ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(25ม.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ดีดตัวขึ้น140 จุด ตอบรับการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใส รวมทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น
ในบรรดาบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในดัชนีเอสแอนด์พี500 ซึ่งได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 นั้น บริษัทจำนวน 77% รายงานตัวเลขกำไรสูงกว่าคาดการณ์ ขณะที่ 79% รายงานตัวเลขรายได้ที่สูงกว่าคาด ขณะที่ผลการสำรวจระบุว่า บริษัทจดทะเบียนมีกำไรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 12.4% ในไตรมาส 4
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 140.67 จุดปิดที่ 26,392.79 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี ปรับตัวขึ้น 0.1 % ปิดที่ 2,839.25 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 0.1% ปิดที่ 7,411.16 จุด
ทั้งนี้ ราคาหุ้นแคทเทอร์พิลลาร์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเครื่องมือก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พุ่งขึ้น 2.3% หลังรายงานตัวเลขกำไร และรายได้ในไตรมาส 4 ที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยบริษัทมีกำไร 2.16 ดอลลาร์/หุ้น เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 1.79 ดอลลาร์/หุ้น นอกจากนี้ บริษัทระบุรายได้ที่ระดับ 1.290 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.198 หมื่นล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ ราคาหุ้น 3M ดีดตัวขึ้นเช่นกัน หลังรายงานตัวเลขผลประกอบการในไตรมาส 4 ที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในวันนี้ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนตลาด
ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 17,000 ราย สู่ระดับ 233,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 240,000 ราย โดยตัวเลขผู้ที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังคงอยู่ต่ำกว่า 300,000 ราย เป็นสัปดาห์ที่ 151 ติดต่อกัน ซึ่งยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2513
ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ซึ่งถือเป็นมาตรวัดตลาดแรงงานที่ดีกว่า เนื่องจากขจัดความผันผวนรายสัปดาห์ ลดลง 3,500 ราย สู่ระดับ 240,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว
สำหรับจำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 13 ม.ค. มีจำนวนลดลง 28,000 ราย อยู่ที่ระดับ 1.94 ล้านราย ส่วนตัวเลขค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์ของจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานอย่างต่อเนื่อง ลดลง 3,500 ราย สู่ระดับ 1.92 ล้านราย





