รองผบช.ทท. พร้อมผช.เลขาทูตจีน-รัสเซีย เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ยืนยันพร้อมดูแลผู้ประสบเหตุเรือล่มเต็มที่ จี้ "นอมินี" เลิกการกระทำ หากพบพร้อมดำเนินคดีทุกกระทง
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่รพ.วชิระภูเก็ต พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.3 บช.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 นายหลี่ยี่ซิน ผู้ช่วยเลขานุการสถานเอกอัครทูตจีนประจำประเทศไทย และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เข้าเยี่ยมอาการนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์เรือล่ม
โดยจุดแรกได้เดินทางไปที่รพ.วชิระภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดที่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดจากเหตุการณ์ดังกล่าวจะเคลื่อนย้ายมาไว้เพื่อรอการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ในเรื่องของศพผู้เสียชีวิต ขณะนี้ทางรพ.แจ้งว่ามีมาแล้ว 16 ศพ โดยเป็นเด็กชาย 4 ราย เด็กหญิง 1 ราย ผู้ชาย 4 ราย ผู้หญิง 7 ราย โดยจำนวนนี้สามารถยืนยันว่าเป็นบุคคลใดแล้ว 2 ราย เนื่องจากมีหนังสือเดินทางติดตัว อย่างไรก็ตามหลังจากนี้อยู่ระหว่างการหาตัวไกด์ของบริษัททัวร์นำหนังสือเดินทางหรือรายชื่อนักท่องเที่ยวมาให้ เพื่อเทียบเคียงพิสูจน์ทราบยืนยันตัวบุคคล
จุดที่สองเดินทางไปที่รพ.องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต จากนั้นพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ นายหลี่ยี่ซิน ผู้ช่วยเลขานุการสถานเอกอัครฑูตจีนประจำประเทศไทย และคณะ เข้าเยี่ยมอาการนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว จากนั้นเดินทางไปที่ท่าเรือฉลองเพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในวันนี้ทางตำรวจท่องเที่ยวนำผู้ช่วยทูตจีนประจำประเทศไทย และผู้ช่วยทูตรัสเชียประจำประเทศไทย ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมนักท่องเที่ยวชาวจีนและรัสเซียที่ได้รับบาดเจ็บและการดำเนินการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตจากเหตุเรือล่ม เพื่อที่จะรายงานไปยังประเทศต้นทาง ถึงการดำเนินการในขณะนี้ ในส่วนทางกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวมีการวางกำลังเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่ประสบเหตุ และอำนวยความสะดวกแก่ญาติของผู้บาดเจ็บพร้อมกันนี้สนับสนุนภารกิจร่วมกับบริการต่างๆ ในส่วนนี้วางกำลังตำรวจท่องเที่ยว 20 นาย พร้อมรถสายตรวจ 5 คัน รวมทั้งล่ามแปลภาษาจีน อเมริกา และรัสเชีย มาคอยอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมงไว้ส่วนหนึ่งที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตและโรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
ขณะนี้มีการดำเนินคดีกับทางเจ้าของเรือในฐานความผิดกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการพูดคุยกับเจ้าของเรือทั้งสองบริษัทถึงขั้นตอนการดำเนินการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายซึ่งในส่วนนี้เป็นสิ่งสำคัญอีกทั้งทางตำรวจท่องเที่ยวทำการขยายผลตรวจสอบว่าเรือดังกล่าวถือครองสิทธิ์โดยผู้ใดมีการถือครองสิทธิในลักษณะนอมินีข้ามชาติ ซึ่งหากพบว่ามีการดำเนินการถือครองโดยชาวต่างชาติก็จะต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดจากข้อมูลพบว่าในพื้นที่ภูเก็ตผู้ประกอบการเรือบางรายมีการถือครองสิทธิ์โดยกลุ่มทุนต่างชาติในส่วนนี้ก็จะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดพร้อมกับนำเรื่องมาตรการทางภาษีการประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาตการจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ให้คนไทยจดทะเบียนประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือไม่ อย่างไรก็ตามเหตุที่เกิดส่วนใหญ่ขาดการดูแลและฝ่าฝืนข้อจำกัดในการบรรทุกนักท่องเที่ยว
ต่อมาเวลา18.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ พล.ต.ต.อังกูร พ.ต.อ.อาชยน และ พ.ต.อ.พนัญชัย พร้อม กรมเจ้าท่า ร่วมสอบปากคำและวางแนวทางการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายกับผู้ประกอบกิจการเรือ 3 ราย คือ เรือฟินิกซ์ทีจีไดวิ่งที่ล่มบริเวณเกาะเฮ เรือซีเรนาต้าที่ล่มบริเวณเกาะไม้ท่อน-เกาะเฮ และเรือเจทสกี ที่เรือล้มที่เกาะราชา





