วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยรั้งอันดับ 8 ดัชนีความเชื่อมั่นดิจิทัล

เอ็กซพีเรียนเผยดัชนีความเชื่อมั่นระบบดิจิทัลพบไทย รั้งอันดับ 8 จาก 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ชี้ภาคโทรคมนาคมได้คะแนนต่ำสุด ฉ้อโกงสูงจากปลอมแปลงซิมการ์ด ขโมยข้อมูล เชื่อกฎหมายไซเบอร์ และการลงทะเบียนซิมผ่านอัตลักษณ์ช่วยให้อันดับดีขึ้น

นายเดฟ ดีมาน กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ตลาดเกิดใหม่ เอ็กซพีเรียนซ์ เอเชียแปซิฟิก เปิดเผยข้อมูลดัชนีความเชื่อมั่นระบบดิจิทัลว่า ประเทศไทยมีคะแนนอยู่ในอันดับ 8 จาก 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดยได้คะแนนอยู่ที่ 2.3 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน เทียบเท่า สิงคโปร์ และเหนือกว่า อินโดนีเซีย ซึ่งได้คะแนนอยู่ที่ 1.8 คะแนน

ทั้งนี้ ข้อมูลดัชนีสำหรับใช้เพื่อวัดผล นั้น มาจากข้อมูล 4 รูปแบบ ได้แก่ การใช้งานระบบดิจิทัล แนวโน้มการใช้งานอุตสาหกรรม อัตราการฉ้อโกงทางดิจิทัล และประสิทธิภาพของบริษัทด้านการบริหารการจัดการป้องกันการฉ้อโกง โดยสำรวจใน 3 กลุ่มธุรกิจ คือ การเงิน โทรคมนาคม และค้าปลีก

สำหรับการศึกษาครั้งนี้พบว่า คะแนนเฉลี่ยทั่วทั้งภูมิภาคมีความเชื่อมั่นต่อบริการผ่านระบบดิจิทัลระดับต่ำ ซึ่งคะแนนรวมของทั้งภูมิภาคมีค่าอยู่ที่ 3.2 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 โดยธุรกิจโทรคมนาคมมีระดับต่ำสุดที่ 2.1 คะแนน และธุรกิจบริการทางการเงินมีระดับคะแนนสูงสุดที่ 4.9 คะแนน ขณะที่ในประเทศไทย พบว่า กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม ได้คะแนนดัชนีความเชื่อมั่นน้อยที่สุดคือ 0.81 คะแนน รองลงมาคือ ธุรกิจค้าปลีก 2.36 คะแนน และ ธุรกิจด้านการเงิน 3.8 คะแนน

“การก้าวสู่ระบบดิจิทัลที่กำลังเกิดขึ้นมีผลต่อเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงาน และ การดำเนินชีวิตของเรา ทำให้ความเชื่อมั่นเปรียบเสมือนเงินสกุลที่สำคัญ องค์กรจึงจำเป็นต้องสร้างหลักประกันว่าบริการระบบดิจิทัลที่นำเสนอนั้นมีความน่าเชื่อถือในระดับสูง ” นายเดฟ กล่าว

ด้านนายนิค ไวลด์ หัวหน้าฝ่ายการป้องกันการทุจริตและอัตลักษณ์ กล่าวว่า การอยู่อันดับ 8 ใน 10 ของประเทศไทยนั้นไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้าย เพราะคะแนนเฉลี่ยของไทยยังคงเกาะกลุ่มอยู่ในอันดับกลางๆ ซึ่งดัชนีนี้สามารถทำให้ประเทศไทยได้เห็นและพร้อมตื่นตัวในการบริหารจัดการหรือป้องกันไม่ให้เกิดการฉ้อโกงในโลกดิจิทัลได้

อย่างไรก็ดี หน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่างตื่นตัวในการหามาตรการป้องกันการฉ้อโกงดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการเร่งออกกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การลงทะเบียนซิมการ์ดด้วยการใช้อัตลักษณ์ ผ่านใบหน้า หรือ การสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คะแนนดัชนีความเชื่อมั่นในการใช้บริการระบบดิจิทัลของไทยเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

“ปัจจุบันคนมักใช้บริการผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น แต่ละคนมีหลายบัญชีการใช้งาน แต่กลับใช้รหัสการเข้าใช้งานเหมือนกันทุกระบบ ทำให้เป็นช่องโหว่ในการขโมยข้อมูลและนำไปทุจริตทางการเงิน อย่างวงการโทรคมนาคม ส่วนใหญ่ นั้นจะมาในรูปแบบ การสวมรอยเป็นเจ้าของเบอร์เพื่อนำไปเปิดใช้งาน เช่น โทรออกต่างประเทศ ใช้บริการระดับพรีเมียม ไปจนถึงใช้ซื้อโทรศัพท์มือถือแล้วโดยที่เจ้าของตัวจริงไม่รู้ตัว ขณะที่ภาคการเงินก็จะสวมสิทธิเป็นเจ้าของเงินและหลอกโอนเงิน ส่วนภาคค้าปลีกจะพบการฉ้อโกงผ่านระบบอี- คอมเมิร์ซ เป็นต้น”

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจต่างๆจึงควรพิจารณาเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับการทุจริต ซึ่งบริษัทก็มีระบบซูเปอร์ ไอดี ในการตรวจสอบความถูกต้องอัตลักษณ์ของลูกค้าในการทำธุรกรรมระบบดิจิทัลด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนลงทุนในประเทศไทย 5 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ในการให้บริการในรูปแบบคลาวด์ ในเดือนเม.ย. 2561 โดยจะเริ่มกับกลุ่มฟินเทคก่อน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ให้บริการมาแล้วในประเทศออสเตรเลีย และ อินเดีย