ป.ป.ส คุยเกณฑ์ทหาร 61 แนวโน้มฉี่ม่วงลดฮวบ เหลือ 3.8% แต่ "กัญชา" อาจระบาดแทนที่ แยกส่งกลุ่มจับได้ใบดำบำบัดศูนย์ปรับพฤติกรรม 13 วัน ส่วนผู้หลบเลี่ยงไม่รายงานตัวโดยบังคับบำบัด
นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการป.ป.ส. กล่าวถึงกรณีผลการตรวจปัสสาวะของชายไทยทั่วประเทศที่เข้ารับการเกณฑ์ทหารในปี 2561 ว่า เบื้องต้นที่มีรายงานเข้ามายังป.ป.ส.พบว่ามีจำนวน 21,509 รายหรือ 3.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยพบมากที่สุดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งยังต้องรอรายงานสรุปภาพรวมทั่วประเทศก่อน และเชื่อว่าในปีนี้ตัวเลขจะมีปริมาณลดลง หากเปรียบเทียบกับปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งผลการตรวจปัสสาวะของผู้เข้ารับการเกณฑ์ทหารกว่าแสนคนทั่วประเทศ หรือคิดเป็น 7.9 เปอร์เซ็นต์ พื้นที่ที่ตรวจพบว่าชายไทยที่เข้ารับการเกณฑ์ทหารสูง คือ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสารเสพติดที่ตรวจพบยังคงเป็น ยาบ้าและกัญชา
นายศิรินทร์ยา กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้ใช้สารเสพติดที่เข้ารับการเกณฑ์ทหารนั้น ทางป.ป.ส กองทัพบก กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขได้หารือกันกันแล้วว่า กรณีที่ตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะแล้วถูกเกณฑ์เข้าไปเป็นทหารเป็นหน้าที่ของค่ายทหารฝึกทหารเกณฑ์ใหม่จะต้องเข้ารับการบำบัดในค่ายทหารนั้นๆ ในผลัดแรก ส่วนกลุ่มจับใบดำไม่ต้องเป็นทหาร. ทางป.ป.ส.หน่วยงานทหารแต่ละภาคจะทำบันทึกทะเบียนประวัติ แล้วส่งเข้ารับการบำบัดรักษาตามภูมิลำเนาและส่งเข้าศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในแต่ละจังหวัดเป็นเวลา 13 วัน หลังจากสิ้นเดือนเมษายนนี้
เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวด้วยว่า ผู้ที่เข้ารับการบำบัดโดยสมัครใจและผ่านการคัดกรองของโรงพยาบาลประจำพื้นที่ จะไม่ถูกดำเนินคดีอาญา และไม่ถูกทำบันทึกทะเบียนประวัติ ตามคำสั่งคสช.ที่ 108 ถือว่าเป็นผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษา ส่วนผู้ที่ไม่มารายงานตัวเข้ารับการบำบัด หรือไม่ผ่านการคัดกรองจะถูกส่งตัวเข้าบังคับบำบัดตามโปรแกรมของกรมคุมประพฤติ ในกรณีที่ผ่านการบำบัดแล้วไม่กลับไปเสพซ้ำ. จะถูกลบประวัติออกจากทะเบีบนประวัติผู้ติดยา

