รอง ผบช.น. สั่งคุมเข้ม "วาเลนไทน์-ตรุษจีน" ขู่ผู้ปกครองละเลยบุตรหลาน จำคุก 3 เดือน ปรับ 3 หมื่นบาท
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย รอง ผบก.ที่รับผิดชอบงานป้องกันและปราบปราม ประชุมมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ และเทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2561
พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า สำหรับวันที่ 14 ก.พ.ซึ่งเป็นเทศกาลวันวาเลนไทน์ ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราม ให้ป้องกันเหตุอาชญากรรม โดยให้เพิ่มความเข้มในการตรวจตรา สถานบริการ สถานบันเทิง โรงแรมม่านรูด ห่องเช่ารายวัน ร้านเหล้าหรือร้านจำหน่ายสุรา สวนสาธารณะ แหล่งมั่วสุมหรือที่ชุมนุมของเด็กและเยาวชน พร้อมตั้งจุดตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะ เพื่อตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย ตามถนนสายหลักที่เป็นที่ตั้งของสถานบริการ กำชับรองผู้บังคับการทุกท่านว่า สถานบริการใดที่มีการมั่วสุมเรื่องยาเสพติด ไม่กวดขันเรื่องห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการ ตนย้ำมาตลอดแต่ก็เกิดเรื่องมาตลอด ฝากให้รองผู้บังคับการลงไปควบคุมดูแล หากในพื้นที่ใดโดนจับกุมติดๆ กัน 2-3 ครั้ง เรื่องมันจะถึงท่าน
ทั้งนี้ ให้สายตรวจออกตรวจตราบุคคลกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กและเยาวชนที่มีพฤติการณ์หรือแนวโน้มที่อาจก่ออาชญากรรม หรือการกระทำที่ไม่เหมาะสม เช่น พลอดรักในที่สาธารณะ การแข่งรถในทาง การใช้บริการสถานบันเทิง ร้านอินเทอร์เน็ต หรือโรงแรมม่านรูด ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองทราบ และอบรมตักเตือนบุตรหลานให้ระมัดระวังภัยที่อาจจะเกิดขึ้นในการออกไปเที่ยวฉลองวันวาไลนไทน์ โดยให้ควบคุมบุตรหลานอย่างใกล้ชิดไม่ให้ประพฤติผิดในทางที่ไม่ควร กรณีในเด็กที่อยู่ในความปกครองไปกระทำผิด เบื้องต้นต้องทำทัณฑ์บน โดยเรียกเงินประกันจากผู้ปกครองตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป หากไปประพฤติซ้ำอีกภายใน 2 ปี ก็ต้องริบทัณฑ์บน นอกจากนี้ผู้ปกครองยังต้องโดนความผิดในฐานยุยงส่งเสริม ปล่อยปละละเลย มีอัตราโทษจำคุก 3 เดือน ปรับ 3 หมื่นบาท
พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่าอีกว่า ส่วนเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 14 ก.พ.-16 ก.พ.ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสถานที่จำหน่ายสินค้าที่นำไปประกอบพิธีเซ่นไหว้ รวมทั้งเฝ้าระวังการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ ธาคาร ร้านทอง ร้านอัญมณี ร้านสะดวกซื้อ และบริเวณที่ประชาชนเดินทางไปจับจ่ายใช้สอย ให้เฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้จากการจุดธูปเทียนและเผากระดาษตามคติความเชื่อ เน้นตรวจตราสถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรม ดูแลความปลอดัยให้กับนักท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะที่ติดแม่น้ำ ทะเล และบึงขนาดใหญ่ รวมถึงสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับเงินแต๊ะเอียหรือผลประโยชน์อันมิชอบในวันตรุษจีน





