วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุเทพ' อ้าง ระเบียบยุคอานันท์ หน.ส่วนราชการมีอำนาจจัดซื้อ ไม่ใช่ครม.

"สุเทพ" อ้างระเบียบยุคอานันท์ แจง "หน.ส่วนราชการ" เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างไม่ใช่ครม. บอกบางกระทรวงทำเรื่องขอครม.ยังต้องส่งกฤษฎีกาตีความ

ที่อาคารทู แปซิฟิคเพลส  นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ  ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี  ได้ไลฟ์สดผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงกรณีสร้างโรงพักทดแทน 396 แห่ง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

โดยกล่าวว่าที่ผ่านมาได้นำประเด็นที่ถูกกล่าวหาที่อนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช.กล่าวหามีทั้งหมด 9 ประเด็นโดยได้วันนี้(25ส.ค.)จะชี้แจงในข้อกล่าวหาที่ 4 คณะ อนุกรรมการไต่สวนป.ป.ช. กล่าวหาว่าเปลี่ยนวิธีการจัดจ้างโดยไม่นำเสนอครม.ให้อนุมัติ ความละเอียดเขียนว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ มีบันทึกข้อความลง วันที่ 17 ก.ย.ถึงนายกรัฐมนตรี ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างก่อสร้างโครงการฯ จากเดิมสร้างแบบรวมการครั้งเดียวแยกเสนอราคาเป็นรายภาค ภาค 1-9 จำนวนหลายสัญญา เป็นการรวมจัดจ้างก่อสร้างครั้งเดียว เป็น สัญญาเดียวโดยไม่ขอให้นายกฯนำเสนอเรื่องดังกล่าวให้ครม.พิจารณาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างก่อสร้าง นี่คือข้อกล่าวหา
           

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ผมได้บอกกับคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ว่า ที่กล่าวหาว่า มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดจ้างโดยไม่นำเสนอครม.ให้พิจารณาอนุมัติวิธีการจัดจ่างนั้นเพราะว่าครม.ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาวิธีการจัดจ้าง อำนาจในการพิจารณาว่าจะใช้วิธีการจัดจ้างอย่างไรเป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยงาน หรือหัวหน้าส่วนราชการ และที่ผมพูดแบบนี้ผมได้นำหลักฐานไปเสนอต่อคณะกรรมการป.ป.ช.ว่าเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างมีระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ออกมา ในสมัยที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี

ในระเบียบนี้ชัดเจนเลยว่าการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหลาย ทุกส่วนราชการจะต้องปฏิบัติตามนี้และบอกไว้เสร็จเลยว่า หัวหน้าส่วนราชการ คือ อธิบดี หรือหัวหน้าส่วน ราชการ ที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นนิติบุคคล ผบ.ตร. มีฐานะเป็นหัวหน้าส่วนราชการ ตามระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุ และมีข้อกำหนดในระเบียบสำนักนายกฯข้อ 34 ว่า ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละครั้ง ให้หัวหน้าราชการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้  เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการทั้งสิ้น ตั้งคณะกรรมการเปิดซอง ตั้งคณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคา คณะกรรมการต้องรายงานต่อหัวหน้าส่วนราชการ 

เห็นชัดเจนว่าอำนาจในการพิจารณาว่าจะจัดจ้างอย่างไร ที่จะต้องเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ เป็นอำนาจของหัวหน้าส่วนราชการ ไม่ใช่อำนาจของครม.

นายสุเทพ กล่าวต่อว่าหลักฐานที่นำมานั้นฟังดู อาจจะยังไม่พอมีการวินิจฉัยโดยคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 873/2551 คือมีเรื่องว่ามีกระทรวงหนึ่งเสนอไปยังครม.ว่าครม.ช่วยอนุมัติให้เขายกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักฯที่ และคิดว่าคนมีอำนาจคือครม.ก็ทำเรื่องเสนอไปที่ครม. ครม.มีมติให้ส่งไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา  คณะกรรมการกฤษฎีกาจึงพิจารณาว่าครม.ไม่มีอำนาจที่จะยกเว้นหรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุ แต่ถ้าครม.ต้องการกำหนดให้เป็นอำนาจของครม.เสียในเรื่องวิธีการจัดจ้างต้องแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการพัสดุฉบับนี้ปรากฏว่า ไม่มีการแก้ไข

เพราะฉะนั้นจึงต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้ แม้วันนี้ต้องปฏิบัติแบบนั้น นี่คือเหตุผลที่ผมได้กราบเรียนว่าเมื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ผบ.ตร.ขณะนั้น ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการที่มีอำนาจกำหนดวิธีการจัดจ้างทำหนังสือลงวันที่ 18 พ.ย.2552ผมก็วินิจฉัยได้สั่งการได้ เพราะฉะนั้น ผมก็ไม่ได้ทำความผิดอะไร ตามที่อนุกรรมการไต่สวนป.ป.ช.ตั้งข้อกล่าวหาในข้อนี้