“ผบ.ทบ.” ระบุ รอกต.ประสานลาว หากไฟเขียว พร้อมส่ง จนท.เข้าช่วยเหลือทันที ด้านแม่ทัพ2 เผยใช้กำลัง มทบ.22 ร้อยกว่านาย พร้อมแพทย์ทหาร สแตนบายเตรียมช่วย
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่มูลนิธิรัฐบุรุษพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงเตรียมความพร้อมในด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติในเหตุการณ์อุทกภัยขนาดใหญ่ในเมืองสนามไช แขวงอัตตะปือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ว่า ตอนนี้ได้นำสิ่งของพระราชทานนำขึ้นเครื่องบินลำเลียง แบบC130 ไปแล้ว 2 เที่ยว ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 2 ได้มอบหมายมณฑลบกทหารบกที่ 22 (มทบ.22)
ที่ติดกับสปป.ลาว เตรียมส่งกำลังไปช่วยเหลือ และตนก็ได้สั่งการศูนย์แพทย์ทหารบกให้เตรียมไปช่วยเหลือด้วยเช่นกัน แต่ทั้งหมดเราต้องรอการประสานงานจากกระทรวงการต่างประเทศก่อน ว่าทางการลาวร้องขอมาหรือไม่ อย่างไรก็ตามการลำเลียงทางอากาศต้องนำเครื่องไปลงที่สนามบินปากเซ จากนั้นต้องนั่งรถอ้อมประมาณ6-7 ชั่วโมง เพราะเส้นทางหลักถูกตัดขาด
ด้าน พล.ท. ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตนได้เตรียมกำลังพล มทบ.22 ร้อยกว่านาย พร้อมด้วยเรือท้องแบน ครัวสนาม ชุดทำน้ำปะปา
สนาม ทั้งยังได้เตรียมชุดแพทย์จากจ.อุบลราชธานี และจ.นครราชสีมาไว้50 นาย แต่ต้องรอผู้บังคับบัญชาสั่งการมาอีกที อย่างไรก็ตามตนคิดว่าการทำงานครั้งนี้ต้องร่วมมือกันหลายฝ่าย เพราะต้องปฏิบัติการในสภาพอากาศที่ผิดปกติ เพราะจากการตรวจสอบเบื้องต้น จากเมืองปากเซ ไปยังแขวงจำปาสัก และแขวงอัตตะปือ ถนน และสะพานถูกตัดขาด เราคาดว่าจะใช้เส้นทางอ้อมไปทางปราสาทวัดพู ต้องใช้เวลากว่า 5-6 ชั่วโมง ดังนั้นจึงคิดว่าการขนส่งทางอากาศน่าจะดีที่สุด อย่างไรก็ตามตนคิดว่าขั้นตอนที่สำคัญกว่าหลังจากนี้ คือช่วงการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
“ที่ผ่านมาเราเคยไปช่วยเหลือเหตุการณ์เครื่องบินตกที่ปากเซ มาครั้งหนึ่งแล้ว จึงทำให้เรามีความสัมพันธ์กันอยู่ และภาคอีสานที่อยู่ใกล้ก็พร้อมดำเนินการช่วยเหลือทันที เพราะเราประสานงานกับผู้ว่าฯ ไปแล้ว และเราก็เป็นประเทศในเออีกันด้วยกัน” แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว และว่า ทั้งนี้ผบ.ทบ.ได้กำชับให้ระมัดระวังเรื่องสภาพภูมิอากาศ เพราะจังหวัดอยู่อยู่ติดกับแม่น้ำโขงจะได้รับผลกระทบ ซึ่งตนทราบว่ามีฝนตกทางตอนเหนือของลาว และอีกไม่กี่วันก็จะส่งผลต่อแม่น้ำโขงลงมา แต่เราเตรียมแผนรองรับไว้แล้ว





