วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ชาติไทยพัฒนา' จำใจรับยอดยืนยันสมาชิกพรรค

"ผอ.ชาติไทยพัฒนา"จำใจรับยอดยืนยันสมาชิกพรรคห่วงยอดน้อยกระทบไพรมารี่โหวต แนะขอเลื่อนไพรมารี่ไปใช้เลือกตั้งรอบหน้า วอน"ศาลรธน."ช่วยตีความ

นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงยอดยืนยันสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาเบื้องต้น ที่มียอดยืดยัน 2,500 คนจากสมาชิกที่มี 2,4710 คนว่า ไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่ต้องจำใจยอมรับ และหลังจากนี้คงต้องหาวิธีเพื่ออธิบายต่อผู้ที่เคยเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาอีกครั้ง ผ่านทางจดหมาย เพื่อให้บุคคลที่ไม่ยืนยันกลับเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคอีกครั้ง หลังจากที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อคคำสั่งที่ห้ามพรรคทำกิจกรรมทางการเมือง

ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวด้วยว่าเมื่อพิจารณาจำนวนสมาชิกพรรคการเมืองที่ได้รับการยืนยันล่าสุด ตนเชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อระบบการเมืองแน่นอน โดยเฉพาะการทำระบบเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารี่โหวต) ที่กำหนดให้ต้องใช้สมาชิกพรรคเป็นเกณฑ์กำหนด ทั้งใช้ตัวแทนจังหวัด และสาขาของพรรค เมื่อแต่ละพรรคมีสมาชิกพรรคที่ยืนยันหลักพันคน อาจเป็นเรื่องยากต่อการทำระบบไพรมารี่โหวตเพื่อส่งส.ส.ให้ครบ 350 เขต หรือครบ 77 จังหวัด

"ทำไพรมารี่โหวต พรรคหนึ่งต้องใช้สมาชิกทั่วประเทศอย่างน้อย 7,000 คน หรือใช้สาขาอย่างน้อย 500 คน หรือตัวแทนจังหวัด ไม่น้อยกว่า 120 คน ดังนั้นจำเป็นต้องหาสมาชิกพรรคให้ครบตามหลักเกณฑ์ของการทำไพรมารี่โหวต อย่างพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มียอดเบื้องต้น 2,500 คน ต้องหาสมาชิกอีก 6,000 คนเพื่อให้เพียงพอต่อการทำไพรมารี่โหวต ทั่วประเทศ ซึ่งไม่ง่ายประกอบกับมีเวลาสั้น ดังนั้นผมอยากให้ทบทวนการทำไพรมารี่โหวต ให้นำไปใช้ในการเลือกตั้งรอบหน้าจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นทั้งพรรคเก่าในระบบกับพรรคการเมืองเกิดใหม่จะลำบากมาก และระบบนี้อาจกระทบต่อทั้งระบบพรรคการเมือง" ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าว

นายนิกร กล่าวด้วยว่าหลังจากที่ครบกำหนดเวลาที่ คสช. ให้สมาชิกพรรคยืนยันตัวตน ในวันที่ 30 เมษายน เห็นชัดเจนว่าตามเนื้อหาของกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองสร้างผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะการตัดสิทธิด้านการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ดังนั้นตนจะไม่ร้องขอให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่อนปรนกติกาใด หรือ ร้องขอไปยังคสช. ให้หามาตรการช่วยเหลือ

อย่างไรก็ดีประเด็นต่อการยืนยันสมาชิกพรรค ภายในเวลากำหนดและหากไม่ยืนยันเท่ากับความเป็นสมาชิกพรรคนั้นสิ้นสุด ตนมองว่าเป็นบทบัญญัติที่ขัดและแย้งกับรัฐธรรมนูญต่อสิทธิประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคอยู่ก่อนที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งการสูญเสียการเป็นสมาชิกพรรคดังกล่าวไม่มีเหตุผลอันควร อย่างไรก็ตามตนยังคาดหวังต่อผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวเร็วๆ นี้