"บิ๊กตู่" โปรยคำหวานถึงนักลงทุนญี่ปุ่นขอมั่นใจลงทุนในไทย ยืนยันด้วยเกียรติยศของนายกรัฐมนตรี หยอดมุกชอบกินอาหารญี่ปุ่น พร้อมฝากผลไม้-เนื้อหมูของไทย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นำนายฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น นำคณะนักลงทุนรายใหญ่ของญี่ปุ่นกว่า 570 คน เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศดำเนินมาสู่ปีที่ 130 โดยทั้งสองประเทศได้กำหนดแผนการลงทุนเพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมในระยะเวลา 5 ปี ระหว่างกรุงเทพฯ-โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคทั่วประเทศเข้าด้วยกัน
นายฮิโรชิเกะ เซโกะ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาเยี่ยมประเทศไทย พร้อมกับคณะนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับความร่วมมือจากหน่วยงานภายในประเทศญี่ปุ่นมากมาย นั่นหมายความว่านักธุรกิจญี่ปุ่นในแนวหน้าแทบจะรวมอยู่ในไทยในตอนนี้ สำหรับไทยมีอุตสาหกรรมที่รวมตัวกันอยู่มากมาย ถือเป็นฮับการผลิตแห่งเดียวในอาเซียน บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งมีฐานการผลิตในไทยมานาน ถือว่าเป็นประเทศที่มีความสำคัญ ที่ผ่านมามีความร่วมมือในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่คาดหวังว่าจะมีการพัฒนาขึ้นเป็นอุตสาหกรรมชั้นสูงต่อไป
ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้พบปะพูดคุยกันวันนี้ เมื่อสักครู่ได้มีการหารือด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตรไมตรีต่อกัน และถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่คนไทยทั้งประเทศติดตามการมาเยือนในครั้งนี้ และส่วนตัวรู้สึกตื่นเต้นไม่คิดว่าจะมีนักลงทุนจะมามากขนาดนี้ ไทยกับญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ยาวนานกันมา 130 ปี โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันความสัมพันธ์เป็นอย่างดี และที่ผ่านมาได้ร่วมมือกันในทุกระดับ ซึ่งจะสานความสัมพันธ์เช่นนี้ต่อไปอีก 130 ปี ในระยะที่ผ่านมาไทยได้เดินหน้าประเทศไปสู่ระยะการเปลี่ยนผ่าน ให้มีการพัฒนาเจริญเติบโต แน่นอนว่าเราจะไม่ลืมเพื่อนชาวญี่ปุ่นของเรา
ในส่วนการนำเสนอวิสัยทัศน์ต่างๆร่วมกัน พรุ่งนี้มีกำหนดปาฐกถาพิเศษของรัฐมนตรีไทยและญี่ปุ่น รวมถึงการทำบันทึกความเข้าใจร่วม 7 ฉบับ และกำหนดหัวข้อทางเศรษฐกิจต่างๆร่วมกัน นี่คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวทีเหล่านี้ จะแสดงให้เห็นว่าศักยภาพของเรา หมายถึงระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมีมากน้อยแค่ไหน เราต้องหารือร่วมกันว่าจะทำอะไรกันต่อไป อะไรคือกิจกรรมเร่งด่วน ก่อนที่จะมีกิจกรรมอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย บนโลกนี้ยังมีที่ให้เราเสมอ อาเซียนก็มีที่ให้ญี่ปุ่นเสมอ ไทยก็เช่นเดียวกัน
"วันนี้ขอยืนยันกับท่านด้วยหัวใจของตัวเอง ขอให้มั่นใจว่าจะทำทุกอย่างให้ไทยญี่ปุ่นไว้ใจกันมากที่สุด เพื่อวันข้างหน้า เพื่อผลประโยชน์ที่เท่าเทียม ต้องเป็นไปในลักษณะวินๆ ในเรื่องการค้าการลงทุนระหว่างกัน ขอบคุณจริงๆ ที่ครั้งนี้เดินทางมาไทยถึง 3 วัน แสดงว่าท่านให้เกียรติเรามาก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ไทยญี่ปุ่นมีส่วนร่วมกันได้ทุกเรื่อง รัฐบาลทำให้มันเกิดขึ้นด้วยเจตนารมณ์แน่วแน่ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนภาครัฐ หรือ การลงทุนร่วมกับเอกชน มีระยะเวลาที่กำหนด ไม่ช้าเกินไป มีกระบวนการทางพีพีพี หรือ อีอีซี ฟาสแทร็ก มีสิทธิประโยชน์ต่างๆ บางอย่างที่เราต้องการ หรือต้องมีการพูดคุยกันเพื่อช่วยในการพัฒนาประเทศก็ต้องมีการหารือกัน สิ่งต่างๆเหล่านี้ต้องทำให้รวดเร็ว ขจัดอุปสรรค ไม่ว่าจะกฎหมาย กฎระเบียบ เพื่อทำให้ธุรกิจเหล่านี้เดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส เชื่อถือได้
"ขอยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด หรือเลือกตั้งเมื่อใด ก็ต้องสานต่อโครงการอีอีซีนี้ไว้ เพราะเป็นกฎหมาย เป็นพระราชบัญญัติ ในเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวัน บรรจุในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยในปีแรก แผนสภาพัฒน์ครอบคลุมไปอีก 5 ปี ขอให้ทุกคนมั่นใจ เรามีกรรมการอีอีซี เดินหน้ามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล การเยี่ยมเยือนพบปะต่างประเทศ หรือต้อนรับนักลงทุน และจัดตั้งสำนักงานในการขับเคลื่อน สร้างความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่าจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง สิ่งสำคัญที่สุดคือ สิทธิมนุษยชนกับการประกอบธุรกิจ ไทยได้ประกาศเจตนารมณ์ไปแล้วว่า ต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนด้วย จะทำอย่างไรให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีการพัฒนาประเทศไปพร้อมกัน ทำให้คนรู้สึกปลอดภัย ไทยยืนยันว่าจะร่วมมือกันในลักษณะนี้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า สิ่งที่รัฐบาลพูด หรือตัวเองพูด ต้องทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน ลดความหวาดระแวง เพื่อผลประโยชนที่เป็นธรรม จะไม่ให้ใครเข้ามาใช้ประโยชน์บิดเบือนทำให้ทุกอย่างแย่ไป ท้ายที่สุด ขอยืนยันด้วยเกียรติยศของนายกรัฐมนตรี ในฐานเคยเเป็นทหาร และเชื่อมั่นว่าญี่ปุ่นเป็นสุภาพบุรุษ มีระเบียบวินัย ให้เกียรติคนอื่น ไทยก็ให้เกียรติท่านตรงนี้
โดยในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวชอบอาหารญี่ปุ่น เมื่อไรก็ตามที่เบื่ออาหารต่างๆ ทานอะไรไม่ได้ ก็จะทานอาหารญี่ปุ่น เพราะทานง่าย ร้านอาหารในเมืองเต็มไปหมด ศูนย์การค้าก็เยอะแยะไปหมด ก็ห่วงว่าญี่ปุ่นจะไม่มีเนื้อรับประทานอีกต่อไป หลายประเทศทานเนื้อ มัตสึซากะหรือโกเบ ญี่ปุ่นก็ต้องรีบผลิตเดี๋ยวจะไม่มี และในวันข้างหน้าไทยฝากผลไม้ เนื้อหมูแช่แข็งไปญี่ปุ่นด้วย ก็เหมือนกับที่ได้หารือกันไปก่อนหน้า





