background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'โบว์'ยื่นอุทธรณ์ค้านฝากขัง พร้อมตั้งหลักสู้คดีปลุกปั่นยุยงชุมนุม

'โบว์'ยื่นอุทธรณ์ค้านฝากขัง พร้อมตั้งหลักสู้คดีปลุกปั่นยุยงชุมนุม

"โบว์ ณัฏฐา" แกนนำคนอยากเลือกตั้ง ผู้ต้องหาคดีปลุกปั่นยุยงชุมนุมทางการเมือง เดินทางมาพร้อมทนายความยื่นอุทธรณ์ คัดค้านคำสั่งอนุญาตฝากขังศาลอาญา

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.ณัฏฐา หรือโบว์ มหัทธนา วิทยากรอิสระ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ผู้ต้องหาคดีปลุกปั่นยุยงชุมนุมทางการเมือง เดินทางมาพร้อมกับ "นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในฐานะทนายความกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เดินทางมายื่นอุทธรณ์ คัดค้านคำสั่งอนุญาตฝากขังของศาลอาญากรณีที่คณะพนักงานสอบสวน บก.น. ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก "15 แกนนำคนอยากเลือกตั้ง" เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขัง โดยยกคำคัดค้านฝากขังของกลุ่มแกนนำคนอยากเลือกตั้ง

 ซึ่งการฝากขังดังกล่าว สืบเนื่องจาก เหตุการณ์ที่ "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ชุมนุมเนื่องในโอกาสครบรอบ 4 ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระหว่างเย็นวันที่ 21-22 พ.ค.ที่ผ่านมาบริเวณหน้า ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยเรียกร้องการเลือกตั้ง ซึ่งกลุ่มคนอยากเลือกตั้งมีความพยายามจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล แต่เจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะไม่อนุญาต โดยมีกลุ่มคนอยากเลือกตั้งชุดที่นำโดยนายอานนท์ นำภา , น.ส.ณัฏฐาหรือโบว์ และ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ได้เคลื่อนไปยังสะพานมัฆวานรังสรรค์ และได้อ่านแถลงการณ์หน้าอาคารองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 

 ด้าน "น.ส.ณัฏฐาหรือโบว์" กล่าวว่า วันนี้เราไม่ได้มายื่นอุทธรณ์เพื่ออิสรภาพ เพราะทุกคนเห็นแล้วว่าตนมีอิสรภาพจากการประกันตัว แต่เรามายื่นเพื่อยืนยันหลักนิติธรรมว่ากระบวนการนั้นมิชอบ คือต้องถือว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะได้รับคำตัดสิน ในคำสั่งฝากขังมีข้อความบางช่วงตอนที่บอกว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทำผิดจริง มีปัญหาและตั้งคำถามได้ และเหตุผลของพนักงานสอบสวนที่ขอคัดค้านการฝากขัง การสอบพยานและรอผลพิมพ์ลายนิ้วมือ หากเรามีอิสรภาพก็ยังทำได้อยู่ ไม่จำเป็นต้องเอาเราไปขัง

หลักฐานทุกอย่างอยู่ในสื่อมวลชน คลิปวิดีโอ และโลกออนไลน์อยู่แล้ว หลักในการฝากขังจำกัดเสรีภาพตามกฎหมายต้องมีความจำเป็นอย่างยิ่งเท่านั้น คืออิสรภาพเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน เช่น การหลบหนี ซึ่งคดีนี้เรามอบตัวเองเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ทั้งที่ยังไม่มีหมายจับ การยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือเป็นบุคคลอันตราย ซึ่งเราไม่ใช่อาชญากร คดีนี้เป็นคดีการเมือง จึงผิดตั้งแต่ขั้นพนักงานสอบสวนแล้วที่พยายามฝากขังเป็นการกลั่นแกล้ง 

น.ส.ณัฏฐา กล่าวด้วยว่า ในการยื่นอุทธรณ์ เราใช้สิทธิในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งหากการอุทธรณ์เป็นผลคำสั่งการฝากขังนั้นจะต้องถูกยก แล้วเงินประกัน 1.5  ล้านบาท ( 15 แกนนำคนอยากเลือกตั้งรายละ 1 แสนบาท) ก็จะต้องได้รับกลับคืนมา อย่างไรก็ดีการยื่นอุทธรณ์วันนี้เป็นในนามของตนคนเดียวทั้งนี้เพื่อความรวดเร็ว หากกลุ่มคนอยากเลือกตั้งอีก 14 คน ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งฝากขังก็สามารถตามกันมาได้ 

ทั้งนี้สำหรับคดีของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในส่วนของตนคดีนี้ถือเป็นคดีที่ 4 แล้ว โดยพวกตนทั้งหมดร้อยกว่าคนไม่สามารถหาเงินประกันมาได้แน่ ๆ และไม่ต้องการรบกวนสังคมในการระดมทุนอีก เป็นเงินที่ไม่ควรจะต้องเสียในการละเมิดโดยใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ เราต้องตั้งหลักและต้องสู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อยื่นคำอุทธรณ์แล้ว เบื้องต้น แผนกอุทธรณ์-ฎีกาของศาลอาญา ก็ได้รับคำร้องเพื่อเสนอพิจารณาตามขั้นตอนต่อไปก่อนจะมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดออกมา

สำหรับคดีที่มีการฝากขัง "15 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" ดังกล่าว   "ศาลอาญา" ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้ง 15 คน โดยตีราคาประกันคนละ 100,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้าม ผู้ต้องหาทำการชุมนุมทางการเมืองอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายแก่สังคมด้วย

ส่วนกรณีที่ "15 แกนนำคนอยากเลือกตั้ง" ดังกล่าว ยื่นคำคัดค้านการฝากขังครั้งแรกนั้น "ศาลอาญา"
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาทั้ง 15 คนถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งผู้ต้องหาสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ในชั้นพิจารณา เมื่อคดีอยู่ระหว่างที่พนักงานสอบสวนยังสอบสวนไม่แล้วเสร็จ  จึงมีเหตุที่ผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องฝากขังได้ ศาลจึงให้ยกคำร้องคัดค้านการฝากขัง