภาคส่วนต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในระบบพรรคการเมืองของเรา

ดร.สุวิทย์ กล่าวถึงกลุ่มสามมิตรสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร.ว่า กลุ่มสามมิตรมีพลังของเขามากเพราะได้สัมผัสกับคนในพื้นที่ เมื่อกลุ่มสามมิตรเข้ามาในพรรค พปชร. ก็ต้องตอบโจทก์ประชาชนให้ได้เมื่อมาอยู่กับพรรค พปชร.ก็จะเป็นพลังขับเคลื่อนในทุกด้านได้อย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องการได้ ส.ส. ของพรรคตามที่กลุ่มสามมิตรบอกว่า จะได้ ส.ส.มากถึง 350 เสียง นั่นคือความหวัง พรรคก็ต้องคิดการใหญ่ออกมาก่อน ส่วนจะได้ ส.ส.มากน้อยขนาดไหนก็ต้องว่ากันอีกที