"ตระกูลอัศวเหม" เผย "คนปากน้ำ" เรียกร้อง ซบ "พปชร." เชื่อทำท้องถิ่นเข้มแข็ง เผยคุย "เอ๋" แล้ว มีพรรคเดียวทำให้งานเดินหน้าได้ โว กวาดส.ส.ยกจังหวัด
เมื่อวันที่ 23 พ.ย.61 เวลา 10.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า นำโดยนายอัครวัฒน์ อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ลูกพี่ลูกน้องนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าสมุทรปราการ นำสมาชิกในกลุ่มกว่า 10 คนสมัคร อาทิ นายวรพร อัศวเหม ประธานสภาเทศบาล ตำบลบางปู นายต่อศักดิ์ อัศวเหม อดีตรองนายกเทศมนตรี นครสมุทรปราการ และนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก หรือกรุง ศรีวิไว เป็นต้น โดยมีนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐให้การต้อนรับ
โดยนายอัครวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้นำตัวแทนนักการเมืองท้องถิ่นสมุทรปราการ เนื่องจากชุมชนและผู้นำท้องถิ่นในสมุทร ปราการ ต่างเรียกร้องให้กลุ่มของเรามาร่วมงานกับพลังประชารัฐ วันนี้เราได้ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชน เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่น และหวังอย่างยิ่งว่า ในฐานะที่เรามาจากตัวแทนท้องถิ่นมีความเข้าใจดีว่าพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นพรรคที่เป็นผู้นำให้กับท้องถิ่นสมุทรปราการให้มีความเข้มแข็งมากกว่าเดิม ทั้งนี้เราอยู่กับท้องถิ่นมาเป็นเวลากว่า 20 ปีได้พัฒนาท้องถิ่นมาพอสมควรแล้ว พรรคนี้ก็จะทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็งมากขึ้น
เมื่อถามว่า ในพื้นที่สมุทรปราการเสียงตอบรับจากประชาชน จะมีมากน้อยแค่ไหน นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาตามความต้องการของประชาชน กลุ่มนี้นำโดยนายชนม์สวัสดิ์ ซึ่งมีการปรึกษาหารือกันแล้ว วันนี้ต้องมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐอย่างเดียว เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและเดินหน้าไปได้
เมื่อถามต่อว่า การที่กลุ่มนี้ตัดสินใจมาอยู่กับพรรคมีเงื่อนไขใดๆที่เกี่ยวข้องกับคดีของนายชนม์สวัสดิ์หรือไม่ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย เรื่องคดีความก็ไม่มีไม่เกี่ยวกัน ยืนยันว่าเป็นความต้องการของประชาชนและผู้นำชุมชนที่อยากให้เรามา เมื่อถามว่า กระแสความนิยมของพรรคจะทำให้มั่นใจหรือไม่ 7 เขตในสมุทรปราการจะชนะการเลือกตั้งได้หรือไม่ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตนมั่นใจทุกเขต จะชนะการเลือกตั้งยกทีม
ขณะที่นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก หรือกรุง ศรีวิไล"อดีตส.ส. สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เหตุผลที่ตัดสินใจร่วมกับกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าและสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพราะนายชมน์สวัสดิ์ไม่เคยทิ้งพื้นที่และประชาชน และมองว่าพลังประชารัฐมีความเป็นกลางไม่เอารัดเอาเปรียบ ให้ความยุติธรรมกับทุกพรรค ตนพอใจพลังประชารัฐพูดตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรแอบแฝง และเชื่อว่ามีความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ซึ่งหลายอย่างในสมุทรปราการยังไม่เข้าที่ จึงตั้งใจเข้ามาร่วมทำงานเพื่อยกระดับจังหวัดนี้ให้เท่าเทียมจังหวัดอื่น





