วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปัจจัยบวกสนับสนุน

SET Index วานนี้ฟื้นตัวหลังจากอ่อนตัวช่วงเช้า คล้ายต่างประเทศที่เป็นบวกสลับลบ โดยมีปัจจัยลบเด่นจากราคาน้ำมันลงแรงกดดัน ENERG

ส่วนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวลบต่อ TRANS แต่ยังมีการ Rebound ของกลุ่ม FIN หลังปรับลงแรง และ IFRS9 ที่มีผลเลื่อน บวกต่อ BANK ให้มาชดเชยบางส่วน และ ETRON ที่ยังมีแรงหนุนจากบาทอ่อนต่อเนื่อง หนุนทำให้ SET Index ปิดที่ 1,626.07 จุด (-1.62 จุด) Volume 4.8 หมื่นลบ. มาจาก Foreign Net +12.18 ลบ. TFEX Net   -5,642 สัญญา ตราสารหนี้ +368.28 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย  

+ดาวโจนส์ปิดบวกหลังประธานเฟดแสดงความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ และสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

+น้ำมันดิบปิดขยับขึ้นหลัง สต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐจะปรับตัวลดลง

+เฟดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.6% และดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านสหรัฐทรงตัวที่ระดับ 68 โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง และภาวะขาดแคลนบ้าน

+รัสเซียเผยพร้อมปฏิบัติตามข้อตกลงที่"ปูติน-ทรัมป์"ทำไว้ในกรุงเฮลซิงกิ โดยเตรียมขยายสนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์

+ดัชนีความเชื่อมั่นของหอการค้าไทย เดือน มิ.ย.61 อยู่ที่ 48.4 จาก 47.7 ในเดือน พ.ค.61

-ประธานเฟดชี้เศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวสดใส หนุนเฟดเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งปีนี้

+กกบ.มีมติเลื่อนบังคับใช้มาตรฐาน IFRS9 เวลา 1 ปีไปเป็น 1 ม.ค.63

-Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD ขาย 1.97 แสนล้านบาท ค่าเงินบาท 33.32 บาท/US

ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีปัจจัยสนับสนุนจากตลาดหุ้นต่างประเทศและราคาน้ำมันปิดบวก โดยมีปัจจัยกดดันจากประธานเฟดยืนยันเดินหน้าปรับขึ้นดอกเบี้ยและการที่ Fund Flow ยังคงไหลออก   คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,616-1,640 จุด

กลยุทธ์การลงทุน   เก็งกำไรกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุน

- KKP ปันผลสูงและเก็งผลประกอบการ

- BANPU ราคาถ่านหินปรับตัวขึ้น 19 วันทำการสู่ 118.7$/Ton +9%

- CPALL ROBINS HMPRO BEM ครม.คง VAT ที่ 7% อีก 1 ปี

- หุ้น Beta <0.5 Dividend > 5% DIF DRT MC LH GLOW

- หุ้น Beta <1.0 Dividend > 3.8% TCAP SCB KTB SAT

- KCE CPF GFPT กลุ่มส่งออก ค่าเงินบาทอ่อนค่าสู่ 33.32 บาท/US

- ดัชนี BDI ปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 5 วัน +12% มาที่ 1,721 จุด (ผลบวกต่อ PSL)

หุ้นแนะนำพิเศษ

AU Company Visit (ราคาปิด 8.60 บาท Bloomberg 11.00 บาท)

  • ผู้ประกอบธุรกิจร้านขนมหวานภายใต้แบรนด์ After you มีจำนวนสาขาตอนนี้รวม 30 สาขา ซึ่งสาขาเกือบทั้งหมดอยู่ในกทม. ทั้งนี้ปี 61 มีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 5-6 สาขาโดยเน้นเปิดตามหัวเมืองในต่างจังหวัดเพื่อขยายฐานลูกค้า
  • 1Q61 รายได้ 201 ลบ. เติบโต 28%YoY จากการเปิดสาขาเพิ่ม 3 สาขา ขณะที่ SSSG เพิ่มขึ้น 5% ด้านอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้นจาก 64.8% ใน1Q60 สู่ 67.6% จากการบริหารจัดการต้นทุน และวัตถุดิบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 31 ลบ. เติบโต 43.4%YoY แต่ -8.3%QoQ เนื่องจากค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นตามการขยายสาขา
  • ไขมันทรานส์ผู้บริหารย้ำว่า ผลิตภัณฑ์ของ AU เป็นขนมหวานแบบ
    พรีเมี่ยมโดยวัตถุดิบส่วนใหญ่ไม่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์ อย่างไรก็ตามมีบางรายการที่อาจมีส่วนผสมของไขมันดังกล่าวซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ คือ ซอสTopping โดย AU คาดว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนวัตถุดิบและไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
  • ความเห็น คาดกำไร 2Q61 อาจไม่เติบโตตามคาดเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษในการปิดสาขาดอนเมืองราว 4 ล้านบาทเข้ามากดดัน และการแข่งขันที่สูงทำให้ SSSG ของแต่ละสาขาเติบโตได้น้อย แม้ว่าใน 2Q61 มีการเปิดสาขาใหม่เพียง 1 สาขารวมมี 30 สาขา ผู้บริหารคงเป้าการเติบโตในปีนี้ราว 20% ตามจำนวนสาขาที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ 35-36 สาขา โดยปัจจัยที่น่ากังวลคือ SSSG อาจไม่เติบโตจากสภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย และนักท่องเที่ยวจีนขาดความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวจากเหตุเรือล่มที่จ.ภูเก็ต

SPALI Analyst Meeting (ราคาปิด 24.20 Bloomberg Consensus)

  • กำไร 2Q61 มีแนวโน้มดีขึ้น YoY จากยอดโอนที่ดีขึ้น แม้เริ่มโอนคอนโด 1 โครงการเท่ากันแต่มีมูลค่าโครงการสูงกว่า (2.4 พันลบ. กับ 2 พันลบ.) คาดผลประกอบการไต่ขึ้นใน Q3 ที่เริ่มโอนคอนโด 2 โครงการ และ Q4 เริ่มโอนคอนโด 3 โครงการ ส่วนยอดขาย presale ครึ่งปีแรกทำได้ 1.78 หมื่นล้านบาท +33%YoY คิดเป็น 54% ของเป้า 3.3 หมื่นล้านบาท
  • แผนการเสนอซื้อ (Tender Offer)หุ้น MK ได้ปรับเปลี่ยนเป็นไม่มีเงื่อนไขจากเดิมกำหนดเงื่อนไขว่าต้องซื้อได้อย่างน้อย 25% ส่วนราคาเสนอซื้อหุ้นละ 4.10 บาทยังไม่ใช่ final price เหตุผลที่สนใจ MK เนื่องจากมีสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่า BV
  • ความเห็น ปีนี้จะกลับมาจ่ายเงินปันผลจากที่หยุดจ่ายในปี 60 โดยจะจ่ายระหว่างกาลด้วย IAA Consensus คาด yield เฉลี่ย 4.4% ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER 7.6 เท่าต่ำกว่ากลุ่มที่ 16.9 เท่า

หุ้นมีข่าว   

+ BGRIM (ราคาปิด 24.00  บาท Bloomberg Consensus 29.06)  ลงทุนราว 1.13 พันลบ.เพื่อเข้าถือหุ้น 55% โซลาร์ฟาร์มขนาด 420 MW ในเวียดนาม โดยมีอัตรารับซื้อไฟฟ้าที่ 9.35 เซ็นดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 20 ปี คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2562 และคาดว่าโครงการดังกล่าวจะให้ผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) อยู่ที่ 12-15%

+KBANK (ราคาปิด 197.50  บาท Bloomberg Consensus 215.62) แต่งตั้งไปรษณีย์ไทย เป็น Banking Agent รายแรกในเดือนก.ค.นี้ และยังมีอีก 2-3 รายที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเป็น Banking Agent เพิ่มเติม ทั้งนี้ จะให้บริการรับฝาก ถอน และในเฟสต่อไปจะสามารถเปิดบัญชีด้วย

+TKN (ราคาปิด 14.00 บาท Bloomberg Consensus 20.53) ยันสาหร่ายทอด"เถ้าแก่น้อย"ปราศจากไขมันทรานส์ การันตีมาตรฐานระดับสากล

+BCP (ราคาปิด 33.25  บาท Bloomberg Consensus 41.46) คาดปริมาณขายน้ำมันผ่านปั๊มปี 61 โต 7-8% ส่วนแบ่งตลาด 15.8% ตามแผนเปิดปั๊มใหม่ 80 แห่ง

+ ประเด็นบวกกลุ่มธนาคาร กกบ.มีมติเลื่อนบังคับใช้มาตรฐาน IFRS9 เวลา 1 ปีไปเป็น 1 ม.ค.63

ความเห็น เป็นบวกกับหุ้นกลุ่มธนาคารโดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ที่ช่วยชะลอการตั้งสำรองหนี้สูญออกไปอีก 1 ปี ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่องจะทำให้สินเชื่อที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mension Loan) ลดลงจากปัจจุบัน

+ กลุ่มรับเหมา คณะกรรมการ EIA ไฟเขียว โครงการต่อขยายคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี 2.35 หมื่นล้านบาท พร้อมทางพิเศษกะทู้-ป่าตอง 1.39 หมื่นล้านบาท “กระทรวงคมนาคม” เร่งเปิดประมูล เริ่มเดินหน้างานได้ในงบประมาณปี 2562(ที่มาข่าวหุ้น)   

-DDD (ราคาปิด 51.25  บาท Bloomberg Consensus 63.75)  เล็งปรับลดเป้ารายได้ปีนี้จากเดิมคาดโต 30% เตรียมแผนรุกหนักตลาดตปท.-เปิดแบรนด์ใหม่ปลายปี

+/0 CRANE (ราคาปิด 2.98 บาท อยู่ระหว่างปรับประมาณการและราคาเหมาะสม) ฟุ้ง Q3/2561 ผลงานไฉไลกว่าช่วง Q2/2561 อานิสงส์งานเรียงคิวบุ๊กเพียบ บิ๊ก "ชำนาญ งามพจนวงศ์" ปักธงปีนี้รายได้ทะยาน 20% จากปีก่อน โหนกระแสก่อสร้างคึกคัก แถมซุ่มดีลขายเครนล็อตใหญ่ เปิดช่องรับทรัพย์เพิ่ม คาดชัดเจนไม่เกิน Q4/2561 (ที่มา : หนังสือพิมพ์ทันหุ้น)

ความเห็น หลังปรับธุรกิจสู่งานเข็มเจาะในช่วง 1 ปี CRANE ยังมีผลประกอบการเป็นบวกสลับลบ ซึ่งหลักๆเกิดจากธุรกิจเดิมที่ยังขาดทุน และงานเสาเข็มที่ผิดคาด ทำให้ Outlook ของบริษัทยังมีความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถควบคุมผลขาดทุนจากธุรกิจเดิม และเพิ่ม Backlog งานใหม่ให้มากพอ สร้างความชัดเจนในการรับรู้รายได้ เมื่อใด ด้านการขายสินทรัพย์ดังกล่าวมีการ Delay มามากกว่า 1 ปีแล้ว โดยรวมหากเข้าเก็งกำไร ควรใช้ความระมัดระวัง