ผู้บังคับการ ปปป. ได้นำสำนวนและพยานหลักฐานในคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบของ "พล.ต.ต.สุทธิ " ส่งมอบให้กับ ปปช. ดำเนินการต่อ แล้ว
ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา พร้อมด้วยชุดพนักงานสอบสวน ปปป. เดินทางมาส่งสำนวนในคดีที่ ผู้บังคับการกองปราบปราม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด กล่าวหา พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการจังหวัดกาญจนบุรี ฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ม.157 ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำให้การในสำนวนคดีล็อตเตอรี่ 30ล้าน ที่มีคู่กรณีระหว่างครูปรีชา ใคร่ครวญ และ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล รวมถึงมีผู้ถูกกล่าวหาอีก3คนในฐานสนับสนุนให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ คือ ครูปรีชา นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น และนางสาวพัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช
ซึ่งได้นำสำนวนคดีจำนวน 2 แฟ้ม 798หน้า มาส่งมอบให้กับ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อดำเนินคดีต่อโดย ผู้บังคับการ ปปป. บอกว่า ได้สอบปากคำ พล.ต.ต.สุทธิ ซึ่งได้กล่าวอ้างว่ายังมีพยานเป็นตำรวจที่จะให้สอบปากคำเพิ่มเติมอีก แต่ยังไม่ได้นำพยานมาให้สอบปากคำ ซึ่ง พนักงานสอบสวนไม่สามารถรอได้ เพราะมีกรอบระยะเวลาการทำงาน ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุทธิ ได้ทำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร และเอกสารประกอบคำให้การมามอบให้เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มี.ค.ซึ่งหลักฐานที่ พล.ต.ต. สุทธิ นำมามอบให้ยังไม่พบพิรุธอะไร แต่ พนักงานสอบสวน ปปป. มีพยานบุคคลคือ พนักงานสอบสวนของ สภ.เมืองกาญจนบุรีที่ร่วมกระทำความผิดด้วย แต่ได้กันไว้เป็นพยาน และมีผลการตรวจพิสูจน์ทางคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือของครูปรีชา ซึ่งเป็นรายละเอียดพยานหลักฐาน มาประกอบการพิจารณาในสำนวน และเพียงพอต่อการแจ้งข้อกล่าวหา
พล.ต.ต. กมล บอกด้วยว่า หลักฐานจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือ โดยปอท. ยืนยันว่า เป็นการสนทนา ระหว่างครูปรีชา กับ ร้อยเวรผู้ทำสำนวนคดีล็อตเตอรี่30ล้าน และครูปรีชา สนทนากับพล.ต.ต.สุทธิ รวมถึง ครูปรีชา สนทนากับเจ้บ้าบิ่น และเจ้พัช ในการนัดแนะ มาแก้ไขคำให้การส่วนการตรวจสอบคอมพิวเตอร์จากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ยืนยันได้ว่า มีการแก้ไข ลงรายละเอียดย้อนหลัง ในวันที่เดิม ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลที่ไม่ตรงกันทั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ปปช. สุทธิ บุญมี เป็นตัวแทนมารับสำนวน พร้อมบอกว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ก็จะ ทำความเข้าใจเนื้อหา สรุปเสนอเข้าคณะกรรมการ ปปช.ให้พิจารณาเนื่องจากตัวบุคคลเป็นข้าราชการระดับสูง และเป็นคดีที่ประชาชนสนใจก็ต้องเร่งดำเนินการ ภายใต้กรอบการทำงานที่สมบูรณ์ และผู้กล่าวหา สามารถนำหลักฐานมาส่งให้ ปปช.เพิ่มเติมได้ทั้งนี้ต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาสำนวนก่อน และคาดว่าจะไม่ช้าในการดำเนินการเพราะมีพยานหลักฐานพอสมควรแล้ว

