ทม.ป่าตอง จ.ภูเก็ต จัดพื้นที่สูบบุหรี่กว่า 20 จุดตลอดแนวชายหาด พบนทท.ส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือสูบบุหรี่ในพื้นที่ที่กำหนด
เมื่อวันที่ 7 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ชายหาดป่าตอง” ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เป็น 1 ใน 24 ชายหาด 15 จังหวัด นำร่องปลอดบุหรี่ ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 ประกอบมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 ออกประกาศคำสั่ง เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณชายหาด หรือชายหาดปลอดบุหรี่ และจะมีผลบังคับใช้ทางกฎหมายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 แต่ก่อนที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังนั้น จะต้องมีการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจ กับผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว และประชาชนในพื้นที่รับทราบเป็นเวลา 90 วัน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 ถึง วันที่ 31 มกราคม 2561 เพราะหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษค่อนข้างสูง โดยโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่บริเวณชายหาดป่าตอง พบว่า ขณะนี้ทางเทศบาลเมืองป่าตอง โดยนางเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง ได้ให้เจ้าหน้าที่ฯ จัดพื้นที่สำหรับการสูบบุหรี่ตลอดแนวชายหาด เบื้องต้นกำหนดไว้ประมาณ 20 จุด พร้อมมีการปิดป้ายบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นพื้นที่สำหรับการสูบบุหรี่ ซึ่งพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทั้งชาย และหญิงต่างก็มีการมาสูบบุหรี่ยังพื้นที่ที่กำหนด ในขณะที่ผู้ประกอบการคนไทยเองก็มีการมาสูบบริเวณที่กำหนดเช่นกัน แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่แต่ละจุดยังค่อนข้างห่างกันมาก และควรจะมีป้ายอธิบายเหตุผลที่จะต้องมาสูบบุหรี่ยังจุดที่กำหนดด้วย
นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง กล่าวว่า หลังจากที่มีนโยบายดังกล่าวออกมาทางเทศบาลฯ ก็ได้มีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับการสูบบุหรี่ไว้ให้กับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เพื่อจะได้ไม่ไปรบกวนผู้อื่น และไม่ทำผิดกฎหมายด้วย เนื่องจากพบว่ายังมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ยังคงนิยมสูบบุหรี่ ซึ่งการจัดพื้นที่ไว้รองรับจะลดปริมาณการสูบ และทิ้งก้นบุหรี่หรือซองบุรี่ลงบนหาดทราย เพราะเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมาย จะมีบทลงโทษค่อนข้างสูง และเป็นปัญหาของหาดด้วย เนื่องจากการจัดเก็บทำได้ลำบากเบื้องต้นกำหนดไว้กว่า 20 จุด ตลอดแนวชายหาด เช่น หน้าโรงแรมภูเก็ตเกรซแลนด์ รีสอร์ทแอนด์สปา หน้าโรงแรมลายไม้ เป็นต้น เพื่อจะได้ไม่ไปรบกวนผู้อื่นที่ไม่สูบบุหรี่
“ในด้านการรับรู้ของนักท่องเที่ยวนั้น ก็ได้ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่กรม ทช. โดยสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ 9 (ภูเก็ต) ลงพื้นที่ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการบ้างแล้วบางส่วน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แลจะมีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ก็จะแจกเอกสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวที่มาทำกิจกรรมบริเวณชายหาดได้ทราบถึงมาตรการดังกล่าว โดยมีการจัดทำเป็นภาษาต่างๆ รวมทั้งจะนำไปไว้ยังโรงแรมที่พักต่างๆ ด้วย เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบอีกทางหนึ่งด้วย”
อย่างไรก็ตามนางสาวเฉลิมลักษณ์ กล่าวถึงปริมาณก้นบุหรี่บริเวณชายหาดป่าตองว่า ที่ผ่านมาพบก้นบุหรี่บนชายหาดเป็นจำนวนมาก และเนื่องจากมีขนาดค่อนข้างเล็กจมอยู่ในทราย การกวาดด้วยไม้กวาดปกติไม่สามารถทำได้ ทางเทศบาลฯ ได้มีการจัดกิจกรรมร่นทรายขึ้นเป็นประจำ โดยใช้ตะแกรงลวดมาตักทราบร่นเอาก้นบุหรี่หรือวัสดุขนาดเล็กๆ ออกมา ซึ่งคาดว่าหลังจากมีมาตรการดังกล่าวออกมาบังคับใช้ เชื่อว่าปัญหาก้นบุหรี่บนชายหาดก็จะค่อยๆ หมดไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งเก็บข้อมูลพื้นที่ 9 ตารางเมตร ที่ความลึก 10 เซนติเมตร พบว่ามีค่าเฉลี่ยก้นบุหรี่ที่พบเท่ากับ 0.76 มวนต่อตารางเมตร หรือมีจำนวน ณ วันที่เก็บเท่ากับ 101,058 มวน ตลอดแนวชายหาดป่าตอง หรือประมาณ 63,237 ถึง 138,879 มวน ต่อแนวชายหาด 2.5 กิโลเมตร โดยก้นบุหรี่ถือเป็นขยะอันตรายที่ใช้เวลาย่อยสลายมากกว่า 10 ปี และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศมาก เพราะเมื่อสัมผัสกับน้ำจะปล่อยสารเคมี เช่น พวกแคดเมียม ตะกั่ว สารหนู เป็นต้น ล้วนแต่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม คนและสัตว์ รวมถึงเป็นพิษต่อห่วงโซ่อาหารด้วย


