วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์' รับน้ำเขื่อนเจ้าพระยาไหลถึงกทม. แต่ไม่กระทบ

“นายกรัฐมนตรี” ห่วงข่าวโซเชียลบิดเบือนน้ำท่วม ยันแม้น้ำที่ปล่อยเขื่อนเจ้าพระยาจะไหลถึงกทม.แล้ว แต่ไม่มีผลกระทบ ขอปชช.อย่าตื่นตระหนก

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยได้รับรายงานว่าปริมาณน้ำเหนือที่ จ.นครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลง และก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาที่ จ.ชัยนาท เจ้าหน้าที่ได้ผันน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2ฝั่งแม่น้ำ ช่วยลดปริมาณน้ำและเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง โดยยืนยันว่าไม่มีแผนที่จะเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาแต่อย่างใด

“นายกฯแสดงความเป็นห่วงเรื่องการส่งต่อข้อมูลกันในโซเชียลมีเดีย โดยย้ำว่าแม้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะเพิ่มขึ้นและเอ่อล้นเข้าท่วมบางพื้นที่ใน จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวม 14จุด และน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาได้ไหลลงมาถึง จ.ปทุมธานี นนทบุรี และ กทม.แล้ว แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมใหญ่อย่างที่เป็นข่าว ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่สถานีระบายน้ำ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีอัตราการไหลเฉลี่ย 2,826ลบ.ม./วินาที ซึ่งยังต่ำกว่าความจุของลำน้ำบริเวณ กทม.และปริมณฑล ที่รับน้ำได้สูงสุด 3,500ลบ.ม./วินาที เช่นเดียวกับคลองรังสิตที่แม้จะต้องรับน้ำจากแม่น้ำป่าสัก แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมน้ำผ่านอาคารบังคับน้ำและสถานีสูบน้ำได้ จึงไม่อยากให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ประชาชนต้องระมัดระวังการส่งต่อเอกสารราชการที่เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำด้วย เนื่องจากมักมีการตีความเนื้อหาที่ผิดพลาด ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วข้อความส่วนใหญ่ที่ปรากฏในเอกสารนั้น มุ่งเน้นการแจ้งเตือนให้ประชาชนรับทราบข่าวเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ล่วงหน้า และแนวทางการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยเป็นสำคัญ โดยนายกรัฐมนตรียังได้กำชับไปยังหน่วยงานราชการว่า หากต้องสื่อสารหรือแจ้งข้อมูลแก่ประชาชนจะต้องใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและชัดเจน เช่น ระบุพิกัดพื้นที่ (อำเภอ ตำบล)ปริมาณน้ำ และข้อควรปฏิบัติที่ถูกต้อง พร้อมทั้งขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจและปรับตัวต่อภัยพิบัติโดยร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างแข็งแกร่งและร่วมแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคต

สำหรับพื้นที่ประสบภัยในขณะนี้ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ และจังหวัด ได้เร่งระบายน้ำออก เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็วที่สุด โดยใช้เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเรือผลักดันน้ำ ขณะเดียวกันได้ออกให้ความช่วยเหลือประชาชนแบบเฉพาะหน้า เช่น การอพยพและมอบถุงยังชีพและสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนเตรียมมอบเงินชดเชยความเสียหายแก่ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ตามระเบียบของทางราชการต่อไป