"วัชระ" บุกพม. ทวงถามความคืยหน้าสอบทุจริตโกงเงินคนจน
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เรียกร้องขอให้ตรวจสอบกรณีทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งและขอเอกสารการเบิกจ่ายเงินในโครงการดังกล่าว โดยมีนางเพ็ญจันทร์ อ่อนภิรมย์ รักษาการหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีพม.เป็นผู้รับหนังสือแทน โดยนายวัชระกล่าวว่า การทุจริตเงินคนจนทั้งในศูนย์นิคมสร้างตนเองและศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ในบ้านที่พักคนไรที่พึ่งพิงเกิดขึ้นมาหลายสัปดาห์แล้วแต่ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ดังนั้นตนขอเรียกร้องถึงพลเอกอนันตพร 10 ข้อคือ 1.ขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนก็จะจริงโดยเพิ่มตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชนและประชาชน อย่างน้อยสองคนร่วมเป็นกรรมการด้วย
นายวัชระกล่าวอีกว่า 2. ควรปลดนายอิระวัชร์ จันทรประเสริฐ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงพม. ออกจากตำแหน่งเพราะเป็นผู้บังคับบัญชานายพุฒิพัฒน์ เลิศชวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวง รวมทั้งขอให้โยกย้ายและติดตามพฤติกรรมการทำหน้าที่ของน.ส.ฉัตรสุดา รอบคอบ อดีตผอออกองคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง น.ส.ยุพเรศ วงศ์บุญมี พูดตรวจกระทรวงราชการ พม. นายภักดี พวงจิตร อดีตผอ.กองดูแลนิคมชาวเขา ทั้งสามเป็นคนใกล้ชิดนายพุฒิพัฒน์และนายณรงค์ อาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี 3. ทราบว่านายพุฒิพัฒน์ ปลัดกระทรวงพม. เซ็นคำสั่งโยกย้ายข้าราชการในวันที่หลังจากตัวเองถูกโยกย้ายเข้าประจำสำนักนายกรัฐมนตรีถ้ามีให้เปิดเผย พร้อมขอยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ทั้งนี้ นายพุฒิพัฒน์ได้เรียกประชุมข้าราชการพม. ก่อนถูกโยกย้ายไปสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ใครให้การอะไรไว้เค้าสามารถนำมาดูได้ทั้งหมด ซึ่งอาจทำให้เขาหวาดหวั่น ไม่กล้าให้ข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการสอบสวนฯ 4. การสอบสวนควรการข้าราชการชั้นผู้น้อยรักหัวหน้าฝ่ายการเงินประจำศูนย์ต่างๆเฉพาะผู้ให้ความร่วมมือต่อราชการโดยเปิดเผยและสารภาพความจริงทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นพยาน 5.ให้รักสาหลักฐานใบเสร็จใบสำคัญจ่ายให้แก่ประชาชนตามศูนย์ต่างๆอย่าให้ถูกเพลิงไหม้ หรือสูญหาย ถูกทำลาย
นายวัชระกล่าวต่อไปว่า 6. ให้เร่งดำเนินการสอบสวนการทุจริตที่นิคมสร้างตนเองห้วยหลวงจังหวัดอุดรธานีนิคมสร้างตนเองเชียงพิณจังหวัดอุดรธานีที่ได้รับงบช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งสูงสุด 30,000,000 และ20,000,000 ตามลำดับ สูงสุดกว่าศูนย์อื่นทั่วประเทศรวมถึงศูนย์ชาวเขาจังหวัดลำพูนเชียงรายและเชียงใหม่เป็นการนำร่องก่อน 7. ปอปอทอที่กำลังสอบสวนอยู่ขอให้ทำหนังสือแจ้ง ป.ป.ช. และ ปปง. รวมถึงผู้ว่าฯ ให้ร่วมตรวจสอบคู่ขนานด้วย เพราะปปท. มีอำนาจสอบเฉพาะคาดการณ์ระดับแปดลงมาสู่ระดับ9-11 ไม่มีอำนาจสอบ ถามว่ารัฐบาลคสช.เล่นปาหี่จับแต่ปลาซิว ปลาสร้อย พวกปลาวาฬ ปลาฉลาม ตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง ไม่คิดกระชากหน้ากากจับโชว์สังคมไทยบ้างหรือ อย่างไร 8. ให้กรมพัฒนาสังคมส่งเอกสารใบโอนงบหมดต่างๆทุกงวดของโครงการนี้พร้อมสรุปงบประมาณที่โอนให้ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง ศูนย์นิคมสร้างตนเองและศูนย์ช่วยเหลือชาวเขา รวมถึงบ้านพักเด็กและครอบครัว ประจำปีงบประมาณ 2556 และ 2560 ทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้ตนภายใน7 วัน
นายวัชระกล่าวว่า 9. เร่งปรับปรุงระเบียบการจ่ายเงินเฮ้ยมีตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านและองค์กรพัฒนาเอกชนหรือผู้อำนวยการโรงพยาบาลในท้องถิ่นนั้นฯอย่างน้อยสองคนเป็นพยานในการจ่ายเงินสงเคราะห์ต่างๆของกระทรวงพม. 10. ให้แต่งตั้งโยกย้ายขอให้วางระบบใช้คุณธรรมผลงานและธรรมาภิบาลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการขจัดระบบเส้นสายการส่งส่วยหรือเงินทอนทุกชนิด “ทั้งนี้หากพล.อ.อนันตพรไม่ดำเนินการตามข้อเสนอนี้ภายใน7 วัน ตนจะเคลื่อนไหวโดยจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อทวงถามถึงความจริงใจในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลคสช. ว่าที่ตีปี๊บสร้างภาพว่าปราบโกงแค่ปาหี่การเมือง สร้างภาพหลอกสังคมหรืออย่างไร หรือกลัวว่าจะเกี่ยวกับใครในรัฐบาลนี้หรือไม่ จึงให้เพียงปปท. สอบ แต่ไม่ให้ ป.ป.ช.และปปง.ร่วมตรวจสอบเส้นทางการทุจริตกรณีนี้ที่ลามไปทั่วประเทศ โดยจะไปร้องที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไป” นายวัชระกล่าว




