วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เพื่อไทย' ออกแถลงการณ์ จี้ คสช. ปลดล็อคพรรคการเมืองทั้งหมด

"เพื่อไทย" ร่อนแถลงการณ์ จี้คสช.ปลดล็อคการเมืองทั้งหมด เปิดทางเลือกตั้งเสรี

เมื่อวันที่ 23 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ เรื่อง เรียกร้องให้ปลดล็อคการเมืองโดยสิ้นเชิง เพื่อเปิดทางสู่การเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน โดยมีเนื้อหาว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ได้กล่าวหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นในเดือนก.พ.62 นี้ถ้าบ้านเมืองสงบ โดยที่รัฐบาล และคสช. ได้ยืนยันเองหลายครั้งว่าประสบความสำเร็จในการทำให้ประเทศสงบมาตั้งแต่ยึดอำนาจในปี 57 จึงไม่อาจอ้างความไม่สงบเพื่อเป็นเหตุในการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปได้อีก อีกทั้งในขณะนี้รัฐบาลและคสช. อยู่ในอำนาจจะย่างเข้าปีที่ 5 ซึ่งนานกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทุกรัฐบาล

พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการที่ประชาชนยังไม่มีสิทธิเลือกตัวแทนของตนไปบริหารประเทศ ทำให้ประเทศว่างเว้นการมีรัฐบาลที่มาจากประชาชน เป็นเวลานาน ย่อมกระทบต่อหลักพื้นฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาคมโลกดังที่เป็นมาตลอดในห้วงเวลาของการยึดอำนาจ

เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 6 เดือนก็จะถึงการเลือกตั้ง ซึ่งทุกพรรคการเมืองต้องดำเนินการตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ คำสั่งของหัวหน้า คสช. และดำเนินการอื่นๆ รัฐบาลและคสช. มีหน้าที่นำประเทศเดินไปสู่การเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรมและน่าเชื่อถือ

พรรคจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลและคสช. ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน และคำสั่งที่ 57/2557 ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง ตลอดจนยกเลิกเงื่อนไขและข้อห้ามอื่นใด ตามคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560

ทั้งนี้ ควรยกเลิกโดยสิ้นเชิงเบ็ดเสร็จ มิใช่เพียงการ “คลายล็อค” พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยที่รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม แถลงว่าจะมีการปลดล็อคเป็นสองช่วง ช่วงแรก คือ ช่วงเก้าสิบวันหลังกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มีผลใช้บังคับจะปลดล็อคบางส่วน เช่นให้มีการประชุมพรรค การจัดตั้งสาขาพรรค การทำไพรมารี ฯลฯ ช่วงที่สอง คือ หลังพ้นเก้าสิบวันแล้วจะปลดล็อคทั้งหมดให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ทุกอย่างตามกฎหมาย

พรรคขอเรียกร้องให้มีการปลดล็อคทั้งหมดโดยทันที ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1.พรรคการเมืองต้องใช้เวลาในการจัดทำนโยบายเพื่อให้ประชาชนพิจารณาในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะพรรคต้องประชุมปรึกษาหารือ ลงพื้นที่พบปะและรับฟังความเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปการเมืองตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดมาตรการให้การจัดทำนโยบาย การส่งผู้สมัคร การจัดทำข้อบังคับพรรค จะต้องให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ไม่นับรวมที่พรรคจำเป็นต้องศึกษาว่านโยบายที่จะประกาศใช้นั้นเป็นไปตามเงื่อนไขข้อจำกัดที่ คสช. ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างยิบย่อยมากมายหรือไม่ อย่างไร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวล้วนต้องใช้เวลาทั้งสิ้น และเวลาเพียง 6 เดือนนี้ ไม่พอเพียงด้วยซ้ำ ถ้าพิจารณาเปรียบเทียบจากการที่ คสช. และแม่น้ำ 5 สายซึ่งสามารถใช้องคาพยพ ทั้งเงินงบประมาณ และบุคลากรภาครัฐในการดำเนินการ ก็ยังต้องใช้เวลาประมาณ 4 ปี ในการร่างแผน ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปด้านต่างๆ

2.พรรคการเมืองต้องดำเนินการตามเงื่อนไขของกฎหมายใหม่และคำสั่งของ คสช. ไม่ว่าจะเป็นการ หาสมาชิกใหม่แทนสมาชิกเก่าที่พ้นสภาพไป และการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองใหม่เนื่องจากสาขาเก่าต้องยุบไปตามคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 การประชุมพรรคการเมือง การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค และการจัดทำไพรมารี และยังไม่ชัดเจนว่ารูปแบบจะเป็นอย่างไร ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวล้วนต้องใช้เวลาพอสมควร

3. การเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรมและน่าเชื่อถือ ประชาชนต้องมีสิทธิเสรีภาพ และต้องมาจากการแข่งขัน ที่เป็นธรรม การเลือกตั้งจะเป็นไปโดยเสรีและเป็นธรรมนั้น ประชาชนจะต้องสามารถกำหนดอนาคตทาง การเมืองของตนว่าจะเลือกพรรคการเมืองใด การจะกำหนดเจตจำนงของตนได้ ประชาชนย่อมต้องมีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญโดยสมบูรณ์เสียก่อน การจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยเฉพาะเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง จึงเป็นประตูปิดกั้นการแสดงเจตจำนงดังกล่าว นอกจากนั้น การจะเป็นเช่นนั้นได้ในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้ง การแข่งขันของทุกกลุ่ม ทุกพรรคที่จะลงเลือกตั้ง ต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกันไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้เปรียบอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นจึงควรให้ทุกพรรคการเมืองได้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่เกิดการเลือกปฏิบัติหรือแบ่งแยกเป็นพรรคเก่า พรรคใหม่

4.การปลดล็อคทางการเมือง และความชัดเจนของการเลือกตั้ง จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน เนื่องจากมีการกำหนดกรอบเวลาว่าจะมีการเลือกตั้งหลายครั้ง แต่ก็มีการเลื่อนมาโดยตลอด จนท้ายที่สุดก็ได้ระบุว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 รัฐบาลจึงควร ใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากความชัดเจนแน่นอนของวันเลือกตั้งจะทำให้ภาคเอกชน นักลงทุน ประชาชนสามารถวางแผนการลงทุนและอนาคตได้ เป็นผลดี และก่อประโยชน์ให้ประเทศและคนไทยส่วนใหญ่อย่างแน่นอน สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ที่สะท้อนผ่านผลสำรวจความคิดเห็นหรือโพลล์สำนักต่างๆ ที่ต้องการเลือกตั้งเพื่อให้ประเทศเดินหน้าและมีทางออก

พรรคเพื่อไทยยึดถือประโยชน์ของชาติมาก่อนประโยชน์ของพรรค การปลดล็อคทางการเมืองโดยเบ็ดเสร็จสิ้นเชิง ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ได้เรียกร้องเพื่อประโยชน์ของนักการเมือง แต่เป็น ความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประเทศและให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น มีความ เป็นเสรี เป็นธรรมและน่าเชื่อถือ เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า สร้างความผาสุกแก่พี่น้องประชาชนพาประเทศก้าวหน้าและประชาชนจะได้ประโยชน์