'คำนูณ' แจง 'ก.พ.ค.ตร.' องครักษ์พิทักษ์ระบบคุณธรรม

'คำนูณ' แจง 'ก.พ.ค.ตร.' องครักษ์พิทักษ์ระบบคุณธรรม

"คำนูณ" โพสต์เฟซบุ๊ก ถกร่างกฏหมายตำรวจแจง "ก.พ.ค.ตร." องครักษ์พิทักษ์ระบบคุณธรรมถ่วงดุลก.ตร.รับร้องทุกข์เบื้องต้นครอบคลุมแต่งตั้งโยกย้าย

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.61 นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างกฏหมายตำรวจ ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงความคืบหน้าทำร่าง ดังกล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจฯนัดเย็นวานนี้ (1 มิถุนายน 2561) โดยได้ลงรายละเอียดรายมาตราในประเด็น"ก.พ.ค.ตร."(คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมตำรวจ) องค์กรภายในใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะทำหน้าที่วินิจฉัยอุทธรณ์และเรื่องร้องทุกข์ทั้งปวงของข้าราชการตำรวจ ทำหน้าที่เสมือนเป็นศาลปกครองชั้นต้น ซึ่งนอกจากจะเพื่อผดุงความเป็นธรรมให้กับข้าราชการตำรวจแล้ว ยังจะเป็นการถ่วงดุลกับก.ตร. (คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ) อีกด้วย

โดยจะมีการวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์เฉพาะประเด็นที่ว่ากฎก.ตร.ขัดหรือแย้งกับพ.ร.บ.ตำรวจฯหรือไม่ ให้คำวินิจฉัยของก.พ.ค.ตร.เป็นที่สุด ส่วนประเด็นอื่น ๆ หากไม่พอใจคำวินิจฉัยของก.พ.ค.ตร. ผู้อุทธรณ์หรือร้องทุกข์ยังสามารถฟ้องคดีต่อศาลปกครองสูงสุดได้ ทั้งนี้ในปัจจุบัน หน้าที่และอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์และเรื่องร้องทุกข์เป็นของก.ตร.

นอกจากนั้นเพื่อคุ้มครองระบบคุณธรรม ในกรณีที่ก.พ.ค.ตร.เห็นว่ากฎ ระเบียบ หรือคำสั่งใดที่ออกตามพ.ร.บ.ตำรวจฯและมุ่งหมายให้ใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่สอดคล้องกับ 'ระบบคุณธรรม' ให้แจ้งให้ผู้มีอำนาจออกกฎ ระเบียบ หรือคำสั่งดังกล่าวทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขหรือยกเลิกตามควรแก่กรณี

โดย 'ระบบคุณธรรม' ที่จะได้บัญญัติขึ้นไว้ใหม่ในร่างพ.ร.บ.ตำรวจฯฉบับใหม่มีดังนี้ 1. การรับบุคคลเพื่อบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต้องคำนึงถึงอาวุโส ความรู้ความสามารถของบุคคล ความเสมอภาค ความเป็นธรรม ประโยชน์ของทางราชการ และความพึงพอใจของประชาชน 2. การบริหารทรัพยากรบุคคล ต้องคำนึงถึงผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพขององค์กรและลักษณะของงาน โดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม

3. การพิจารณาความดีความชอบ การเลื่อนตำแหน่ง และการให้ประโยชน์อื่นแก่ข้าราชการตำรวจ ต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรม โดยพิจารณาจากอาวุโส ผลงาน ศักยภาพ และความประพฤติ โดยจะนำความคิดเห็นทางการเมืองหรือสังกัดพรรคการเมืองมาประกอบการพิจารณามิได้

4. การดำเนินการทางวินัย ต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรมและโดยปราศจากอคติ 5. การบริหารทรัพยากรบุคคลต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง

สำหรับก.พ.ค.ตร.มีองค์ประกอบ 7 คน อายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี และไม่เกิน 70 ปี จะทำงานเต็มเวลา มีวาระ 6 ปี และดำรงตำแหน่งได้วาระเดียว

ทั้งนี้ ให้เลขาธิการก.พ.เป็นเลขาธิการก.พ.ค.ตร. และผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นผู้ช่วยเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการก.พ.ค.ตร.จากผู้มีคุณสมบัติที่ได้รับการคัดเลือกโดยคณะกรรมการคัดเลือกที่ประกอบด้วย ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธาน รองประธานศาลฎีกาที่ได้รับมอบหมายจากประธานศาลฎีกา 1 คน กรรมการก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับเลือกโดยก.ตร. 1 คน และเลขาธิการก.พ.

ส่วนประธานก.พ.ค.ตร.มาจากการเลือกกันเองของก.พ.ค.ตร. สำหรับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือกให้เป็นกรรมการก.พ.ค.ตร.กล่าวโดยสรุปแล้วจะมาจาก 6 กลุ่ม คือ กลุ่มอดีตข้าราชการพลเรือน กลุ่มอดีตข้าราชการตำรวจ กลุ่มอดีตข้าราชการทหาร กลุ่มอดีตข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง กลุ่มอดีตข้าราชการอัยการ และกลุ่มนักวิชาการในสถาบันอุดมศึกษา