"นายกฯ" ลั่นถ้าจำเป็นก็ต้องปรับ "ครม." ยันทุกคนไม่มีข้อบกพร่อง แต่อาจไม่ถูกใจทั้งหมด
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า อยากให้ทุกคนสนใจในเรื่องเหล่านี้ว่าการปรับ ครม.ก็เป็นเพียงวิธีการหนึ่งที่จะบริหารงาน บริหารราชการในลักษณะทางการเมือง และข้าราชการการเมืองซึ่งวันนี้เราทำหน้าที่งานการเมืองตรงนี้อยู่
ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเท็จจริงในกระแสข่าวที่จะมีการปรับโควต้ารัฐมนตรีที่มาจากทหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "คำถามที่ว่าจะลดโคต้ารัฐมนตรีที่มาจากทหารผมไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องมาเกลียดทหารผมไม่เข้าใจที่ผ่านมาในช่วงแรกๆ อยากถามว่าใครเป็นคนทำช่วงแรกที่ยังไม่มีพลเรือนไม่มีใครเข้ามาแล้วใครเป็นคนทำงาน ระยะแรกกี่เดือน กี่ปี ก่อนที่จะมีครม. ใครเขาทำ และเขาทำงานกันมาหรือไม่ ไม่รู้จะรังเกียจทหารอะไรกันนักหนา เขาก็ทำหน้าที่ทำทุกอย่างเริ่มต้นไว้ให้แล้ว วันนี้ถ้าจำเป็นก็ปรับแค่นั้นเอง ยืนยันว่าไม่มีโควต้าอะไรทั้งสิ้น ไม่มีคำว่าโควต้าทหาร ตำรวจ พลเรือน อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์เอาคนนั้นคนนี้เข้ามา จะเอาผบ.ตร.บ้าง คนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง ไปคิดอะไรกันนักหนา ผมคงไม่ใช้วิธีการนั้นในการปรับครม. รัฐบาล คสช. และผมมีหน้าที่ในการดำเนินการไปตามเจตนารมย์ของคสช. ในการเข้ามาตั้งแต่ปี 2557 ว่าเราจะต้องทำอย่างไรให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย มีความมั่นคงมีเสถียรภาพ ทั้งการเมือง และความมั่นคง นำไปสู่การแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประชาชนผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ซึ่งเราได้ทำทุกอย่างมาอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ทำวันนี้อาจจะไม่ตรง และไม่เหมือนที่ผ่านมา หลายครั้งที่ผ่านมาจะเห็นว่าการปรับเปลี่ยนครม. ก็ไม่ได้ยั่งยืนอะไร วันนี้เราเข้ามาทำโครงสร้างโดยใช้งบประมาณ 2 ส่วน คือส่วนหนึ่งนำไปปรับโครงสร้าง รวมกลุ่มสร้างห่วงโซ่ใหม่ขึ้นมาซึ่งไม่เคยมีการทำมาก่อน ผมยืนยัน เพราะฉะนั้นงบประมาณที่จะนำไปดูแลไปให้ถึงประชาชนจึงต้องลดลง น้อยกว่าฝ่ายการเมืองที่ทำมา สังคมจึงเกิดความไม่เข้าใจ กลายเป็นว่ารัฐบาลนี้ไม่ดูแลประชาชนโดยเฉพาะคนยากจน เพราะถ้าดูแลแบบเดิมสนับสนุนเงินเพียงอย่างเดียวก็จะไม่สร้างความเข้มแข็ง ไม่เกิดความยั่งยืน เพราะฉะนั้นการปรับเปลี่ยนของรัฐบาลชุดนี้ก็จะขึ้นอยู่ที่ผลงาน ซึ่งยืนยันว่าทุกคนไม่มีข้อบกพร่อง แต่อาจจะไม่ถูกใจทั้งหมด วันนี้ประเทศไทยต้องเอาเหตุผล เอาหลักการทางความคิดมาพูด สื่อก็ต้องช่วยสร้างความเข้าใจ เพราะสื่อต่างก็รู้ดีว่าวันนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร"





