กรมโยธาธิการและผังเมือง ทดสอบระบบผลักดันน้ำ จากแอ่งพักน้ำพรุเฉวง ลงสู่ทะเลเกาะสมุย เพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำฝนที่จะตกลงมา แก้ปัญหาน้ำท่วมเกาะสมุย
เวลา 14.00 น.(3 พ.ย.2560) นายสมชาย เมธวัฒน์ธรากุล รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้เดินทางมายังพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเดินเครื่องผลัดดันน้ำจำนวน 3 เครื่อง ที่เพิ่งทำการก่อสร้าง บริเวณปากลำคลองเฟิร์ส ซึ่งเป็นลำคลองสายหลักที่ช่วยในการระบายน้ำจากแอ่งเก็บน้ำพรุเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จนแล้วเสร็จ และสามารถทอสอบเครื่องจนพร้อมใช้งานได้ในวันนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม หากเกิดฝนตกลงมาเป็นปริมาณมากในพื้นที่ ต.บ่อผุด ก็จะสามารถเร่งระบายน้ำลงสู้ทะเลได้อย่างวดเร็ว แก้ปัญหาน้ำไหลเข้าท่วมในพื้นที่ ต.บ่อผุด โดยเฉพาะพื้นที่ชายหาดเฉวง ซึ่งเป็นพื้นที่ย่านเศรษฐกิจของ องเกาะสมุย โดยลำคลองเฟิร์ส แห่งนี้ได้รับงบประมาณ จากกรมโยธาธิการและผังเมือง จำนวน 333 ล้านบาท มาดำเนินการขุดลอกลำคลอง และก่อสร้างประตูระบาย พร้อมติดตั้งเครื่องผลัดดันน้ำจำนวน 3 เครื่อง โดยจะสามารถระบายน้ำลงสู่ทะเลได้ประมาณชั่งโมงล่ะ 30,000 ลูกบาศก์เมตร และให้เป็นประตูระบายน้ำแห่งนี้ มีความสำคัญในการที่ช่วยระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วยิ่งขึ้น แก้ปัญหาน้ำท่วมเขตพื้นที่เศรษฐกิจของเกาะสมุย ไม่ให้เกิดน้ำทะลักเข้าท่วมเหมือนที่ผ่านมา
...ซึ่งด้าน นายสมชาย เมธวัฒน์ธรากุล เปิดเผยว่า โครงการการดังกล่าว ทางกรมโยธาธิการ ได้งบประมาณก่อสร้าง ประตูระบายน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมใน อ.เกาะสมุย จำนวน 3 แห่งบนเกาะสมุย มีจุดประตูระบายน้ำลำคลองแม่น้ำ ต.แม่น้ำ จุดประตูระบายน้ำบ้านละไม ต.บ่อผุด และในจุดนี้ ประตูระบายน้ำคลองเฟิร์ส ต.บ่อผุด ซึ่งทั้ง 3 ได้ทำการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย พร้อมใช้งานได้ทันหากเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก และมีประมาณน้ำฝนจำนวนมากในพื้นที่ ก็จะสามารถระบายน้ำลงทะเลได้อย่างรวดเร็ว หากเป็นช่วงที่มีน้ำทะเลหนุนสูงก็จะสามารถระบายน้ำด้วยเครื่องผลักดันน้ำได้ทันที
...ขณะที่ทางด้าน นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม นายอำเภอเกาะสมุย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.เกาะสมุย ว่าแม้ว่าในพื้นที่ อ.เกาะสมุย ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้บนถนนบางจุดมีน้ำรอระบาย อยู่บางในช่วงเช้า แต่เมื่อฝนหยุดตกในช่วงสาย น้ำก้สามารถระบายลงท่อระบายน้ำ ทำให้พื้นผิวถนนกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ไม่มีน้ำท่วมขังแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวของติดตามสถานการณ์ฝนฟ้าในช่วงนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมอุปกรณ์ เช่นเครื่องจักรกล และเครื่องสูบน้ำระยะ เตรียมรองรับสถานการณ์หากเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ จะได้ทำการช่วยประชาชนได้ทันท่วงที


