เจาะประเด็นร้อน! บุกราชภัฏดัง พิสูจน์เรือนไทย 15 ล้าน ปมร้องเรียนฉาว ด้านรรท.อธิการบดีโต้กลับ
มีประเด็นร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณก่อสร้าง “เรือนไทย” มูลค่าสูงถึง 15 ล้านบาท ของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ตั้งอยู่ที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ประเด็นนี้ ได้รับความสนใจจากผู้เกี่ยวข้องอย่างมาก ทั้งจากอาจารย์ นักศึกษา และพนักงานมหาวิทยาลัย ตลอดจนประชาคมมหาวิทยาลัยอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะคำถามที่ว่า เป็นการใช้งบประมาณที่ถูกต้องและคุ้มค่าหรือไม่ เพราะสร้างมาไม่นานเริ่มผุพังเสียแล้ว
ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ “ล่าความจริง” ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ว่า ทางมหาวิทยาลัยได้นำงบประมาณจำนวน 15 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณส่วนหนึ่งที่ได้รับมาทั้งหมด 30 กว่าล้าน สำหรับฟื้นฟูอาคารสถานที่หลังน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 แต่แทนที่จะนำงบไปฟื้นฟูตามวัตถุประสงค์ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยในยุคนั้นกลับ “โยกงบ” บางส่วนไปใช้ก่อสร้างเรือนไทยในปี 2556 เป็นเงินถึง 15 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นการสร้างเพื่อให้บุคคลภายนอกเช่าใช้จัดกิจกรรมต่างๆ เป็นการหารายได้เข้าสถาบัน
และยังยืนยันว่าเรือนไทย ซึ่งเป็นไม้ทั้งหลังนี้ สร้างจากไม้เนื้อแข็งชั้นดี แต่ฝ่ายผู้ร้องเรียนให้ข้อมูลว่า สภาพของเรือนไทยตอนนี้ผุพัง ทั้งๆ ที่เพิ่งสร้างเสร็จมาไม่กี่ปี
“ล่าความจริง” ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับน้องๆ นักศึกษา และศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ซึ่งให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างมาก โดยเฉพาะในประเด็นที่ว่ารู้สึกอย่างไรที่มหาวิทยาลัยนำงบประมาณถึง 15 ล้านไปก่อสร้างเรือนไทย ปรากฏว่าทุกคนพูดคล้ายๆ กันว่า พวกเขาได้ใช้ประโยชน์จากเรือนไทยราคาหลังละ 15 ล้านบาทนี้น้อยมาก น่าจะนำไปสร้างอาคารเรียนหรือหอสมุดให้นักศึกษามากกว่า
“ล่าความจริง” ยังได้สอบถามเรื่องนี้กับ จิตเจริญ สอนขวัญ ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ได้รับคำตอบว่า ขณะนี้ ทางสภาคณาจารย์ฯได้มีข้อเสนอไปยังสภามหาวิทยาลัยแล้ว โดยขอให้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อจะได้ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำผิด
อย่างไรก็ดี ตอนนี้ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เสียก่อน แต่การก่อสร้างเรือนไทยก็มีข้อสงสัยไปทั่วทั้งประชาคมมหาวิทยาลัยว่า เหตุใดจึงไม่นำงบประมาณการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ เพื่อใช้พัฒนาด้านการเรียนการสอน ซึ่งเป็นภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา
นอกจากนี้ “ล่าความจริง” ยังได้สอบถามไปยังวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านงานไม้ เกี่ยวกับข้อสงสัยเรื่องโครงสร้างของเรือนไทยแห่งนี้ ที่ทางผู้บริหารระบุว่าสร้างจากไม้เนื้อแข็งคุณภาพดี ได้รับคำตอบว่า สภาพของเรือนไทยที่เป็นข่าวออกไป มีข้อสังเกตว่าผุพังเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เพราะก่อสร้างได้เพียงแค่ 4 ปี ลักษณะนี้ถือว่าไม้ผุเร็วมาก ผิดหลักการด้านวิศวกรรม จึงไม่แน่ใจว่าในกระบวนการก่อสร้าง ได้ใช้ไม้เนื้อแข็งหรือไม้สักจริงหรือไม่ หรือใช้ไม้เนื้อแข็ง แต่อายุของไม้ยังไม่เหมาะที่จะนำมาก่อสร้าง เรื่องนี้ต้องนำตัวอย่างไม้มาตรวจสอบอย่างละเอียดจึงจะทราบ
ยังมีข้อมูลอีกด้านหนึ่งจาก สุพจน์ ทรายแก้ว รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ที่บอกว่า จริงๆ แล้วเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้น เป็นความตั้งใจของกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ในมหาวิทยาลัย คนกลุ่มนี้พยายามเรียกร้องให้หลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบ ตั้งแต่ สตง. ป.ป.ช. รวมถึงมีการแจ้งความดำเนินคดีกับอธิการบดีคนเก่าด้วย เชื่อว่าเป็นกลุ่มพนักงานมหาวิทยาลัยที่ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ต่อสัญญา จึงหาเรื่องขึ้นมาตอบโต้
“กลุ่มผู้ร้องเรียนพยายามใช้ทุกวิถีทางเพื่อเล่นงานมหาวิทยาลัย ทั้งการยกประเด็นเรื่องการใช้งบน้ำท่วมมาก่อสร้าง หรือแม้แต่การผุพังของเรือนไทย ทั้งๆ ที่การผุพังเกิดเฉพาะบริเวณนอกชานที่ต้องตากแดดตากฝนมานานเท่านั้น ยืนยันว่าเรือนไทยยังไม่ได้พังตามที่มีการกล่าวหา แต่เคยต่อเติมเปลี่ยนหลังคา แต่มีการนำภาพเท็จมากล่าวหากัน”
“ส่วนเรื่องการนำงบน้ำท่วมมาก่อสร้าง ก็เป็นการนำมาบางส่วน แต่สาเหตุที่สร้าง ก็เพื่อนำมาใช้งานและเปิดให้องค์กรภายนอกเข้ามาเช่าสถานที่ สร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัย เช่น จัดงานแต่งงาน และกิจกรรมอื่นๆ” รักษาราชการแทนอธิการบดี ระบุ




